Tokyo Love Story : "Part 11"

โดยคุณ - "TOKYODOME" tokyo_dome1@hotmail.com

***** เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เขียนขึ้นจากประสพการณ์ของผม(TOKYODOME)เองครับ *****


..... มันเป็นเวลาสายๆ ของเช้าวันใหม่.. ผมพยายามจะลืมตาสู้กับแสงแดดจ้า ที่ส่องผ่านเข้ามา จนถึงตัวผมที่นอนกอดเรียว อยู่บนฝูกที่นอน.. ผมแหงนมองดูนาฬิกา ซึ่งมันก็เป็นเวลาที่สายมากแล้ว แต่เพราะอะไรก็ไม่ทราบ ผมยังไม่อยากตื่นยังคงนอน กอดเรียวหนุนไหล่เรียวไปอย่างนั้น.. คิดถึงเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมด.. คิดกี่ครั้งๆ ก็มีความสุข คิดกี่ครั้งๆ ก็อดยิ้มให้กับตัวเองไม่ได้.. คิดเรื่องราวที่ผ่านมาเมื่อวานนี้.. เมื่อคืนนี้.. เรื่องราวของคืนที่สมบูรณ์แบบที่สุดของผม.. แล้วก็นอนลงเอาหน้าแนบอกเรียว นอนต่อไปเรื่อยๆ .. ตอนนี้สภาพของเรา 2คน ก็คงไม่ต่างอะไร กับ แมว และ สุนัขจิ้งจอกที่นอนก่ายกันอยู่ ... ดั่งในเทพนิยาย

... จนกระทั่งผมมารู้สึกตัว ก็เมื่อมีใครบางคนพยายามเขย่าตัวผมให้ตื่น อืมมม.. คงไม่มีใครจะสามารถเข้ามาอยู่ในห้องผม ได้อีกแล้วนอกจากสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ตัวนั้น.. ผมลืมตาตื่นขึ้น เห็นเรียวแต่งเครื่องแบบนักเรียน เรียบร้อยแล้ว
"เอ๋......." ผมร้องขึ้นเพราะสงสัยนิดหน่อย
เมื่อกี้นี้ยังนอนกอดกับเราอยู่เลย.. ทำไมอยู่ดีๆ ลุกขึ้นพรวด ไปแต่งเครื่องแบบนักเรียนเรียบร้อยแล้ว ... ก็คือสุนัขจิ้งจอก จะกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้าน.. ผมพยักหน้ารับคำ แต่เจ้ากรรมตามันดันจะปิดเอาเพราะว่าง่วง และไม่อยากจะตื่น "ตื่นได้แล้ว..ลืมตาสิลืมตา" ผมพยายามถ่างตาคุยกับเจ้าของเสียงนั้น ....

... เขาบรรจง หอมแก้มผมเบาๆ บอกว่าใก้ลๆ เที่ยงจะมาหา เอาไว้ไปเที่ยวไปทานข้าวกัน ให้รอด้วย จะกลับไปที่บ้าน ไปอาบน้ำแต่งตัวก่อน แล้วจะกลับมารับ... ผมก็ hai hai hai รับไปอย่างนั้น..
แล้วเรียวก็เดินออกไปจากห้องผม แต่ก็ยังไม่ลืมตะโดนออกมาก่อนจะเดินออกไปว่า
"ไอ้แมว ตื่นได้แล้ว" แล้วเขาก็หัวเราะเบาๆ ปิดประตูเดินออกไป..
หลังจากเรียวออกไปจากห้องผมได้ไม่นาน ผมก็ลุกขึ้น เก็บฝูกที่นอนเข้าที่ เก็บผ้าเอาไว้ เตรียมที่จะซัก จริงๆ อยากจะซักซะวันนี้เลย แต่เดี๋ยวเสียระบบ เพราะตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะซักผ้า ทุกๆ วันอาทิตย์ แล้วก็ทำนู่นทำนี่ ไปเรื่อยเปื่อย นึกขึ้นได้เอาสมุดการบ้านคันจิมาเปิดดู ....

... อืมมม คันจิตัวนี้ แปลว่ารัก.. ผมพยายาม หัดเขียนตามแบบฝึกหัดที่มีให้เขียน แล้วก็คิดกับตัวเองว่า จะเขียนให้เรียวดู อิอิอิ.. จะเขียนสวยๆ ให้เหมือนคนญี่ปุ่นเขียน แล้วก็จะเขียนให้เรียว จะเขียนเอาไว้ที่สมุดเรียวทุกเล่ม อิอิอิ...
ผมบ้าอยู่คนเดียวพักใหญ่ ก็นึกเอาได้ว่ายังไม่อาบน้ำ ก็เลย.. คว้าเอาผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไป เมื่อเข้าไปในห้องน้ำ ผมก็หยิบเอายาสีฟันออกมา กำลังจะบีบ ยาสีฟันลงไปบนแปรงสีฟันของผม แต่ผมก็ต้องแปลกใจ เพราะที่แปรงสีฟันของผมนั้น ยาสีฟันได้ถูกบีบเอาไว้เรียบร้อยแล้ว.. คงจะไม่ใช่ผีหลอก หรือผมคงจะไม่ได้ละเมอลุกขึ้นมา บีบยาสีฟันเอาไว้หรอกครับ คงจะเป็นสุนัขจิ้งจอกตัวนั้น บีบเอาไว้ให้ก่อนจะกลับไป..

... ผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็นั่งดู TV ไปเรื่อยๆ เขียนไดอารี่ไปเรื่อยๆ สลับกับทำการบ้านไปเรื่อยๆ รอเรียวมารับไปทานข้าว.. ผมนั่งทำอย่างนั้นไปเรื่อยๆ แล้วเสียงโทรศัพท์ ก็ดังขึ้น.. ถ้าไม่ใช่ พ่อกับแม่ ผมโทรมาจากที่เมืองไทย ก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเรียว.. แล้วก็ใช่ครับ เรียวโทรมาบอกว่า เพิ่งตื่นกลับมาบ้านก็เผลอหลับไป เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ.. บอกให้ผมรออีก ประมาณ 1 ชั่วโมง
"คิดว่ากำลังทำอะไรอยู่น่ะ ไม่น่ารักเลยรู้มั้ย"
ผมนำเอาประโยคที่เรียวมักพูดกับผมเสมอๆ มาใช้ เขาหัวเราะเสียงดังก่อนที่จะบอกให้ผม เปิดประตูห้องให้เขา.. ผมงงๆ บอกว่าจะไม่เปิดในตอนนั้น ผมไม่เข้าใจความหมายของเรียวคือทั้งๆ ที่ยังอยู่ที่บ้านจะให้ผมเปิดประตูให้ทำไม..

... เสียงเคาะ ประตูดังขึ้น ผมบอกเรียวว่าให้รอ.. มีคนมาหาผม ผมจะไปเปิดประตู เรียวก็รับคำผมดี ha-i แล้วผมก็เดินไปเปิดประตู.. เมื่อประตูถูกเปิดออก สุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่ง ยืนอยู่ที่ตรงหน้าผม.. มือข้างนึงถือโทรศัพท์ มือถือเอาแนบเอาไว้ที่ข้างหู.. พูดทักทายผมด้วย ภาษาไทยเสียงดังฟังชัดว่า
"สวัสดีครับ"
ผมเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น ถามเขาไปว่า
"สนุกใช่ไหมล่ะ"
คนได้ฟังก็ยักคิ้วไปๆ มาๆ บอกว่า.. ก็สนุกดี แล้วเดินตามหลังผมเข้ามาในห้อง
ถามผมในคำถามเดิมๆ เหมือนเป็น ข้อบังคับที่เราถามกับเสมอๆ ว่า.. หิวหรือยัง อยากจะไปกินอะไรที่ไหน ซึ่งหลายๆ ครั้งก็ต้องไปจบลงที่ร้านบะหมี่ ....

... วันนั้น บังเอิญว่า ความอยากในอาหารไทยของผมมีมาก ก็เลยชวนเรียวไป กินอาหารไทย ทั้งๆ ที่ตอนนั้นก็ไม่ค่อยจะมีเงิน แต่ก็ทำไงได้ เพราะว่าอยากมากยังไงๆ วันนี้ก็ต้องได้กินอาหารไทย.. ซึ่งถ้าจะกินอาหารไทยแล้วล่ะก็ ตอนนั้นผมรู้จักอยู่ 2-3 ร้านแต่ร้านที่ไปง่าย และสะดวกที่สุดก็คือร้าน "พัทยา" จะอยู่ที่ไหนได้ ถ้าไม่ใช่ "ชิบุยะ-อะโอะยะมะ" แถวๆนั้น..
แค่คิดว่าต้องนั่งรถไฟไปกี่ต่อ กี่สถานีก็ล้าแล้ว.. แต่ถ้าเพื่อ ได้กินอาหารไทยแล้วยังไงๆ ก็ต้องยอม.. เรียวเองก็ดูจะตื่นเต้น จริงๆ ผมเคยไปกินอาหารไทยกับเรียวมาแล้ว 1 ครั้งก่อนหน้านี้.. ยังจำ ได้ว่า เรียวสั่งต้มยำกุ้งมา กินคนเดียวหมดหม้อ.. แล้วกลับบ้านไปก็ท้องเสีย จนต้องพกเอายามากินที่โรงเรียน อิอิอิ...

... รถไฟพาผมกับเรียวมาจนถึง สถานี "ชิบุยะ" เดินตรงไปหลังสถานี จริงๆ ผมก็ไม่แน่ใจว่าตรงไหนเรียกว่า หน้าสถานีหรือว่าหลังสถานีกันแน่.. แต่ว่าผมก็กำหนดเอาเอง ว่าต้องเดินไปทางหลังสถานี เราเดินกันเร็วมาก เพราะใครบางคนบ่นอยู่ ตลอดเวลาว่า "หิวแล้วๆ" ผมก็อยากจะ บอกเหมือนกันว่า รู้แล้วๆ หิวเหมือนกัน แต่ก็ไม่กล้าเพราะว่ากลัวว ...
อาหารไทยวันนั้น.. ข้าวสวย ไก่ทอด ต้มข่าไก่ และกับข้าวอีก 2 อย่าง.. เป็นการกินข้าวที่ร่วมกับของผม กับเรียว ที่แพงที่สุดครั้งนึงเลยก็ได้.. รวมๆ กันแล้ว ตกร่วม 2 พันบาท แต่ก็ไม่สนใจเพื่อให้ได้กิน อาหารไทยผมยอม ... ดูท่าทางเรียวก็มีความสุข กับการที่ผมสั่งอาหารแปลกๆ [จริงๆไม่แปลกแต่เรียวเองที่คิดว่าแปลก] มาให้เค้ากิน .....

... ทานข้าวเสร็จ ก็เพิ่งจะบ่ายๆ .. เราเดินออกมา แล้วนั่งตกลงกันอยู่ว่าจะทำอะไรดี ผมเสนอไปว่า.. กลับบ้าน เรียวได้ฟังก็ทำตาโตตกใจ อะไรกลับบ้านอีกแล้ว.. ผมก็เลยบอกไปว่า ถ้าจะเดินเล่นชิบุยะ ก็.. อีกแล้วเหมือนกัน.. เดินมาพอแล้ว รู้แล้วว่าอะไรอยู่ตรงไหน ..

.. คุยกันไปคุยกันมา เถียงกันไปเถียงกันมา ก็สรุปได้ว่า.. เรียวจะพาผมไปไหว้พระ ผมก็งงๆ เหมือนกัน ว่าทำไมมันมาหยุดตรงไหว้พระ..
ถามเรียวว่า ทำไมต้องไปไหว้พระ วันนี้.. ตอนนี้.. เดี๋ยวนี้เลยหรอ ?
เรียวก็ตอบแค่ว่า อยากไปก็ไป ไม่อยากไปก็ไม่ไป.. แค่นี้เองตามใจผม
ผมตอบไปว่าตกลง แล้วเรียวจะพาผมไปไหว้พระที่ไหน
คำตอบที่ได้รับคือ "อะซะคุซะ" ...
ห๋า "อะซะคุซะ" เหมือน อยู่บางบัวทอง..
แล้วจะไปไหว้พระที่บางนา เนี่ยนะ ........

[ อ่านตอนถัดไป ]

[Home]