Tokyo Love Story : "Part 9"

โดยคุณ - "TOKYODOME" tokyo_dome1@hotmail.com

***** เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เขียนขึ้นจากประสพการณ์ของผม(TOKYODOME)เองครับ *****


..... "รอนานหรือเปล่า" เรียวตะโกนถามผม ขณะที่เดินออกมาจากห้องแต่งตัว สะพายกระเป๋า Puma ใบใหญ่ขนาดคนลงไปนอน ขดอยู่ในนั้นได้.. 2-3 วันมานี้เรียว ซ้อมเบสบอลหลังเลิกเรียนหนักมาก ทำให้ผมซึ่งไม่ได้สังกัดชมรมใดๆ ต้องอยู่ว่างๆ ในตอนเย็นที่โรงเรียนทุกวัน.. เพื่อรอเรียวไปทานข้าว ไปเดินเล่น และทำอะไรอีกหลายๆ อย่างก่อนที่จะกลับบ้านด้วยกัน.. จริงๆ แล้ว ไม่ว่าวันที่เรียวซ้อมเลิกเร็ว หรือเลิกช้า คำแรกที่ผมมักจะได้ยินเขาถามผม หลังจากซ้อมเสร็จเสมอๆ ก็คือ "รอนานหรือเปล่า" "หิวหรือยัง" หรือ "อยากจะไปไหน" ตลอดระยะเวลาประมาณ 2 อาทิตย์ ที่ผ่านมา.. ตั้งแต่คืนนั้นที่โตเกียวโดม ผมกับเรียว เรามาโรงเรียน พร้อมกัน กลับบ้านพร้อมกัน ทำอะไรๆ ด้วยกันมาตลอด.. เรียวเคยถามผมว่า เบื่อบ้างหรือเปล่า กับการรอคอยหลังเลิกเรียน.. ผมตอบไปว่า ไม่เคยเบื่อผมเต็มใจรอเขาด้วยซ้ำไป ถ้าเป็นเรียวล่ะก็ยังไงก็ได้ ...

... ผมมารอเรียวที่สนามข้างโรงเรียนทุกวัน หลังจากซ้อม เรียวมักจะพาผมไปเที่ยวเสมอๆ ทุกๆ ที่ในโตเกียว.. อุเอะโนะ, ชิบุยะ, อะโอะยะมะ, ชินจุกุ, ฮะระจุกุ และที่อื่นๆ ..
ตอนนี้ผมได้ไปมาหมดแล้ว รู้จักโตเกียวมากขึ้นแล้ว.. โดยมีเรียวคอยเป็นไกด์ พาผมไปไหนต่อไหน ผมได้รู้จักคนมากขึ้น เกือบจะทั้งโรงเรียน.. ได้รู้จักและสนิทกับคนให้ห้องมากขึ้น หลายครั้งที่ผมไปฉลองกัน กับเพื่อนๆ แล้วไปค้างที่บ้านของเพื่อนหลายๆ คน [แต่ยังไม่เคยไปบ้านเรียว]
ผมได้เรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นมากมาย ที่เมืองไทยไม่มีสอน ได้เรียนรู้วิถีชีวิตคนญี่ปุ่น แบบถึงแก่นที่สำคัญ.. ผมได้รู้จักเรียวมากขึ้น ได้สัมผัสความอบอุ่น ความห่วงใยจากเรียวมากขึ้น ผมมีความสุขมาก ....

... วันนี้วันศุกร์ครับ มีงานดื่ม [Nomikai] ของห้อง.. เรานัดกันที่ร้านประจำ เวลาประมาณ 6 โมง หรือ 1 ทุ่ม.. นี่ก็ยังมีเวลาเหลืออีกเยอะ เรียวชวนผมไปหาอะไรกิน แถวๆ ชิบุยะ.. ผมไม่ขัดข้องอะไร ชิบุยะ ก็ชิบุยะ ใกล้ร้านที่นัดดีด้วย.. เดินแถวนั้นก็สบายๆ เหมือนสยาม มาบุญครอง เดินดูของไปเรื่อยๆ กับเรียว 2 คน มีความสุขที่สุด...

... แต่วันนั้น ไม่ได้มีแค่ผมกับเรียว 2 คน มีเพื่อนๆ ในห้องบางคน ที่อยู่ซ้อมเบสบอลกับเรียวด้วย ไปด้วยกัน.. ซึ่งทุกคนก็เห็นตรงกันว่า ควรจะไปหาอะไรกินกันก่อน ก่อนที่จะไปดื่ม .. ตั้งแต่ ที่เพื่อนๆ ในห้องรู้ว่าผมกับเรียวคบกัน.. ผมมีความรู้สึกว่าผมเข้ากับเพื่อนๆ ได้ดีมากขึ้น ไม่มีใครรังเกียจ มีแต่รอยยิ้ม สนุกสนาน.. เวลาเรียวเดินมาหาผมที่ห้อง จะมีเสียงคอยแซว คอยแหย่จากหลังห้องเสมอๆ แต่ถึงยังไงก็มีแต่รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ ...

... รถไฟสาย Yamanote นำผม เรียว และเพื่อนๆ มาถึงสถานีชิบุยะเป็นที่เรียบร้อย.. ท่าทางเรียวคงจะหิวมาก สั่งให้ทุกคนตกลงกันว่าจะกินอะไร.. เถียงกันอยู่ได้ไม่นาน ก็มาตกลงกันที่ไก่ KFC หรือที่คนญี่ปุ่นมักเรียกว่า "เกนตะ" ผมก็ไม่ว่าอะไร เกนตะก็เกนตะ.. ผมเป็นคนที่กินอะไรค่อนข้างเร็วนะครับ เวลาไปกินด้วยกันกับเพื่อนเยอะๆ ผมมักจะกินหมดเป็นคนแรก.. ผมกินเสร็จแล้วไม่มีอะไรทำ ผมจึงนำเอาการบ้านมหาโหด ออกมาทำ.. ที่เรียกว่าการบ้านมหาโหดก็เพราะว่า.. นักเรียนต่างชาติ จำเป็นต้องเรียนภาษาญี่ปุ่นหนักกว่า นักเรียนญี่ปุ่นปกติ มีข้อสอบพิเศษด้วย.. ผมกับเรียวมักจะทะเลาะกัน เสมอๆ เพราะเรื่องการบ้าน ซึ่งก็แน่นอน วันนั้นก็ด้วย ....

... ผมนั่งอยู่ข้างๆ เรียวซึ่งดูยุ่งๆ มือซ้ายกำลังถือไก่ ปากกำลังเคี้ยวมือขวากำลังถือแก้ว Pepsi เอาไว้.. ผมนั่งทำการบ้านไปสักครู่ จึงเริ่มออกอาการ..
"เรียว สอนคันจิตัวนี้หน่อย"
"คันจิ" ก็คือตัวอักษรที่ญี่ปุ่นไปยืมมาจากจีนมาใช้.. ทั้งยังมีเสียงอ่านทั้งแบบ ญี่ปุ่นและแบบจีน.. คันจิ นี่ทำความลำบากให้ผมมาก.. เกลียดตั้งแต่อยู่ญี่ปุ่น กลับมาเมืองไทยก็เรียนได้ไม่ดี ก็ไม่ทราบว่าทำไม ..
เรียวเคี้ยวไก่อยู่สักครู่ หันมามองสมุดการบ้านผม แล้วพูดขึ้นว่า..
"อะไร ... คันจิประถมอย่างนี้ไม่รู้จักได้ไง"
"ก็ไม่รู้จริงๆ นี่ยากอ่ะสอนสิ สอนจะได้รู้"
แต่เรียวก็ไม่สนใจ ตั้งหน้าตั้งตากินต่อไป.. กลิ้งตาไปๆ มาๆ เหมือนจะแกล้งเย้ยผม ทำให้เพื่อนอีก 2-3 คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม หัวเราะ กันคิกๆ คักๆ แซวกันใหญ่ ......

... ผมปิดสมุดการบ้านลงดัง ปัง!! .. เลื่อนเก้าอี้ออกทำหน้าวีนๆ บอกเพื่อนๆ ว่า.. เดี๋ยวมาจะออกไปเดินเล่น แล้วเดินออกจากร้านไป.. จริงๆ ผมไม่ได้โกรธ ไม่ได้งอน.. แค่อยากให้เรียวรู้สึก สนใจและจริงจังกับผมมากขึ้น.. เพราะเรียวเป็นคนที่ขี้เล่น เล่นมากๆ .. บ่อยครั้ง ที่ผมตั้งใจกับอะไรมากๆ แต่เรียวกับทำเป็นเล่นๆ ..
ซึ่งครั้งนี้ก็ด้วย ผมเดินออกมางั้นๆ ไม่รู้จะเดินไปไหน.. ชิบุยะ ก็เดิมๆ เดินแทบจะทุกวัน ผมเดินไปเดินมาได้สักครู่ คิดว่าทุกคนคงจะกินกันเรียบร้อยแล้ว.. จึงเดินกลับเข้าไปในร้าน ซึ่งก็เป็นตามที่คิดเอาไว้.. ทุกคนอิ่มและ กำลังรอผมกันอยู่ ผมเดินเข้าไปหยิบกระเป๋าตัวเองออกมา ไม่ได้พูดอะไรกับใคร.. แม้แต่กับเรียว ที่ทำยิ้มแย้มหน้าตายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น.. ผมเดินออกมาเรื่อยๆ ถามเพื่อนว่า จะไปที่ร้านเลยใช่มั้ย.. แล้วเดินนำหน้าออกมา ทิ้งเรียวเอาไว้กับเพื่อนๆ คิดแต่ว่านี่จะไม่รู้จริงๆ เลยหรอว่าผมวีน...

... ผมเดินนำหน้ามาได้สักครู่ ก็มีเสียงดังขึ้นมาจากข้างหลัง..
"คิดว่ากำลังทำอะไรอยู่น่ะ ไม่น่ารักเลย"
เป็นเสียงที่คุ้นที่สุด แต่ผมไม่อยากจะหันกลับไป มองหน้าเค้า.. จริงๆ แค่นี้ผมก็หายบ้าแล้ว ดีใจด้วยซ้ำ ที่ทำไปแบบนั้น.. ก็แค่อยากจะแกล้งเรียวเล่นๆ แต่ถ้าผมกลับเป็นปกติอย่างรวดเร็ว มันจะง่ายเกินไป.. ผมยังคงปั้นหน้ารักษาฟอร์ม แล้วเดินต่อไป [โบ้ทฟอร์มสด] เรียวฉุดเอากระเป๋านักเรียนจากมือผม ไปถือ.. ผมตกใจนิดหน่อยหัน ไปทำหน้าดุใส่.. แต่เรียวก็ยังยิ้ม ทำหน้าเป็น หน้าตายใส่ผม.. ผมเลยต้องรีบหันกลับมา กลัวว่าจะอดกลั้นความขำเอาไว้ไม่ได้.. แล้วเดินต่อไป ระหว่างทางที่ผมเดินนำหน้าเรียวไปนั้น.. เพื่อนที่มาด้วยกันก็แซว ผมกับเรียวไปตลอดทาง.. มันทำให้ผมเกือบเก๊กแตก ตลกมากไม่คิดว่าจะทำได้ และได้ทำ..

... จนกระทั่งที่ร้าน วันนั้น..จำได้ว่าทุกคนสนุกกันมาก กินเบียร์กันแทนน้ำ.. ไก่ย่าง ลูกชิ้น และอาหาร อื่นๆ คาราโอเกะ.. ทุกคนเต็มที่ ผมคนนึงแหละ ที่ตะโกนแหกปาก ตรบมือเวลาร้องเพลง หรือเวลามีใครจะ ดวลเบียร์กัน.. แต่ผมก็ยังไม่สนใจเรียว ทั้งที่นั่งข้างๆ กันก็จริง แต่ก็ไม่คุยกัน.. ผมนั่งหันข้างให้เรียว คุยกับแผ่นหลังของผมไป แล้วผมก็ไปสนุกสนานกับคนอื่นๆ ในห้องต่อ.. แผนของผมได้ผล เรียวชักออกอาการ นั่งเงียบไม่คุยกับใคร.. คนนั้นคนนี้เข้ามาถามก็ไม่พูด ผมก็ไม่สนใจ อยากมาแกล้งเราก่อนทำไม.. สักพัก นึกขึ้นได้ว่ามีการบ้านคันจิ จึงเอาสมุดการบ้านไปถามเพื่อน.. คนที่พูดภาษาอังกฤษได้เยี่ยมที่สุดในห้อง ว่ามันแปลว่าอะไร.. เผื่อว่าจะอธิบายเป็นภาษาอังกฤษได้ดีกว่า แต่คำตอบที่ผมได้รับกลับเป็น ..
"ตัวนี้หรอ .. ไปถามเรียวสิ เรียวตอบได้"
ผมบอกเขาไปว่า เรียวไม่ยอมบอก เขากลับหัวเราะร่า บอกว่า.. เดี๋ยวเรียวก็บอกผมเอง ...

... ผมละออกจากเพื่อนคนนั้นมา ไม่ได้สนใจอะไรมากมายนัก เอาสมุดการบ้านไปเก็บ แล้วก็เดินร่อนไปหา คนโน้น คนนี้ เต้นบ้าตรบมือ แหกปากร้องเพลงไปเรื่อยๆ .. เข้าไปคุยกับเพื่อนคนนั้น และก็ย้ายไปคุยกับเพื่อนอีกกลุ่ม ปล่อยให้เรียวนั่งบ้าไปอย่างนั้น.. ไม่ได้สนใจ มีเพื่อนบางคน ชวนให้ผมร้องคาราโอเกะ.. ผมก็ร้องโดยที่ใช้ภาษาญี่ปุ่น ห่วยๆ ของผมร้องนั้นแหละ.. ร้องเหมือนกับเป็นตัวตลก ปกติผมจะไม่ยอมกลายเป็นตัวตลกเท่าไหร่.. แต่วันนั้น อาจเป็นเพราะยังอยู่ในช่วงบ้าเลยยอม.. ร้องเพลงไปเรื่อยๆ ผิดๆ ถูกๆ .. ทุกคน หัวเราะกันยกใหญ่.. มีแต่เรียวนั่นแหละ ที่นั่งเอาหลังพิงกำแพง ทำหน้าบอกบุญไม่รับไปอย่างนั้น แต่ผมก็ไม่สนใจ..

... จนกระทั่งจ่ายเงิน ทุกคนแยกย้ายกันกลับ..
ผมกับเรียวก็กลับ แต่ผมก็ยังไม่ได้คุยกับเรียว บนรถไฟก็ไม่ได้คุยกัน..
จากที่ตอนแรก ผมเป็นคนเครียด เรียวยิ้มแย้ม กลับกลายเป็นเรียวเครียดอย่างเห็นได้ชัด..
ทำไงดีผมสงสารเรียวมาก แต่ก็ไม่รู้จะบอกยังไง กลัวเสียฟอร์ม..
เรายังเงียบกันไปอย่างนั้น จนกระทั่ง..เรียวพูดขึ้นมาว่า..
จะขอไปนอนหอผม ซึ่งผมก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร อยากไปก็ไปก็แค่นั้น..

... เรานั่งนิ่งไปเรื่อยๆ ..
.. ลงรถไฟ..
.. เดินเข้าไปในหอ..
.. ผ่านร้านบะหมี่รถเข็น..
.. ก็ยังคงเงียบ..... มีแต่ความเงียบ.......
.. จนเข้าไปในห้อง.. ผมกำลังถอดเครื่องแบบออก..
.. ก็มีเสียงเรียวพูดขึ้นมาว่า ...................................
.. "อยากรู้หรือเปล่า.. ว่าคันจิตัวนั้นอ่านว่าอะไร ?" ......

[ อ่านตอนถัดไป ]

[Home]