Tokyo Love Story : "Part 8"

โดยคุณ - "TOKYODOME" tokyo_dome1@hotmail.com

***** เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เขียนขึ้นจากประสพการณ์ของผม(TOKYODOME)เองครับ *****


..... TOKYODOME ในตอนกลางคืน.. มีแค่ผมกับเรียว.. เรา 2 คนเดินกับไปเรื่อยๆ โดยมีเรียวเป็นไกด์ แนะนำว่าอะไรเป็นอะไร.. ในตอนนั้นเราเดินไปรอบๆ โดมอ้อมจากข้างหน้าโดม ไปทางด้านข้างๆ .. เรียวบอกว่า เขาอยากจะไปหาซื้ออะไรนิดหน่อย.. ในรอบๆ โตเกียวโดมนั้น จะมีร้านค้าที่ขายของที่ระลึกเกี่ยวกับ ทีมเบสบอล นักเบสบอล และการแข่งขันต่างๆ รวมทั้งขายของที่ระลึกเกี่ยวกับ LiveShow ที่เคยมาจัดการแสดงในโดมด้วย เรียวเดินนำผมไปเรื่อยๆ ..

เขาพาผมเข้าไปในร้านขายของที่ระลึกร้านหนึ่ง แล้วก็เลือกซื้อของ.. ในร้านไม่ค่อยจะมีคน ไม่ทราบเหมือนกันว่าเพราะอะไร.. ดูเรียวมีความสุข ยิ้มแย้ม เวลาได้อยู่กับอะไรแบบนี้ คงเป็นเพราะเรียวชอบเบสบอลมากละมั้ง.. เรียวเลือกซื้อของอยู่นานแต่ก้ไม่เห็นว่าจะได้อะไร..

จนสักพัก.. เขาก็เรียกผมไป ให้ดูอะไรบางอย่าง.. มันเป็น Card แข็งๆ สีทองเป็นภาพของ โตเกียวโดมในตอนกลางคืน.. เรียวถามผมว่าสวยมั้ย แม้ว่าจริงๆ ในตอนนั้น จะเห็นว่ามันไม่เห็นจะสวยหรือ พิเศษอะไร แต่ก็ตอบไปว่า สวยดี.. เขาบอกว่าเขาอยากจะซื้อ Card นี้ .. ผมงงๆ นิดหน่อย ไหนว่าชอบนักชอบหนา กะแค่ Card เนี่ยน่าจะซื้อเก็บไปไว้ได้ตั้งนานแล้ว ทำไมเพิ่งจะมาซื้อ สงสัยไม่ใช่แฟนตัวจริง แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรมากมาย..
ตกลงว่าตอนนั้นเรียวซื้อ Card สีทองนั่นมา 2 ใบ.. แล้วเราก็พากันเดินออกมา ตอนนั้นทั้งเรียวและผม เรา 2 คนต่างคนต่างก็ไม่รู้ว่า เราจะเดินไปที่ไหนกัน.. เราเดินไปรอบๆ โดมจนไปสะดุดกับสิ่งหนึ่ง ..

"ตู้สติ๊กเกอร์" เรียวชวมผม ถ่ายสติ๊กเกอร์.. ตอนนั้นสติ๊กเกอร์เป็นอะไรที่ ฮิต และ in มากในญี่ปุ่น.. ผมก็ไม่รอช้า ถ่ายสติ๊กเกอร์กับเรียว แล้ว print ออกมา 2 ใบแบ่งกัน.. เมื่อได้สติ๊กเกอร์แล้ว เรียวก็แกะเอาสติ๊กเกอร์ใบหนึ่งที่เป็นรูปของผม เอาไปแปะเอาไว้ที่ ข้างหลังนาฬิกาข้อมือของเขา.. ผมถามว่าทำไมต้องทำแบบนั้น.. เรียวก็ไม่ตอบ มีแต่เสียงหัวเราะของเรียวและ พนักงานประจำตู้สติ๊กเกอร์ ที่หัวเราะออกมาพร้อมกันเบาๆ ..

เรียวชวนผมไปนั่งที่ ลานหน้าโดม ทั้งๆที่เมื่อวานก็เพิ่งจะมานั่งกัน ทำไมวันนี้ยังจะชวนไปอีกนะผมก็ชักสงสัย แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะไม่รู้ว่าจะไปไหนเหมือนกัน.. ผมเดินนำหน้าไป โดยมีเรียวเดินตามมาข้าวหลังติดๆ .. ไหล่ของเรียวกับผม แทบจะชนกันอยู่แล้ว จนอยากจะหันไปถามว่า จะเดินเข้ามาชิดมากๆ แบบนี้ทำไม.. แต่เพราะอะไรก็ไม่ทราบ ผมไม่ยักจะหันไปถาม ว่าเพราะอะไร ปล่อยให้เรียวเดินตามผมไปอย่างนั้น ใก้ลกันไปอย่างนั้น ....

ที่ม้านั่งหน้าโตเกียวโดม ไม่ไกลจากตัวโดมนัก.. เรานั่งกันอยู่ 2 คน คุยกันไปคุยกันมาในเรื่องหลายๆ เรื่อง.. แล้วเรียนก็ เอา Card สีทองนั้นขึ้นมา.. เรียวเล่าให้ฟังว่า Card นี้ เรียวอยากได้มาตั้งนานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสจะได้ซื้อ เพราะมันเป็น Card คู่ทำขึ้นมาขายเป็นชุด อย่างละ 2 ใบ.. ถ้าเรียวซื้อก็ต้องมีอีก 1 ใบเหลือ แต่ตอนนี้เรียวซื้อได้แล้ว เพราะอีก 1 ใบที่เหลือนั้น เขาอยากจะให้ผมเก็บเอาไว้.. ผมรู้สึกตกใจและแปลกใจ พร้อมทั้งรู้สึกเหมือนอะไรบางสิ่งบางอย่าง ที่ก่อนหน้านี้ 3-4 วัน ที่ผมรู้สึก ว่ามันแปลกๆ นั้น มันกำลังใกล้เข้ามาแล้ว..

ผมขอบคุณเรียว รับเอา Card นั้นมา ใส่ในกระเป๋าเงินของผม แล้วก็ไม่ได้พูดอะไร.. นั่งเงียบไปสักครู่ จนเรียวก็ได้พูดขึ้น..
"จะรังเกียจไหมถ้าเรา 2 คนจะคบกัน"
ผมพยายาม ตีความเป็นภาษาญี่ปุ่น พร้อมทั้งถามเป็นถาษาอังกฤษ เพื่อความแน่ใจ ว่าสิ่งที่ผมได้ยินนั้นไม่ได้ฟังผิด..
แต่ผมก็ไม่ได้ตอบอะไรไป เงียบไปสักพัก เรียวเริ่มรุกด้วยคำถามเข้ามาอีก
"ให้ผมชอบโบ้ทได้ใช่ไหม.."
ผมเริ่มทำอะไรไม่ถูกเมื่อได้ยินแบบนั้น มันเร็วมาก ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องจริง..

เขาเริ่มเล่าไปอีกว่า เขาบอกเพื่อนสนิทเขาทุกคนว่า เขาชอบผม.. เขาอยากจะอยู่ใกล้ผม.. ตอนนี้ เพื่อนสนิทของเขาทุกคน รู้เรื่องนี้แล้ว ซึ่งก็แน่นอน.. พวกเพื่อนๆ ในกลุ่มที่ห้องของผมก็ต้องรู้แล้ว..

วันนั้นวันที่ไป ฉลองกันไปดื่มกัน จริงๆ แล้วเขาก็ไม่อยากไป แต่เพราะว่ามีผมไปด้วย เขาจึงอยากจะตามไปดู.. ผมก็ยังไม่ได้พูดอะไรมากมาย ฟังเรียวพูดต่อไปจึงถามเขาว่า
"ทำไมเรียวถึงชอบโบ้ทล่ะ"
"แล้วโบ้ทเคยมีคนที่ชอบไหม"
"เคยสิทำไมจะไม่มี"
"แล้วทำไมโบ้ทถึงชอบคนคนนั้น"
"มันก็เพราะหลายอย่าง"
"แต่ผมชอบโบ้ทเพราะเหตุผลอย่างเดียว.. มันเป็นเพราะ ความชอบ.. ผมบอกไม่ได้ว่าเพราะอะไรผมถึงชอบ ผมบอกได้ว่าแค่ผมชอบ"
เรียวพูดช้าๆ ด้วยภาษาญี่ปุ่นที่ฟังได้ง่าย เหมือนกับว่า เขาต้องการที่จะให้ผมเข้าใจจริงๆ ผมงงไปหมด ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป..
"ได้ใช่ไหมครับ" ผมก็ยังเงียบ..
"ถ้าอย่างนั้น ตั้งแต่นี้ต่อไป ขอฝากเนื้อฝากตัว รบกวนด้วยนะครับ"
เขาเอามืออุ่นๆ ของเขามาจับมือผมเอาไว้.. แล้วเอาไปวางไว้ที่บนตักของเขา
"อืมม ถ้างั้น โบ้ทก็.. ฝากเนื่อฝากตัวด้วยนะ รบกวนด้วยนะ.."
ผมอธิบายไม่ถูกว่าเรียว ยิ้มแบบไหน หลังจากที่ผมพูดจบ.. แต่มันเป็นรอยยิ้ม ที่ผมรู้สึกได้ถึงความดีใจ ความจริงใจ..

เรานั่งจับมือคุยกันสักพักนึง จึงชวนกันกลับ.. ระหว่างทางจากโตเกียวโดมไปสถานีนั้น เราต่างคนต่างก็เงียบ ไม่ได้พูดด้วยกันเลยสักคำ.. อาจจะเป็นเพราะว่าในตอนนั้น แม้คำที่ฟังดูเพราะที่สุด ก็ไม่สามารถพูดความในใจของเราได้..

เราสองคนได้แต่ปล่อยให้มือของเราทั้งคู่ที่ยังจับกันแน่น สื่อสารกันไปเองอย่างนั้น.. บนรถไฟระหว่งทาง เรียวบอกผม อธิบายให้ผมฟัง ถึงเรื่องของการรับของ เวลาที่ร้านไฟฟ้านำของมาส่ง เซ็นอะไร ให้คนที่มาส่ง ทำอะไรให้บ้าง เงินไม่ต้องจ่ายเงิน และอื่นๆ อีกมายมาย..
เรียวนำสติ๊กเกอร์ที่ผมฝากไว้มาคืนให้ แล้วยังพูดแหย่ผมอีกว่า
"วันนี้ไม่ลืมนะ"
คงจะหมายถึง ที่เขาลืมคืนกระเป๋าผมละมั้ง.. เรียวให้เบอร์โทรศัพท์ที่บ้านเขามา ผมเพิ่งรู้ว่าเรียวมีมือถือด้วย.. ราคามือถือที่ญี่ปุ่นถูกมาก จนผมสังเกตุว่าใครๆ ในห้องก็มีรวมทั้งเรียว.. นี่แค่เด็ก มัธยมปลายปีแรกเอง คนญี่ปุ่นนี่สุดๆ ไปเลย..

เรานัดกันว่า ต่อไปนี้.. เราจะไปโรงเรียนพร้อมกันทุกวัน โดยเรียวจะมารับผมที่หอ จริงๆ ก็ไม่อยากให้เป็นแบบนี้.. แต่ถ้าเรียวอยากจะมาจริงๆ ก็คงห้ามไม่ได้.. รถไฟแล่นไปเรื่อยๆ ตามหน้าที่ของมัน จนถึงป้ายบ้านเรียว.. ก่อนจะถึงป้ายเขาจับมือผมเอาไว่แน่น แล้วชักมือของเขา ที่กำลังกำมือของผมอยู่นั้น ไปลูบที่แก้มของเขาเบาๆ .. ผมรู้สึกขนลุกอย่างประหลาด แล้วเขาก็บอกราตรีสวัสดิ์ผม..
เขาเดินออกไปจากรถไฟช้าๆ .. ยืนยิ้ม.. แล้วบอกว่าวันจันทร์เจอกัน..
ประตูรถไฟปิดตามหน้าที่ของมัน พร้อมที่จะออกเดินทางต่อไป..

ระหว่างเรียวกับผมในคืนนั้น.. คืนที่แสนวิเศษนั้น.. เหมือนกับว่าระหว่างเรานั้น แม้จะถูกกั้นเอาไว้ด้วยอะไรก็ตาม แต่ก็เหมือนกับว่า เราต่างสื่อสารกันตลอดเวลา.. เอาโบกมือให้.. ผมยังคงมองเห็นเรียว ยืนส่งผมอยู่ที่ชานชาลา จนลับตาไป..
ระหว่างที่ผมยืนอยู่ในรถไฟคนเดียว ผมคิดถึงเรื่องนี้ไปต่างๆ นานา..
เวลาแค่ 4-5 วัน กับสิ่งที่เกิดขึ้น..
.. แฟนที่เป็นรุ่นพี่ที่เมืองไทย..
.. เรียว ......

[ อ่านตอนถัดไป ]

[Home]