Tokyo Love Story : "Part 10"

โดยคุณ - "TOKYODOME" tokyo_dome1@hotmail.com

***** เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เขียนขึ้นจากประสพการณ์ของผม(TOKYODOME)เองครับ *****


... "อยากรู้หรือเปล่าว่าคันจิตัวนั้นอ่านว่าอะไร" ...
.. เรียวพูดประโยคนี้พร้อมกับมองหน้าผม.. จ้องหน้าผมนิ่ง ผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเอง ชนะ แต่ก็ยังคงรักษา ฟอร์มเอาไว้บอกว่าเอาไว้ก่อน.. ผมส่งเสื้อผ้าและผ้าเช็ดตัวให้เรียว บอกให้เขาไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ.. เขารับ เอาเสื้อผ้านั้นแล้วก็ไปอาบน้ำ.. ผมยิ้มให้กับชัยชนะของตัวเอง จัดแจงเอาฝูกมาปู รอเรียวอาบน้ำเสร็จ.. ผมจึงเข้าไปอาบน้ำต่อจากเขา เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วนำการบ้านออกมานั่งทำไปเรื่อย.. เรียวเองก็ทำการบ้านของเขา นำออกมานั่งทำไปเรื่อยๆ .. เราสองคน นอนคว่ำอยู่บนฝูก ต่างคนต่างทำการบ้านของตัวเองไปเรื่อยๆ ผมไม่ลืมที่จะ ถามเรียวว่า ไม่โทรไปบอกที่บ้านหรือ ว่าวันนี้จะไม่นอนที่บ้าน.. เขาว่าไม่เป็นไร เพราะปกติทุกคืนวันศุกร์ เรียวก็ไม่ได้กลับไปนอนบ้านอยู่แล้ว ทำให้ผมนึกขึ้นได้เพราะศุกร์ที่แล้วผมกับเรียว ก็ไปค้างที่บ้านเพื่อนอีกคนนึงมา .....

... เรียวทำการบ้านเสร็จก่อนผม เขาจัดแจงเก็บสมุดการบ้านของเขา ลงไปในเป้พูม่าใบใหญ่ ขนาดคนลงไปนอนได้ของเขา แล้วถามผมว่า.. ผมทำการบ้านของผมเองเสร็จหรือยัง ผมตอบไปว่ายัง แต่คงอีกยังไม่นาน เอาไว้ให้การบ้านข้อนี้เสร็จ ผมจะให้เรียวสอนคันจิให้.. เขาพยักหน้าเบาๆ แล้วบอกว่าหิว จะลงไปหาซื้ออะไรกินสักครู่ ถามผมว่าจะเอาอะไรหรือป่าว.. ผมฝากเรียวซื้อน้ำผลไม้มา น้ำอะไรก็ได้ เขา "hai" รับคำสั่งของผม ซึ่งถ้าเป็นภาษาไทยก็คงจะเป็น "ครับผม" .. ผมสังเกตุเห็นว่าเรียวดีขึ้น ไม่ค่อยจะเครียดเหมือนเมื่อสักครู่แล้ว เสียงเรียวปิดประตูและเดินออกจากหน้าห้องผมไป ผมรอฟังเพื่อให้แน่ใจว่า เรียวเดินออกไปแน่ๆแล้ว .. จากนั้นผมก็แอบเอาสมุดไอดารี่ ออกมาเขียน ผมเขียนบรรยายไปว่าวันนี้ ผมทำอะไรไปรอเรียวซ้อมเสร็จ ไปไหนมาบ้าง เกิดอะไรขึ้น.. วันนี้ทุกคนสนุกกันแค่ไหน เขียนไปได้แค่ แผ่นกว่าๆ เรียวก็กลับเข้ามาพร้อมกับ ถุงขนมและน้ำ ผมรีบนำไอดารี่ไปเก็บแบบไม่ให้เรียวรู้ ว่าผมกำลังเขียนอะไรอยู่ แล้วกลับมานั่งบนเตียง..

... ผมเปิดถุงออกดูว่าเรียวซื้ออะไรมาบ้าง ก็แค่ ขนมปัง 2-3 อย่างกับ น้ำบ๊วย ที่ผมชอบ จากนั้นผมก็ให้เรียวตรวจการบ้านให้ผมซึ่งเรียว ถึงแม้ว่าจะยังร่าเริงไม่เต็มที่เหมือนเดิม แต่เรียวก็ยังไม่ทิ้งความขี้เล่นเวลาตรวจการบ้านผม.. ผมกับเรียวนั่งอยู่บนฝูก เรียวนั่งอยู่ข้างๆ ผม คอยเรียกผมไปดูสมุดการบ้าน ของตัวเองเสมอๆ ว่า ตรงไหนผิดตรงไหนถูกอะไรยังไง.. ผมก็ไม่ค่อยได้สนใจ ดู TV ไปเรื่อยๆ เรียวเรียกให้ดู สมุดทีนึงก็สนใจสมุดทีนึง แล้วก็ ไปสนใจกับ TV ของผมต่อ ขนมปังในมือผมที่ผมถืออยู่นั้น.. บ่อยครั้งที่ผมไม่ได้ส่งมันเข้าไปปากตัวเอง เพราะจะมีคนคอยทำเสียงประหลาดๆ "tabetai tabetai" อยากกิน อยากกิน.. เหมือนเด็กๆ อยู่อย่างนั้น ผมก็เลยต้องป้อนเรียวไปดูTVไป จนกระทั่ง ขนมปังหมด เรียวตรวจการบ้านเสร็จ และ .......

... เรียวเข้ามากอดผมจากข้างหลัง มันเป็นการกอดครั้งที่นับไม่ถ้วนของผมกับเรียว ผมปล่อยให้เขากอดผมไปอย่างนั้น เพราะผมกำลังสนใจ Kimura Takuya ใน TV อยู่.. เขาถามผมว่า เมื่อตอนเย็นนี้ โกรธอะไรเขา ผมจำไม่ได้ว่าเรียวถามผมอยู่กี่ครั้ง แต่ก็คงจะหลายครั้งมาก.. จนเรียวรำคาญเอื้อมมือมากดรีโมทปิด TV และโยนรีโมท ไปในวิถี ที่ผมไม่สามารจะเอื้อมไปหยิบได้..
"อะ-ไร-กัน-เนี่ย" ผมถามพร้อมกับทำหน้าด..ุ
"เมื่อเย็นนี้โกรธอะไร"
"ป่าวไม่มีอะไรไม่ได้โกรธ"
"ไม่น่ารักเลยรู้หรือป่าว"
"รู้สิเรียวพูดเสมอ"
"ทำตัวน่ารักๆ หน่อยสิ"
"ไม่ได้ทำอะไรนี่ ก็อยู่เฉยๆ"
"แล้วทำไมไม่พูด"
" ก็ไม่รู้จะพูดอะไร เรียวไม่ยอมบอกก่อนเองว่าคันจินั้น แปลว่าอะไร ยังมาว่าเราเป็นเด็กประถมอีก อายพวกโคเฮ บ้างสิ" ผมพร้อมกับหันหน้าไปพูดกับเรียวที่นั่งกอดผมอยู่....

... "แล้วอยากรู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคันจิตัวนั้นแปลว่าอะไร.."
" เคยอยากรู้แต่ตอนนี้ไม่แล้ว" "ทำไมล่ะ"
"ก็เคยถามเรียวคุงแล้วนี่ แต่เรียวคุงไม่ตอบ ก็เลยไม่อยากรู้แล้ว" ...
ผมตอบพร้อมทิ้งน้ำหนักตัวลงบนตัวเรียว.. ผมนั่งพิงเรียวในอ้อมกอดของเรียว พร้อมทั้งพูดต่อว่าเขา ที่ไม่ยอมสอนคันจิผมเมื่อเย็น..
"ไม่อยากรู้จริงๆหรอ" ผมแกล้งไม่ตอบ หลับตานอนในอ้อมกอดเรียวไปอย่างนั้น.. เพราะยังไงซะเรียวก็ต้องบอกผมเอง หรือถ้าไม่บอกผมก็ค่อย ไปเปิดพจนานุกรมเองก็ได้
"ตอนนั้นที่ไม่บอกเพราะว่ามีพวก โคเฮอยู่ด้วย เลยไม่อยากบอก เพราะคำๆ นี้อยากจะบอกกับโบ้ทแค่ 2 คนไม่อยากให้ใครรู้" ผมเริ่มสงสัยว่ามันหมายความว่าอะไรกันแน่.. เลยลุกขึ้นไปหยิบเอาสมุดการบ้านคันจิออกมา กางหน้าที่มีตัวคันจินั้นกางให้เรียวดู ...

... "คันจิตัวนี้อ่านว่าอะไร" ผมนั่งยองๆ ลงหน้าเรียว หันสมุดไปทางเขาซึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนฝูก
"อ่านว่า อั้ย" เรียวตอบผมนำดินสอมาจดเสียงอ่าน ลงบนสมุดนั้น..
"แปลว่าอะไร" เรียวทวนคำถามของผมเป็นภาษาญี่ปุ่น
"แปลว่าอะไรดีนะ" แล้วทำตากลิ้งไปมา เหมือนคนกำลังนึก.. ผมเร่งให้เขารีบๆ ตอบ.. แล้วเรียวก็ทำให้ผมตกใจมากที่สุดครั้งหนึ่ง เพราะปกติเรียวมักจะทำให้ผมตกใจเสมอๆ .. เขานิ่งเงียบไปสักครู่ ก่อนจะพูดออกมาเสียงดังฟังชัดว่า..
"รัก" .. เขามองหน้าผม ผมนิ่งเงียบพูดอะไรไม่ออก จนกระทั่งคำว่า "ผม-รัก-คุณ" ถูกเปล่งออกมาจากปากเรียว.. ถึงแม้ว่า ผมรักคุณของเรียว จะออก อักขระ ได้ไม่ถูกต้อง ตามหลักภาษาไทย.. ไม่มีเสียง ร.เรือ ควบคล้ำไพเราะ แต่มันเป็นคำว่า "ผมรักคุณ" ที่เพราะน่าฟังที่สุด.. เขาพยายาม ที่จะออกเสียงให้ชัดที่สุด มันประทับใจที่สุด จนผมทำอะไรไม่ถูก ไม่คิดว่านี่คือเรียวสุเกะ คนที่ผมรัก.. เขามาสามารถ พูดภาษาไทยคำว่ารักได้ น้ำตาไหล ออกมาจากตาผม ผมสวมกอดเขาไว้แน่น พูดแต่คำว่า ขอบคุณ ขอบคุณ อยู่พักนึง.. ผมพยายามถามว่า ไปได้ยินมาจากไหน ใครสอน แต่เขาไม่ตอบ..

... สิ่งที่ผมรู้สึกได้ คือเรียวค่อยๆ คลายกอดของเขาออก จากแน่นออกมาเป็นหลวมๆ .. เขาบอกรักผมเป็นภาษาญี่ปุ่น หน้าของเรียวเคลื่อนเข้ามาใกล้ หน้าผมเรื่อยๆ .. ผมยังจำความรู้สึกในคืนนั้นได้ ผมค่อยๆ หลับตาลง .. ในจังหวะที่ปากของผมและเรียวสัมผัสกันนั้น ตัวของผมร้อนผ่าวไปหมด.. มันเป็นจูบแรกของผมกับเรียว เป็นจูบของผมแรกที่ญี่ปุ่น.. เป็นจูบที่เรียวจูบผมหลังจากที่บอกรักผม.. หลังจากบอกชอบผมและขอผมเป็นแฟนที่โตเกียวโดม...

... ผมเริ่มทิ้งน้ำหนักตัวลงกับฝูกที่นอนนั้น..
.. เรียวโน้มตัวเขาลงมา ถามผมว่ากลัวมั้ย..
.. ผมส่ายหน้า ไม่ได้ตอบอะไร เรียวถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมด..
.. เป็นครั้งแรก ที่เราได้เห็นกันและกันในสภาพเปลือยเปล่า..
.. เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็น ผิวขาวสะอาดของ เรียว.. ชายที่โรแมนติคที่สุด..
.. เขาบรรจงจูบผมเบาๆ ผมทำอะไรไม่ได้ มากไปกว่าปล่อยให้เวลาและ..
.. สิ่งที่เรา 2 คนอยากทำดำเนินต่อไปอย่างนั้น ...
.. ต่อไปอย่างนั้น....
.. จนกระทั่งเรา 2 คนนอนกอดกันหลับไป.......

[ อ่านตอนถัดไป ]

[Home]