| ... ฝนที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตก แม้ว่าจะตกลงมาแค่เบาๆ ในตอนบ่ายแก่ๆ
ของวันที่น่าเบื่อที่สุดของโตเกียว ผมที่กำลังนั่งบ้าอยู่ในห้องเรียน กับวิชาคณิตศาสตร์..
ศาตร์ที่ผมเกลียดที่สุด พอๆ กับวิทยาศาสตร์ เรียนเท่าไหร่ก็ไม่เคยรู้เรื่อง
ไม่เคยได้ดี.. ผมไม่เคยคิดว่าชีวิตของผม จะจำเป้นต้องใช้อะไรพวกนี้เลย จะว่าผมเป็นคนพาล
ก็ได้นะครับ เพราะตั้งแต่ผมเกิดมา ยังไม่เคยเห็นแม่บ้านคนไหนใช้ สมการ x
- y ซื้อกับข้าวจ่ายตลาดเลยครับ แล้วยิ่งเวลาผมเรียนแล้วไม่ค่อยจะรู้เรื่องแล้วด้วย
อะไรๆ มันก็เลยดู ขวางหูขวางตาไปหมด ก็เลยพาลไม่ชอบเรียน เกลียดไปเลยครับ..
อาจารย์ก็พูดแต่อะไรไม่รู้ ภาษาญี่ปุ่น แบบเป็นวิชาการยากๆ อย่างนี้ เบื่อที่สุดเลยครับ
ดีที่เรียว กับเพื่อนสนิทของผมในห้องทุกคน ฉลาดเลิศเรื่อง คณิตศาสตร์ กับ
วิทยาศาสตร์กันทุกคน มีแต่ผมคนเดียวที่ยังโง่อยู่ครับ แต่ก็ไม่เป็นไร ครับ
สู้ต่อไป ...
... ฝน..ที่ยังคงตกอยู่ต่อไป กับผมที่ยังนั่งไม่รู้เรื่องอยู่ในห้อง ผมพยายามที่จะทำความเข้าใจ
เพื่อที่จะได้เรียนแบบรู้เรื่อง แต่ก็ยังไม่สามารถทำได้ ผมปิดสมุดลง นั่งฟังอย่างเดียวไปเรื่อยๆ
รอเวลาที่น่าเบื่อนี้ว่า เมื่อไหร่จะหมดชั่วโมงซะที..
.. ผมนั่งพิงพนักเก้าอี้ เอนหลังสบายๆ แอบบิดขี้เกียจแบบไม่ให้อาจารย์รู้
หันซ้ายหันขวา หันซ้ายหันขาว เอ๋.. ผมต้องกลับไปหันซ้าย มองให้แน่ใจอีกทีนึง
เพราะเมื่อสักครู่นี้ผมว่า ผมเห็นอะไรแปลกๆ มีสุนัข จิ้งจอก วิ่งเล่นซอพบอลอยู่ในสนามครับ
มาถึงตอนนี้ผมอยากจะย้ายที่ไปนั่ง ริมหน้าต่างเหลือเกิน อยากจะเห็นเรียวชัดๆ
ว่ามัน เอ้ย ! เขากำลังทำอะไรอยู่ แล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ฝนตกอย่างนี้ยังจะลงไปเล่นอีก
เขารักกีฬา รักเบสบอล ซอพบอลมาก นี่ถ้าวันไหนไม่ได้เล่นก็จะบ่นเสียดายอยู่นั่นแหละ
ว่าอยากเล่นๆ จนบางทีเราต้องเถียงกันบ่อยๆ เรื่องนี้ แต่ก็แค่เถียงกันเล่นๆน่ะครับ
... บ่ายแก่ๆ ของวันที่น่าเบื่อที่สุดในโตเกียว ในห้องเรียนวิชาคณิตศาตร์
ของโรงเรียนชายล้วนแห่งหนึ่ง มีผมที่กำลังพยายาม มองออกไปนอกหน้าต่าง เพื่อที่จะได้มอง
"คนอีกคน" ที่กำลังลิงโลด เล่นซอพบอลอยู่กลางสนาม ในตอนที่ฝนกำลังตกอยู่อย่างนี้
.... ผมจ้องมองเรียวอยู่ได้สักครู่ เจ้าโคเฮ ที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างคงจะสงสัยผมว่า
ผมมองอะไรนักหนานอกหน้าต่าง มันคงจะมองออกไป แล้วเห็นเรียว กำลังเล่นซอพบอลอยู่ในสนาม
เลยเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมดว่า ผมกำลังพยายามทำอะไรอยู่ "nanda .."
ว่าแล้ว.. มันพูดออกมาเบาๆ ยิ้มให้ผม เหมือนอยากจะบอกว่า ฉันจะแกล้งแก แล้วมันก็แกล้งผมจริงๆ
ด้วยครับ ผมพอโยกตัวไปข้างหน้า เพื่อที่จะมองออกไปนอกหน้าต่างได้ง่ายๆ มันก็แกล้งยื่นตัวไปด้านหน้ามากๆ
พอผมเคลื่อนตัวกลับมาข้างหลัง มันก็เคลื่นตัวตามลงมาข้างหลังเหมือนกัน ...
พอผมทำหน้าไม่พอใจ มันก็ทำเป็นยิ้มหน้าตาทะเล้น ล้อเลียนผม ...ไอ้โคเฮ !!..
.. ผมยังไม่เลิกที่จะสู้รบกับมัน ผมแกล้งทำเป็นไม่สนใจ กับเหตุการณ์นอกหน้าต่างแล้ว
ผมแกล้งนั่งอยู่เฉยๆ ก้มหน้าดูสมุด ดูนั่นดูนี่ในห้องของผมไปเรื่อยๆ รอให้โคเฮมันเผลอ
ปกติมันเป็นเด็กขยันเรียน มันคงไม่อยากจะเล่นเสียเวลามากมาย เดี๋ยวมันเหนื่อยแล้ว
มันก็หยุดแกล้งผมไปเอง..
.. ผมนั่งแกล้งทำเฉยๆ ไปอย่างนั้นสักครู่ได้ผลครับ มันกลับไปสนใจบนกระดาน
และโจทย์เลขยากๆ ต่อไป ผมเลยค่อยๆ แกล้งทำบิดตัวไปบิดตัวมา แล้วก็ค่อยเหล่ตาไปมองมันก่อน
เห็นว่ามันกำลังนั่งเครียดอยู่กับ หนังสือเรียน ผมเลยหันหน้าออกไป มองที่นอกหน้าต่างอีกครั้ง
ผมหาเรียวอยู่ไม่นาน ก็เจอเรียวกำลังวิ่งเล่น อยู่กลางสนาม ตากฝนเล่นกีฬาอยู่อย่างนั้น
ผมก็นั่งไม่สนใจเรียน มองเรียวที่นอกหน้าต่างไปอย่างนั้น จนกระทั่ง ...
.. เสียงที่ผมรอคอยมาตลอด 60 นาทีเต็มดังขึ้น ผมแทบจะตะโกนออกมาดังๆ เพราะว่าดีใจมาก..
ผมเกลียดคณิตศาสตร์ที่สุด แล้วยิ่งดันต้องมาเรียนตอนเย็นๆ บ่ายๆ ด้วยแล้ว
มันทำให้อะไรที่น่าเบื่อยู่แล้ว น่าเบื่อเข้าไปอีก.. น่าเบื่อกว่าเรียนคันจิ
สัก100 เท่า..
.. เลิกเรียนแล้ว ผมกำลังจะเก็บของเตรียมตัวลงไปข้างล่างเพื่อจะได้เดินไปหาเรียวที่สนาม
แต่แล้ว ...
"โบ้ท วันนี้เวรนายอยู่ทำความสะอาดห้องนะ"
.. เสียงเพื่อนคนนึงในห้องพูดขึ้นมา เออจริงสิ..ลืมไปเลย เพราะต้องทำแค่เดือนละครั้งเองละมั้ง
ถึงได้ลืมถ้าอยู่เมืองไทย ทำอาทิตย์ละครั้ง เหมือนตอนเรียน ม.ต้น ละก็คงไม่ลืม..
แต่ตอนเรียน ม.ต้น ก็ไม่เคยทำสักครั้งอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าบ้านจะอยู่ใกล้โรงเรียนแค่ไหน
ก็เดินไปตอนเค้าเข้าแถวกันแล้วทุกวัน
"อือ อือ ขอบใจนะที่เตือน เราทำด้วยกันใช่มั้ยวันนี้"
.. ผมขอบคุณเพื่อนคนนั้น ที่อุตส่าห์เตือนผมไม่ให้ลืม.. เดี๋ยวใครๆ จะมาว่าเอาได้ว่า
เป็นนักเรียนต่างชาติ แล้วถือสิทธิพิเศษ หนีเวรทำความสะอาดห้องไม่ได้ๆ ต้องทำเต็มที่
..
.. ผมเดินเอากระเป๋าไปวางไว้ที่หน้าห้อง แล้วกลับเข้ามาข้างใน ถามเพื่อนว่าจะแบ่งกันทำอะไรบ้าง
?
"นายทำกระดานแล้วกัน"
.. อ่อ ให้ผมเช็ดกระดาษ ก็ดีครับงานง่ายๆ ผมชอบ ผมเอาลูกกลิ้งผ้า ที่ชุบน้ำแล้วก็
เช็ด เช็ด เช็ด ในขณะที่เพื่อนผมอีก คนสองคน กำลังเอาเก้าอี้ขึ้นมาวางใว้บนโต๊ะ
เพื่อที่จะทำความสะอาด พื้นได้ สะดวกๆ ผมเช็ดกระดานไปเรื่อยๆ จนเห็นว่าสะอาดดีแล้ว
ก็เอาลูกกลิ้งไปล้าง แล้วก็เก็บเข้าที่ ทำเวรนี่ง่ายกว่าที่คิดตั้งเยอะ ผมเดินเข้ามาในห้องถามว่า
ผมต้องทำอะไรเพิ่มเติมอีกหรือป่าว ? มีอะไรให้ช่วยอีกไหม ?
"แปรงลบกระดานยังสกปรกอยู่เลยโบ้ท"
.. อืม .. คงจะเรียกร้องให้ผม เอาแปรงลบกระดานไปเคาะสินะ ผมเดินไปหยิบแปรงลบกระดาน
จากรางกะดานมาถือไว้ มือละอัน ยืนงงอยู่ว่า จะเอาไปเคาะที่ไหนดี(วะ) แล้ว
......
... ผมเปิดหน้าต่างกระจกบานใหญ่ออก อืม... ฝนที่ตกลงมาตั้งแต่เที่ยงหยุดแล้ว
ผมยื่นมือที่ถือ แปรงลบกระดานทั้งสองข้าง ออกไปนอกหน้าต่าง แล้วก็เอาแปรงนั้น
เคาะ เคาะ ให้ผง ชอล์ค มันหลุด เพื่อที่มันจะได้สะอาดขึ้น ยิ่งเคาะ ยิ่งสนุกครับ..
ผงขาวๆ มันฟุ้งกระจาย ผมก็เลย เคาะใหญ่เลย พอดีลมมันผัดผงนั้นเข้ามาทางผม
ผงมันก็เลยเข้าตาผม เข้าจมูกผม ผมขยับตัวเข้ามาในห้อง แต่มือที่ถือแปรงลบกระดานเอาไว้นั้น
ยังยื่นออกไปข้างนอก ผมจาม 2-3 ครั้ง ยืนนิ่งอยู่สักพัก กำลังจะ เคาะแปรงต่อ
แต่ก็ได้ยินเสียงหัวเราะมาจากสนาม..
.. ผมคุ้นกับเสียงนั้น รู้แล้วด้วยว่าเป็นใคร ผมมองลงไปที่สนาม เห็นเรียวกำลังมองมาทางนี้
หัวเราะชอบใจ "oi oi oi oi " มือข้างนึงสวมถุงมือเอาไว้ อีกข้างกำลูกเบสบอลแล้ว
ชูมือทักมาทางผม ผมยิ้มให้เขาทีนึง บอกว่าเดี๋ยวทำเวรเสร็จแล้วจะลงไปแล้วนะ
เลิกได้แล้วไปเปลี่ยนเสื้อผ้า "un" ง่ายๆ สั้นๆ จากเรียวที่ตอบผมมา
ผมปิดหน้าต่าง เอาแปรงไปเก็บเอาไว้ ที่รางกระดาน บอกลาทุกคน แล้วเดินลงไปที่สนาม
..
.. ที่สนามดินชุ่มๆ ที่เต็มไปด้วยน้ำฝน ที่เพิ่งจะหยุดตกไปเมื่อสักครุ่นี้เอง
ผมไม่เห็นเรียวที่สนาม สงสัยจะเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ชมรมแล้ว ผมเลยเดินไปทางห้องชมรม
แล้วก็จริงๆ ด้วย เรียวเดินออกมาจากชมรม พร้อมสะพายเป้พูม่าใบใหญ่ ขนาดคนลงไปนอนขดได้ออกมา
ยิ้มให้ผม
"วันนี้เป็นเด็กดีจังนะ อยู่เย็นทำความสะอาด"
.. ผมยิ้มให้เขา แน่นอนอยู่แล้ว .. แต่วันนี้มีเด็กไม่ดีบางคน ลงไปเล่นซอพบอลกลางสนาม
ตอนฝนตกล่ะเรียวเห็นหรือเปล่า
"ไม่เห็นนี่ผมนั่งอยู่ในห้องตลอดเลย" พูดแล้วก็ทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้
กวนประสาทที่สุด..
.. ผมกับเรียวเดินออกมาจากชมรม ผ่านสนามกำลังจะเดินไปเปลี่ยนรองเท้า ระหว่างทางเราก็คุยกันว่า
วันนี้เราจะไปไหนกันดี ไปนั่นไหมไปนี่มั้ย ...
"กระเป่าล่ะโบ้ท"
"กระเป๋า.. กระเป๋าหรอ.. อ้าวลืมไว้หน้าห้อง ตอนทำเวร"
.. พูดเสร็จคนบางคนก็ทำหน้าเซ็งๆ ประมาณว่า ลืมอีกแล้ว.. ปกติผมจะเป็นคนขี้ลืมน่ะครับ
ผมบอกเรียวให้รอผมที่ห้องเปลี่ยนรองเท้า ผมขึ้นไปเอากระเป๋าแป๊บเดียว แล้วผมก็วิ่งขึ้นไป
ที่ห้อง ..... แต่ว่า ..
.. ยังไม่ทันจะ วิ่งไปถึงห้อง ตรงหน้าของผม ชายคนนึงในชุด ยูนิฟอร์มปี 2
เดินถือกระเป๋าเดินมาทางผม
"ของนาย ..?" ภาษาญี่ปุ่นห้วนๆ และน้ำเสียงแบบนั้น ทำให้ผมเกลียดเค้าตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น
"ก็ใช่ ..ขอบใจนะ"
.. ผมดึงกระเป๋าออกมาจากมือคนๆ นั้น แล้วก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมจะยืนอยู่ต่อ..
ผมกลับหลังหัน เดินออกมาจากจรงนั้นทันที
"ไม่เห็นจะดีอย่างที่ใครๆ พูดกันเลย"
.. เสียงห้วนๆ ที่ตามหลังผมมานั้น ยิ่งทำให้ผมเกลียด นายนี่มากขึ้นไปอีก..
ผมรีบเดินลงมา เจอเรียวที่กำลังยืนรอผมอยู่หน้าประตู
"โทษนะที่ทำให้คอย"
.. ผมรีบเข้าไปเปลี่ยนรองเท้า เดินออกมา เดินออกจากตึกไปทางประตูโรงเรียนกับเรียว
....
... ในวันที่ ฟ้าหม่นๆ ฝนที่เพิ่งจะหยุดตกไป ..
วันนี้..ไม่มีใครกางร่มเดินกลับบ้านกันแล้ว
เด็กผู้ชาย 2 คน ที่มักจะเดินกางร่มกลับด้วยกันเสมอๆ นั้น
และในวันที่ฝนไม่ตกอย่างวันนี้ พวกเขาก็ยังเดินต่อไป..
โดยที่คนหนึ่ง ถือร่มที่ไม่ได้กางเอาไว้
และอีกคนหนึ่ง กำลังถือกระเป๋าให้อีกคน เดินหัวเราะกันไป
ในวันที่ฝนไม่ตก ...
ในวันที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวบางอย่าง ในโตเกียว .....
|