Tokyo Love Story : "Part 7"โดยคุณ - "TOKYODOME" tokyo_dome1@hotmail.com***** เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เขียนขึ้นจากประสพการณ์ของผม(TOKYODOME)เองครับ ***** |
| .... รถไฟเคลื่อนออกห่างชานชาลาไปเรื่อยๆ เรียวก็ยังเต้นแร้งเต้นกา ชี้ให้ผมดูสิ่งที่เขาถืออยู่ในมือ นั่นก็คือ กระเป๋าหนังสือของผมเอง .. ผมเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน ได้แต่พูดปากเปล่าๆ แบบไม่มีเสียงไปว่า พรุ่งนี้นะ พรุ่งนี้นะ.. แต่ก็ไม่รู่ว่า เรียวจะรู้เรื่องหรือเปล่า.. สรุป วันนั้นผมก็กลับบ้านตัวเปล่า ไม่มีกระเป๋าหนังสือทั้วๆ ที่เป็นของสำคัญ.. ในนั้นมีทั้งบัตรชาวต่างชาติ บัตรนักเรียน บัตรโทรศัพท์ระหว่างประเทศ ใบรับรองแพทย์ ตั๋วเงิน บัตรเงิน และอีกหลายๆ อย่าง.. ทำไมก่อนลง เราถึงไม่ทวงคืนจากเรียว และทำไมก่อนลง เรียวไม่คืนให้เรา.. ทำไมเราถึงลืมของสำคัญแบบนี้ได้ หรือว่าเรียวจงใจไม่คืน หน้าตายิ้มๆ แบบน่าสงสัยแบบนั้น ทำให้ผมคิดออกไปได้อีกหลายอย่าง.. ถึงสถานีแล้ว ผมเดินตัวเปล่าๆ กลับหอ รู้สึกเบาๆ ยังไงไม่รู้.. เดินไปเรื่อยๆ ผ่านทางเดินเดิมๆ ผ่านร้านบะหมี่รถเข็นที่เคยมานั่งกินกับเรียว ทำให้นึกถึงเรียว ทำให้ยิ้ม ทำให้ผม ..... เมื่อเดินขึ้นหอไป ดีนะที่กุญแจกับกระเป๋าเงินยังอยู่ในกางกาง ไม่งั้นผมคงทำอะไรไม่ถูก งงอยู่ในรถไฟ.. กลับมาแล้ว อาบน้ำแต่งตัวเตรียมจะนอน แล้วก็จัดการนำของทุกอย่างที่อยู่ในลัง ซึ่งบ้าขนบ้าส่ง มาจากเมืองไทย ออกมากองเอาไว้ในห้องแคบๆ ของผมเอง.. มันเยอะแยะไปหมด หนังสือเรียนที่ขนมา พจนานุกรม ของกิน เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องกันหนาว เทป วีดิโอ สารพัดที่บ้าขนมา เอามากองรวมไว้กลางห้อง.. คอยดูแล้วกัน ในวันพรุ่งนี้ ของทั้งหมดนี้จะต้องเข้าที่เรียบร้อย และก็ไม่แน่ถ้าเรียวมาเห็น ว่าของเรารก ขนาดนี้ อาจจะขอตัวกลับบ้านไปเลย.. อาจจะไม่อยากช่วยเราจัดของแล้วก็ได้ ฮึฮึ.. เอาของมากองเสร็จ ก็มานอนเขียนไอดารี่ แล้วก็นึกๆ ว่า พรุ่งนี้จะทำอะไรดี จะเอาอะไรวางไว้ตรงไหน จะซื้ออะไรเพิ่มบ้าง ซึ่งสิ่งแรกที่ แวบเข้ามาในหัวของผมขณะนั้นคือ TV และ โทรศัพท์.. อืมม ค่อยถามเรียวพรุ่งนี้ ว่าจะไปหาซื้อถูกๆ ได้ที่ไหนบ้าง ก็แล้วกัน ZzZzZzZ..... วันรุ่งขึ้น.. ผมตื่นนอนตอน 9 โมงกว่าๆ ทั้งๆ ที่อยากจะนอนมากๆ กว่านี้
ตื่นสายๆ กว่านี้ ทั้งๆ ที่ทั้งอาทิตย์ ต้องตื่นแต่เช้าไปโรงเรียน วันนี้ไม่ได้ไป
ก็อยากจะนอนตื่นสาย แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะนัดเรียวเอาไว้แล้ว ที่จริงไม่น่าด่วนไปตอบรับ
ด่วนไปนัดเช้าขนาดนี้เลย พรุ่งนี้จะตื่นสักเที่ยงคอยดู.. ไม่นานนักเรียวก็มา ซึ่งเรียวก็๋ได้พิสูจน์ให้ผมเห็นได้ว่า.. คนญี่ปุ่นนั้นเป็นคนตรงต่อเวลาจริงๆ 10โมง ก็คือ 10 โมง ไม่มีขาดไม่มีเกิน.. พอ10 โมงเรียบร้อย เรียวก็มายืนอยู่หน้าห้องผม เคาะประตูเรียก โบ้ทๆ เรียบร้อย เหมือนกัน เปิดประตูออกไป ผมตกใจนิดหน่อยเพราะ นอกจากจะมีเรียวแล้ว ยังมีกระเป๋าหนังสือผม [ชัวร์ต้องเอามาคืน] กับกล่องคล้ายๆ กระเป๋าอีกใบนึงใหญ่ๆ .. หลังจากที่เราสวัสดีกันแล้ว ผมก็ชวนให้เข้ามาในห้อง แล้วก็ถามว่าที่เอามาด้วยนั่นมันอะไร
เรื่องของเรื่องก็คือ เรียวไปเล่าให้แม่เรียวฟัง เรื่องจะมาช่วยผมจัดห้อง
แม่เรียวเลยทำข้าวกล่องมาให้.. อืมมม รบกวนทำไม ฝากขอบคุณแม่ด้วย ผมพูดไปตามมารยาท
แม่ยังบอกเลยว่าให้ชวนโบ้ทไปเที่ยวบ้าน แม่เคยไปเมืองไทย แม่ชอบเมืองไทยมาก..
อืมมม เอาไงดี ผมตอบกลับไปว่า เอาไว้มีเวลาว่างๆ จะไปรบกวน ... เรียวจัดไปบ่นไปตลอดเวลา ไม่รู้บ่นอะไรนักหนา แต่จำได้ว่าบ่น.. เราเถียงกันด้วยว่า
ไอ้นั่นจะเอาวางไว้ตรงไหน ไอ้นี่จะเอาวางไว้ตรงไหน ทั้งๆ ที่ผมเป็นเจ้าของห้องเนี่ยนะ
ทำไมต้องมาวุ่ยวายอะไร กับความคิดเรียวคุงด้วยเนี่ย.. พอเริ่มพูดไม่รู้เรื่อง ผมก็เลยชวนกินข้าวซะเลย.. ข้าวกล่องที่แม่เรียวคุงทำมาให้กิน รสชาติมันจะเป็นยังไง ... แม่เรียวนี่เหมือนจะทราบว่า ผมแพ้อาหารทะเล ทานอาหารทะเลไม่ได้.. เพราะวันนั้น ข้าวกล่องที่แม่เรียวทำมาให้นั้น เป็นข้าวกับหมูย่าง กับข้าวห่อสาหร่ายไส้บ๊วย ทั้งๆ ที่จริงๆ อาหารกล่องญี่ปุ่นน่าจะเป็นปลา ดีจังเรากินได้.. แล้วผมก้บอกเรียวไปว่า นี่นี่ โบ้ทกินอาหารทะเลไม่ได้หรอกนะ เพราะกินแล้วต้องไปหาหมอ เรียวก็ไม่เข้าใจ ถามว่ากินอาหารทะเล แล้วทำไมต้องไปหาหมอ เรียวงง ผมก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง.. ไม่เคยเรียนภาษาญี่ปุ่น คำว่าแพ้อาหารทะเลมาด้วย เลยบอกว่าเอาไว้ วันหลังจะเล่าให้ฟัง แต่ดูเหมือนคนฟังจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่.. เพิ่งเคยเห็นเรียวทำหน้าเบี้ยวๆ สงสัยเป็นครั้งแรก น่ารักดีเหมือนกัน .... เราทานข้าวเสร็จ ทำความสะอาด เอาขยะไปทิ้ง เรียวก็ถามผมว่า ผมจะทำอะไรต่อ..
จริงๆ ตอนนั้น ไม่อยากทำอะไรแล้ว อยากจะนอน แต่ตอบว่าอยากนอนไม่ได้ เดี๋ยวเสีย
เลยแกล้งบอกไปว่า จะไปซื้อของที่อยากได้บางอย่าง ฝ่ายคนได้ฟัง ก็ถามกลับทันควันว่าอยากได้อะไร
ผมก็ตอบไปเรื่อยเปื่อย ของกิน ของใช้ TV โทรศัพท์ ... คุยกันได้สักพัก ผมก็ต้องยอมให้กับ แม่น้ำทั้งหลายร้อยสาย ที่เรียวชักเอามาให้เหตุผลว่า
ทำไม ผมต้องออกไปซื้อของกับเรียว.. อันที่จริงมันก็ใช่ อย่าง TV กับ โทรศัพท์
จริงๆ แล้วผมคิดว่าซื้อที่ไหนก็เหมือนกัน.. แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ เพราะก็ต้องไปซื้อที่แหล่ง
ถึงจะได้ของดีและ ราคาถูก ยิ่งชาวต่างชาติซื้อ ยิ่งไม่ต้องจ่ายภาษี ถูกหนักลงไปอีก..
.. "อะคิฮะบะระ" นั้นมีแต่ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าจริงๆ ลายตาไปหมดไม่รู้ว่าจะเลือกร้านไหนดี
จนต้องให้เรียวตัดสินใจให้.. เวลานั้นเป็นเวลาเย็นๆ ใกล้ค่ำ คนก็ยิ่งเยอะขึ้นมาอีก
และเนื่องจากย่านนั้น เป็นย่าน ขายเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ทำให้ย่านนั้น
ไม่ค่อยได้รับความนิยมในหมู่ผู้หญิงมากนัก.. นับคนได้เลยด้วยซ้ำ ผมเลยออกอาการนิดหน่อย
เพราะสเป็คที่ชอบก็ต้องตี๋ๆ น่ารักๆ มองไปทางไหน กวาดตาไปทางไหน ก็เจอแต่อาตี๋
โตเกียวน่ารักๆ เต็มไปหมด.. สงสัยว่าผมจะจ้องมากไปหน่อย จนทำให้คนที่ไปด้วยกันรู้ตัว
ผมยังจำตอนนั้นได้ดี ที่ในร้านแห่งนึง เรากำลังเลือกซื้อโทรศัพท์กันอยู่ เรียวก็ถามเรื่องพวกนี้กับผม แล้วยังพูดกับผมเลยว่า ให้ชอบเรียวได้คนเดียว .. ผมเริ่มรู้สึกตัว ถึงการเข้ามาของผู้ชายคนนี้ เราคงไม่ได้หลงตัวเองจนเกินไปแน่ๆ .. อืม.. จะทำไงดี ถ้าชอบเขาเหมือนกัน จะบอกไงดี จริงๆ ตอนนั้นไม่ได้ถึงกับ ชอบเรียวแบบมากมายหรอกนะครับ ก็แค่เริ่มๆ ประทับใจอะไรนิดหน่อย.. หลังจากซื้อโทรศัพท์แล้ว ผมก็ตัดสินใจซื้อ TV ที่ร้านนั้นเลย.. ตกลงที่อยู่ที่จะให้ไปส่งของเรียบร้อย ผมกับเรียวก็ออกไปหาอะไรกินกัน.. ผมบอกเรียวว่า อย่ากินอะไรที่แพงนัก เพราะผมต้องประหยัด.. ถ้ารู้ว่าบอกแบบนี้แล้วจะพาไปกินบะหมี่ ไม่บอกดีกว่า เพราะเรียวพาไปกินบะหมี่.. เพิ่งมารู้ว่า ชอบบะหมี่ก็วันนั้น.. เฮ้อ อยากกินราดหน้า แต่ไม่รู้ว่าจะไปกินที่ไหน.. ทานข้าวเสร็จ เราก็เดินๆ เล่นกันอยู่สักพัก |
| [ อ่านตอนถัดไป ] |
| [Home] |