Tokyo Love Story : "Part 17"

โดยคุณ - "TOKYODOME" tokyo_dome1@hotmail.com

***** เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เขียนขึ้นจากประสพการณ์ของผม(TOKYODOME)เองครับ *****


... เวลา.. เดินผ่านไปเร็วเหลือเกิน ตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่น จนถึงตอนนี้ ก็เกือบๆ 3 เดือนเข้าไปแล้ว.. ตลอดระยะเวลาที่ดำเนินผ่านมานั้น มีเรื่องราวใหม่ๆ มากมาย ที่เกิดขึ้นกับชีวิตของผม.. ความสุข รอยยิ้ม ความทุก เศร้า มากมายที่ผ่านเข้ามา..
.. จนถึงวันนี้ มีทั้งเรื่องที่น่าประทับใจ และเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น และหนึ่งในเรื่องที่ดีๆ มากมายเหล่านั้น ก็คือเรื่องของ "เรียว" ... ตั้งแต่เจอกัน ทำอะไรหลายๆ อย่างด้วยกัน แชร์ความรู้สึกกัน มันเป็นช่วงเวลาที่ผมมีความสุขมากๆ มาตลอด เรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นไม่รู้จบไม่รู้เบื่อตั้งแต่ 3 เดือนที่ผ่านมา .....

... มันเป็นเช้าที่เกือบจะสายของวันใหม่ ในห้อง 6 เสื่อแคบๆ นั้น มีผมกับเรียว กำลังนอนขดตัวอยู่ภายใต้ผ่าห่มผืนใหญ่ ไม่มีทีท่าที่จะตื่น แม้ว่าจะมีแสงแดดอุ่นๆ เล็ดลอดเข้ามาทางช่องหน้าต่างระเบียง.. ผมที่นอนอยู่บนแขนของเรียว ภายใต้ผ้าห่มและกำลังกอดเขาอยู่นั้น กำลังถูกปลุกให้ตื่น จากเสียงโทรศัพท์ในห้องผม..
.. ใครกันนะโทรมาปลุกตั้งแต่เช้าขนาดนี้ ผมคิดบ่นในใจตัวเอง ก่อนที่จะพูดงึมงัมงึมงัม ให้เรียวลุกไปรับโทรศัพท์ แต่ก็ไม่เป็นผล สุนัขจิ้งจอกตัวโตยังคงนอน ขดอยู่ใต้ผ้าห่มอยู่อย่างนั้น เหมือนกับว่าไม่ได้ยินที่ผมพูด.. ผมตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร สุดท้ายก็คิดว่าไม่มีคนรับเดี๋ยวก็วางไปเอง แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ โทรศัพท์นั้นเงียบเสียงลงไป แต่เพียงไม่กี่อึดใจต่อมา ก็ดังขึ้นมาใหม่ ... โอยย อะไรกันหนักหนา ผมคลานออกจากฝูกที่นอน มารับโทรศัพท์ โดยบางคนที่กำลังนอนอยู่บนเตียง พูดสมน้ำหน้าผมออกมาเบาๆ ผมยกหูโทรศัพท์ขึ้น พูดออกไปแบบงัวเงียงัวเงีย ... "moshi mo...."

"สุขสันต์วันเกิด จ๊ะลูก อะไรกัน ยังนอนอยู่อีกหรอ ญี่ปุ่นน่ะ 10 โมงได้แล้วไม่ใช่หรอลูก..."

... เป็นเสียงของแม่บังเกิดเกล้าของผมเองครับ ปีนี้จะเป็นปีแรกที่ผมไม่ได้ฉลองวันเกิดกับครอบครัว แม่ผมโทรมา สุขสันต์วันเกิดผม พร้อมกับเตือนบอกผมว่าอย่าลืมไปทำบุญ จะวัดไทย วัดญี่ปุ่น ก็ไปทำบุญไหว้พระซะ..
.. เมื่อเช้าที่บ้านผม ก็ไปตักบาตรกันมาแล้ว ที่วัด บวร กับ วัดชนะสงคราม .. ผมอดไม่ได้ที่จะบอกกับแม่ว่า ผมคิดถึงแม่ คิดถึงพ่อ คิดถึงที่บ้านที่เมืองไทยมาก คิดถึงเพื่อนทุกคน.. แม่บอกกับผมว่า ของขวัญวันเกิด ถูดส่งมาก่อนหน้านี้แล้ว คิดว่าเร็วๆ นี้คงจะถึง ผมคงจะชอบ..
.. หลังจากนั้นผมก็ได้คุยกับพ่อ ได้คุยกับพี่สาว ลูกพี่ลูกน้อง เพื่อนแถวบ้าน และอีก หลายๆ คนที่ โทรมาอวยพรวันเกิดผมจาก กรุงเทพ .. ผมอดที่จะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ได้ ด้วยความคิดถึงสถานที่ ที่เรียกว่า "บ้าน" และบุคคลเหล่านั้น ... ผมคุยอยู่ประมาณ 20 นาทีเห็นจะได้ จึงวางโทรศัพท์ แล้วนั่งนิ่งอยู่หน้าโทรศัพท์สักพักนึง ...

"เป็นอะไร เจ้าแมว"
.. เสียงที่ผมคุ้นเคยที่สุดดังมาจากข้างหลัง พร้อมกับตัวของเขา และผ้าห่มผืนโตโอบกอดผมเอาไว้ ผมไม่ได้ตอบอะไรไป ปล่อยให้น้ำตาไหลออกไปอย่างนั้น.. แล้วคนที่ปกติชอบทำอะไรแปลกๆ ออกมาให้ผมแปลกใจเสมอๆ ก็ทำในสิ่งที่ต้องทำให้ผมแปลกใจอีกครั้ง ..

"ไม่มีใครหรอกนะ ที่ร้องไห้ตั้งแต่เช้าในวันเกิด"
ผมตกใจกับประโยคที่เขาพูดออกมา หันหน้ากลับไป..
"รู้ได้ยังไง"
.. ผมจ้องหน้าเขา เหมือนที่จะบอกเขาว่า ผมต้องการที่จะรับรู้คำตอบเดี๋ยวนี้ ว่ารู้ได้อย่างไรว่า..ผมเกิดวันนี้
"ในหนังสือเดินทางเขียนเอาไว้แบบนี้ไม่ใช่หรอ หรือว่าหนังสือเดินทางโกหก"
พูดออกมาด้วยน้ำเสียงกวนประสาท อย่างที่ผมคุ้ยเคย แล้วก็ยิ้มตาตี่ๆ ให้ผมต่อว่าผมด้วย ว่าทำไมถึงไม่ยอมบอกเค้าต้องให้รู้เอง ผมก็แค่อยากจะเก็บเอาไว้เป็นความลับ แล้วค่อยมาบอกกับเขาเองในวันนี้ว่า วันนี้วันเกิดผมนะ เราไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันเถอะนะ ก็แค่นั้นเอง แต่ก็ดันมาแอบรู้ก่อน เสียแผนหมดเลย .....

... ผมเข้าไปอาบน้ำหลังจากเรียว เขายังคงน่ารักเสมอ ปีบยาสีฟันใส่แปรงให้ผมไว้เหมือนทุกวัน เป็นอีกอย่างนึงที่ผมประทับใจ จนถึงวันนี้ก็ยังไม่เคยลืม ผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็เดินออกมาจากหอกับเรียว.. จริงๆ ผมกะจะไป อะซะคุซะ.. แต่มีบางคนเบื่อคนเยอะๆ แล้วผมเลยกะจะไปสาลเจ้าชินโตแถวนี้แทน..
.. พระยังไงๆ ผมก็คิดว่าคงเหมือนๆ กัน พุทธเหมือนกันไหว้ๆ ไปเถอะ ได้บุญเหมือนกัน.. วันนี้ก็เป็นอีกวันนึง ที่ฝนตกลงมา ผมกับเรียวก็เลยต้องกางร่มเดินไปศาลเจ้ากันเดินไปไม่ไกลจากหอผมเท่าไหร่ ซักประมาณ 10 นาที ก็มาถึงศาลเจ้าแล้วครับ ..

.. ฝนที่กำลังตกลงมาเป็นสายบางๆ ศาลเจ้าเงียบๆ มีคนไม่มากเท่าไหร่.. ผมกับเรียวกำลังเดินกันอยู่สองคน ในศาลเจ้า หรือจะเรียกว่าวัดก็ไม่แปลกครับ.. ผมเดินไปเรื่อยๆ จนถึง อะไรสักอย่างผมก็ไม่สามารถที่จะบอกได้ว่า ภาษาไทยควรจะเรียกว่าอะไร เป็นที่ที่ทำเอาไว้เพื่ออธิฐาน มีเชือกที่ห้อยเอาไว้ ซึ่งด้านบนจะผูกติดเอาไว้กับ กระพวนใหญ่ๆ .. โยนเงินลงไปทางด้านล่าง สั้นกระพรวนกร๋อแกร๋งๆ แล้วก็พนมมือ อธิฐาน เรียวทำให้ผมดูก่อน 1 ครั้ง แล้วผมก็ทำตาม.. สันกระพรวน กร๋อๆ แกร๋งๆ ดังสนั่นวัด แล้วก็พนมมือ อธิฐาน ให้พ่อ แม่ ให้ตัวเอง และเขาคนนั้น.. อธิฐานเสร็จ ผมก็เดินดูไปรอบๆ วัด ที่ขายของเครื่องรางค์ และก็สวนหิน แต่แล้วก็ต้องถูกรบกวนจาก สุนัขจิ้งจอก .....

"หิว แล้ว หิว"

... สุนับจิ้งจอกตาตี่ หิวแล้วครับ ไม่แปลกเลย คำว่าหิวแล้วกับ หน้าเรียวที่มีตาตี่ๆ อยู่นั้น เป็นของคู่กันที่คุ้นตาผมมาก.. เรา 2 คนเดินออกมาจากศาลเจ้า แล้วเดินย้อนกลับไปทางหอผม ผมชวนเรียวขึ้นรถไฟ ไปทานอาหารไทย ที่ชิบุยะ บอกเขาว่าวันนี้วันเกิดผม ผมจ่ายเอง ตาตี่ๆ คู่นั้นก็เบิกโตใหญ่ขึ้นมาอีก แล้วรีบชวนผมให้เดินไปสถานีเร็วๆ .. ผมอดยิ้มให้กับท่าที ตลกๆ ของเขาไม่ได้ คนที่จะยิ้มและหัวเราะ พร้อมกับทำหน้าตลกๆ เสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ตาม .....

... รถไฟ แถบสีเขียว นำผมกับเรียวมา ชิบุยะ สถานที่ ที่เรา 2 คนจะมาเดินเล่นกันประจำหลังเลิกเรียน.. สถานที่ที่เรา 2 คน มาตามง้อกันตอนที่อีกคนกำลังงอน.. สถานที่ที่มีแต่ความทรงจำดีๆ เกิดขึ้นมากมาย.. รวมทั้งวันนี้ด้วย ...
.. ผมกับเรียวรอคิวอยู่ที่หน้าร้านไม่นาน ก็เข้าไปนั่ง วันนั้นผมสั่งแบบไม่ดูราคา ไม่อยากต้องมาประหยัดอะไรมากมาย ในวันที่พิเศษอย่างนี้ จำได้ว่าสั่ง กับข้าวมาเยอะกว่าทุกครั้งที่เคยสั่งไป เรานั่งคุยกันไป กินกันไป หัวเราะ ยิ้ม และมีความสุขกันมากๆ จนกระทั่ง เรากินอิ่มจ่ายเงินและออกไปจากร้าน ผมยังไม่รู้ว่าจะไปไหนดี ถามเรียวว่าเรียวอยากไปไหน

"โบ้ทอยากได้อะไรหรือป่าววันเกิด"
"อืมมม ไม่เอาแล้วพอแล้ว ไม่อยากได้อะไรแล้ว"
"แล้วถ้าผมจะให้ล่ะ อยากได้อะไร"

... ผมไม่ตอบเขาไป นิ่งเงียบไปพักนึง จนเขาต้องถามผมซ้ำว่า ตกลงแล้วผมอยากได้อะไร
"อะไรก็ได้ ทีเรียวให้ อะไรก็ได้ที่เป็นของที่เรียวให้"
ผมตอบพร้อมกับมองไปในตาของเขา ผมรู้สึกได้ว่าตอนนี้ คนอีกคนคงกำลังอายมาก ขนาดแก้มที่เคยขาวๆ ก็เปลี่ยนสีเป็นแดงอ่อนๆ ผมกับเรียวยังเดินต่อไปเรื่อยๆ ยังไม่มีจุดหมาย เราเดินเล่นกันจนถึงค่ำ เดินดูนั่นดูนี่ ไปตามเรื่องตามราวของเรา จนถึงเวลาที่เราสองคนควรจะกลับกันได้แล้ว .....

... จากสถานี จนถึงหอผม มือของเรียวที่กำลังถือร่มอยู่ และอีกมือนึงกำลังจับมือผมเอาไว้นั้น เราสองคนอยู่ในร่มคันเดียวกัน เดินผ่าฝนปรอยๆ กลับหอไปในความมืด.. ระหว่างทางที่ผ่านร้านบะหมี่รถเข็น ผมถามเรียวให้แวะซื้อ บะหมี่ขึ้นไปบนหอ เพราะผมไม่ต้องการที่จะลงมาซื้อเป็นเพื่อนอีกเวลาดึกๆ .. ซื้อบะหมี่เสร็จแล้ว ผมกับเรียวก็เดินกลับหอกันไป จับมือกันไป อย่างที่ทำมาทุกวัน ...
.. เมื่อขึ้นไปถึงบนห้อง ผมยังไม่ทันที่จะเก็บรองเท้าเข้าชั้น สุนัขจิ้งจอกก็วิ่งแซงผมเข้าไปในห้อง ทำตัวเหมือนเด็กๆ อย่างนั้นล่ะครับ ผมก็บ่นไปคำสองคำ จัดแจง เก็บรองเท้าเข้าไปในตู้ ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมามองแล้ว ..

.. เรียว คนที่ผมรัก ยืนอยู่ต่อหน้าผม ในมือถือกล่องเล็กๆ ห่อด้วยกระดาษสีฟ้ามีโบว์สีฟ้า ผมนิ่งอยู่สักครู่.. เดินเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้าเค้า ผมเชื่อแล้วว่า คนที่มักจะทำอะไรให้เราประหลาดใจ ก็มักจะทำให้เราประหลาดใจอยู่ได้เสมอๆ ..
.. เขาพูดกับผมเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า "สุขสันต์วันเกิด" แล้วก็ไม่ลืมที่จะยิ้มตาตี่ให้กับผม ผมเลยลืมไปเลยว่าตั้งแต่เช้าวันนี้ เราคุยกันแต่เรื่องวันเกิดมาตลอด แต่เรียวยังไม่ได้บอก สุขสันต์วันเกิดผมเลย.. ตอนนี้เขาบอกแล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่คนแรกที่บอก สุขสันต์วันเกิดผม แต่คำของเรียวก็น่าฟังไม่แพ้คำของใครๆ คำธรรมดาๆ นั้น ทำให้ผมตกใจมาก จนน้ำตาแทบจะไหลออกมา ผมยื่นมือไปรับของนั้นไว้ ขอบคุณเขา แล้ว ....

... เรียวค่อยๆ เลือนตัวเข้ามาใกล้ๆ ผม ..
.. เขาจูบผมเบาๆ แต่ความรู้สึกตอนนั้น ทั้งหูทั้งหน้า ร้อนและชาไปหมด ..
.. กล่องของขวัญ และถุงบะหมี่ถูกวางลงกับพื้นแล้วเรื่องทุกอย่างก็ .....

[ อ่านตอนถัดไป ]

[Home]