Tokyo Love Story : "Part 15"

โดยคุณ - "TOKYODOME" tokyo_dome1@hotmail.com

***** เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เขียนขึ้นจากประสพการณ์ของผม(TOKYODOME)เองครับ *****


... มันเป็นช่วงหน้าฝนของโตเกียว ฟ้าสีหม่นๆ กับฝนที่ตกลงมา ถึงแม้ว่าฝนที่ตกลงมา มันจะไม่ได้ตกหนักอะไรมากมายนัก แต่มันก็ทำให้ทุกๆ คนพร้อมใจกัน นำร่มออกมา กางร่มเดินกันไปไหนต่อไหน มากมายหลายสีสัน มองไปทางไหนก็จะเห็นใครต่อใคร ถือร่มกันเต็มไปหมด ลมที่พัดมากับสายฝน ลมที่มาพร้อมกับสายฝน ลมที่พัดพาอย่างอื่นมาพร้อมๆ กันไปด้วย ...

... มันเป็นเวลาที่ผมกำลังเก็บของ เตรียมตัวจะกลับหอ และรอเรียวเดินมารับที่ห้อง.. วันนี้เป็นวันศุกร์ จริงๆ แล้ว ผมกับเพื่อนที่ห้องจะมีนัดกัน ไปดื่ม.. ไปเที่ยว.. ไปหาอะไรกินกันทุกวัน ศุกร์ หรือไม่ ก็พุธ แต่นี่ไม่รู้เพราะอะไร ทำไมวันนี้ทุกคนลงความเห็นว่าจะ "ไม่ไป" กันซะดื้อๆ อืมม... ไม่เป็นไร ไม่ไปก็ดี จะได้เก็บเงินเอาไว้ ซื้อของที่อยากได้ แล้วก็ทำอย่างอื่นด้วย..

.. ผมนั่งรออยู่ในห้องสักพัก เจ้าตาตี่เจ้าของรอยยิ้มที่น่ารักที่สุดก็เดินเข้ามา พร้อมกับทำหน้า เจื่อนๆ เดินเข้ามาทางผม ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะของตัวเอง.. เรียวบอกว่า วันนี้ ให้ผมกลับไปก่อน ไม่ต้องรอกลับบ้านด้วยกัน เพราะเขาต้องรีบกลับไปที่บ้าน แม่ของเขาโทรเข้ามือถือมาเรียก.. บอกว่า เย็นนี้ให้รีบกลับบ้าน อย่าเถลไถล หลังจากที่ซ้อมกีฬาเสร็จแล้วต้องรีบกลับ ...

"จะไปไหนหรอเรียว ?"
"ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน สงสัยจะออกไป Yokohama มั้ง"
"ไปทำไม ตั้ง Yokohama"
"คงจะไปเยี่ยมญาติละมั้ง คงอยู่เสาร์-อาทิตย์ด้วย"
"งั้นหรอ ... ให้อยู่รอก็ได้นะ"
"รีบกลับไปเถอะ จะมาติดฝนรออยู่ทำไม อย่าดื้อนะเอาร่มผมกลับไปก่อน"
"แล้วเรียวล่ะจะทำไง "
"ก็ซ้อมเสร็จกลับกับพวก คาไซ โคเฮ ก็ได้ รีบกลับนะโบ้ท อย่าไปเดินเปียกฝนที่ไหน ว่างแล้วจะโทรไป...."

... พูดเสร็จ เอาก็ยื่นมือมา หยิก จมูกผม.. แล้วก็เดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้ผมนั่งอยู่อย่างนั้น.. อือ ... ไม่เป็นไรมั้ง ก็แค่ซ้อมกีฬาเสร็จ แล้วก็รีบกลับบ้าน.. วันนี้ ไม่ได้กลับด้วยกันก็ไม่น่าจะเป็นอะไร คงจะให้กลับพร้อมกันหมดทุกวัน ใน 1 ปี ก็คงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว..
.. ผมนั่งนึกๆ กับตัวเองไปอย่างนั่น คิดนั่นคิดนี่เก็บของ เดินลงไปที่ ห้องล็อกเกอร์เปลี่ยนรองเท้า และไปเอาร่ม.. ผมกะว่าจะขึ้นไปดูเรียว ที่ห้องเค้าซะหน่อย ว่ายังอยู่หรือป่าว เพราะมองออกไปที่สนามยังไม่มีใครซ้อมอยู่เลย ฝนก็ตกลงมาซะอีก ถึงแม้จะเป็น ฝนที่ตกลงมาปรอยๆ ก็เถอะ.. แต่เท่าที่รู้มา ฝนปรอยๆ นี่มำให้เป็นหวัดได้ดีกว่าฝนที่มันตกหนักๆ ซะอีก.... แต่คิดอีกทีไม่ไปดีกว่าเพราะ อาจจะลงไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็ได้ หรือไม่ก็คงจะยังนั่งคุย รอซ้อมกับเพื่อนในทีมเค้าก็ได้ ไม่อยากไปรบกวน ....

.. ผมเดินออกมาจากตึก ละอองของฝนปรอยๆ กระเด็นมาถูกที่ใบหน้าผม.. ลมเย็นๆ ที่พัดมานั้น วันนี้ที่ใต้ร่มของเรียว มีแต่ผมคนเดียวที่เดินออกไป โดยไม่มีเรียวข้างๆ ..
.. ระหว่างทางจากหน้าตึกออกไปที่ประตูโรงเรียนนั้น เป็นระยะทางแค่นิดเดียว แต่วันนี้ ผมรู้สึกว่ามันใกล้มากเหลือเกิน ผมรู้สึกแปลกๆ ที่ต้องมาเดินถือร่มกลับบ้านคนเดียว แต่ก็คิดไปคิดมาว่า ถ้าไม่รู้จักเรียว เราก็ต้องกลับบ้านแบบนี้ทุกวันสินะ เดินไปแล้วก็คิดไป อยู่แบบนั้น ....

... ผมเริ่มคิดต่อไปอีกว่า จะไปไหนดี จะให้กลับหอตอนเย็นๆ แบบนี้ มันคงจะเป็นอะไรที่เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เย็นวันศุกร์.. คืนวันศุกร์.. การกลับหอ ดึกๆ .. อยู่ข้างนอกดึกๆ ... เที่ยวดึกๆ ... นั่นแหละที่ผมต้องการ...
.. แต่ถ้าทำแบบนั้น ในวันศุกร์วันนี้ก็คงจะไม่สนุก เพราะไม่มีเรียวอยู่ด้วย อันที่จริงแล้ว ผมไม่ปฎิเสธที่จะต้องทำอะไรคนเดียว เพราะชินแล้ว กับการที่จะต้องทำอะไรคนเดียว เที่ยวคนเดียว ดูหนังคนเดียว ตั้งแต่อยู่เมืองไทย ก่อนไปญี่ปุ่น และกระทั่งกลับมาจาก ญี่ปุ่นจนถึงตอนนี้....

... ผมเดินมาจนถึงสถานี คิดอยู่ตั้งนาน ว่าจะไปไหนดี หิวข้าวจะไปกินที่ไหนดี กินข้าวเสร็จ จะทำอะไรต่อดี วางแผนอยู่ว่าจะไปที่ไหน นั่งสายอะไรไป กินอะไร ทำอะไร คิดอยู่ตั้งนาน... แต่สุดท้าย ก็ต้องมาลงเอยเอาที่เดิม
... รถไฟสาย Yamanote ยังคงเป็นเพื่อนที่ดีสำหรับผม... เพียงแต่วันนี้.. บนรถไฟสาย Yamanote ที่จะพาผมไป สถานี ชิบุยะนั้น มีผมยืนอยู่คนเดียว.. ไม่มีตัวตาตี่ๆ ยืนอยู่ข้างก็เท่านั้นเอง..
.. ผมยืนไปดู คิดไป จะทำอะไรดีนะวันนี้ [ยังนึกไม่ออกกระทั่งยืนอยู่บนรถไฟ] คิดถึงเรียวไปอีกว่า จะซ้อมกีฬาเสร็จหรือยัง ฝนตกๆ อย่างนี้ยังจะต้องซ้อมอีก ซ้อมเสร็จก็ต้องรีบกลับบ้าน คนที่ปกติหิวอยู่บ่อยๆ แถมยังกินข้าวได้ที่ละมากๆ อย่างนั้น... ซ้อมกีฬาเหนื่อยแล้วรีบกลับบ้าน จะได้กินอะไรหรือป่าวนะ อดเป็นห่วงไม่ได้ ถึงแม้ว่าความจริง ทุกครั้งที่ผ่านมาจะตกเป็นฝ่ายที่ถูกห่วงก็เถอะ.. จะทำอะไรอยู่นะ ....

... รถไฟ Yamanote ทำหน้าที่ของมันเสร็จแล้วร้อยแล้ว มีแต่ผม ที่เดินลงรถไฟมาแล้ว ยังไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไรกะชีวิต.. มองซ้ายมองขาว จะเอายังไงดี.. เดินๆ ไปก่อนแล้วกัน เจออะไรน่ากินก็ค่อยเข้าไปกิน เดินดูอะไรนิดๆ หน่อยๆ ไปก่อนดีกว่า.. ทั้งๆ ที่ผมตกอย่างนี้แหละ ลุย.....เป็นไงเป็นกัน ยังๆ ก็ต้องอยู่คนเดียวแล้ว ...
.. ผมเดินไปเรื่อยๆ ก็ยังไม่เห็นว่ามันจะมีอะไรแปลกใหม่ เพราะปกติแล้ว ก็มาเดินเล่นกับเรียวอยู่บ่อยๆ เดินไปเดินมาอยู่พักใหญ่ ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น หิวก็หิว..ที่พึ่งสุดท้ายสำหรับวันนั้น.. Mc.....

... ผมนั่งงับเบอร์เกอร์ ของผมไปเรื่อยๆ ตาก็มองคนที่เดินผ่านไปผ่านมา นั่นก็มาเป็นคู่ นี่ก็มาเป็นคู่.. มา 2 คน ร่มคันเดียว.. นั่นก็ด้วย นี่ก็ด้วย.. คิดถึงเรียวตอนนี้กำลังจะทำอะไรอยู่นะ จะซ้อมเสร็จหรือยัง จะกลับถึงบ้านหรือยัง คิดไปคิดมา เอาไว้กลับหอแล้วค่อยโทรไปที่มือถือก็ได้.. คิดถึงจัง ไม่เคยคิดเลยว่า ในเวลาที่สถานการณ์บังคับ ให้เราไม่ได้อยู่ใกล้ๆ กันนั้น.. ผมจะกลายเป็นบ้าได้ขนาดนี้ คิดถึงเรียว รวมทั้งคิดไปถึงการบ้าน ของผมด้วยว่า.. ใครจะมานั่งแปลคันจิ และช่วยผมทำกันละที่นี้ เหอ ....
.. ไม่มีเรียวนี่ก็ลำบากเหมือนกันนะเนี่ย เรียวไม่ได้เป็นแค่คนรักธรรมดาๆ แต่เขายังเป็นหลายๆ อย่างของผม เหมือนพี่ชาย.. เหมือนครูสอนภาษาญี่ปุ่น.. บางทีก็ทำตัวขี้อ้อน เหมือนสัตว์เลี้ยง .....

... ผมอิ่มจากเบอร์เกอร์ และพายตรงหน้า นั่งอยู่ในร้านสักพัก เมื่อเริ่มแน่ใจว่านั่งไปก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น และก็เริ่มอิ่มแล้วด้วย กลับหอกันดีกว่า ... ผมเดินออกมาตามถนน มุ่งหน้าไปสถานี ชิบุยะ จริงๆ คิดว่าจะ นั่งรถไฟใต้ดินกลับ แต่คิดไปคิดมา ไม่เอาดีกว่า.. ไม่คุ้น.. และ ไม่คล่องยังไม่อยากหาเรื่องหลงทาง
.. ผมซื้อตั๋วเรียบร้อย ยืนรอรถไฟอยู่ที่ชานชาลา ผมยืนอยู่ แล้วมองโน่นมองนี่ไปเรื่อยๆ แต่สายตาของผม ก็ไปสะดุดกับอะไรบางอย่าง มีใครบางคนที่ผมรู้จักกำลัง ยืนอยู่ไม่ไกลออกไปจากตรงที่ผมยืน คนคนนั้นคือ เรียว ....

... ผมไม่ได้มองผิดไปนั่นเรียวจริงๆ กำลังยืนอยู่กับเด็ก ผู้ชายอีกคน แต่งเครื่องแบบคนละโรงเรียนกับโรงเรียนผม ยืนคุยกันอยู่ ท่าทางคงกำลังสนุก ผมตกใจกับส่งที่ผมได้เห็น ...
.. ซ้อมกีฬา... ไปYokohama กับที่บ้าน...... เรียวที่ยืนอยู่ที่สถานีชิบุยะตรงนี้.. นี่มันอะไรกันแน่ ผมยืนมองอยู่ได้ไม่นาน เด็กผู้ชายที่มาด้วยกันกับเรียว คงจะสังเกตุเห็นว่ามีคนจ้องเขาอยู่ จึงได้เรียกเรียวให้ดู..

... ในจังหวะที่เรียวหันกลับมามองผม.. ในจังหวะที่ผมได้เห็นหน้าเรียว.. ได้แน่ใจว่านั่นคือเรียว.. ได้เห็นว่าเรียว..กำลังถือกระเป๋าอยู่อีกใบ... และทำหน้าตกใจอย่างมาก ที่ผม.. เห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น..
.. ผมรีบเดินออกมาจากตรงนั้น ไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ในหัวตอนนั้น.. ไม่รู้เหมือนกันว่าคิดอะไร แต่ตกใจและ งงมาก.. ว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น เสียงเรียวเรียกตามมาให้หลัง ผมบอกกับตัวเองว่า ผมเกลียดเสียงนี้ ผมมาหยุด อยู่ตรงตำแหน่ง ที่ประตูรถไฟ จะมาจอดอยู่พอดี.. แล้วเรียวก็เดินมา หยุดลงที่ข้างหน้าผม ...

"อย่านะ ฟังก่อน...."
"ขอโทษนะ โบ้ทไม่อยากฟัง"
"แต่ต้องฟัง ฟังก่อน ผมต้องอธิบาย"
"ไม่จำเป็น.. ไม่เอา... ไม่ต้องมายุ่งแล้ว.... ไป Yokohaya ซะ......."
"แต่ ... คือ .."
"ไปซะ อย่ามายุ่ง!"

... รถไฟ Yamanote มาแล้ว.. ผมแทบจะรอให้ประตูรถไฟเปิดออกไม่ไหว.. ผมเดินเข้าไปในรถไฟ ก่อนจะเข้าไป.. ผมหันกลับไปบอกเรียวว่า.. ไม่ต้องตามมาอีก.. โดยที่ไม่ได้มองหน้าเขาหรือฟังเสียง เขาเลยแม้แต่นิดเดียว....

.. ผมยืนหันหลังให้กับชานชลา..
.. หันหลังให้กับเรียว..
.. และ........ เด็กผู้ชายคนนั้น....
.. ประตูรถไฟปิด..
.. รถไฟกำลังจะออกไปจากตรงนี้....
.. ผมก็กำลังออกไปจากตรงนี้เหมือนกัน ...........

[ อ่านตอนถัดไป ]

[Home]