Tokyo Love Story : "Part 23"

โดยคุณ - "TOKYODOME" tokyo_dome1@hotmail.com

***** เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เขียนขึ้นจากประสพการณ์ของผม(TOKYODOME)เองครับ *****


... วันที่ร้อนอบอ้าว ในฤดูร้อนของกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ผมนั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวนึงหน้าสถานีรถไฟ อากาศที่ร้อน... ร้อนมาก .... ร้อนจริงๆ พอๆ กับที่เมืองไทย มันทำให้ผมต้อง ปลดกระดุมเม็ดบนออก 1 เม็ด เพื่อที่จะได้คลายร้อนได้บ้าง.. อีกไม่กี่วัน วันหยุดหน้าร้อนที่แสนสั้นก็จะผ่านไป ผมได้แต่คิดเพียงว่า จะปล่อยให้มันผ่านไปแบบนี้ แค่นี้เองน่ะหรือ ... ตื่นเช้า หาอะไรกิน ไม่นั่งดูทีวี ก็ออกไปเดินเล่น หาของกิน เหนื่อยก็กลับหอ ดูทีวีแล้วก็นอน ....
.. วันหยุดหน้าร้อนของผมเป็นได้แค่นี้เองน่ะหรอ ? ทำไมมันถึงไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นซะบ้างเลยนะ หยุดทั้งที ได้แต่มานั่งกินนอนกินอยู่เฉยๆ ไม่มีอะไรน่าสนุก ไม่มีอะไรน่าสนใจ น่าตื่นเต้นเลยในวันๆ นึง ทำไมคนอื่นๆ เขาถึงได้มีอะไรต่ออะไร มากมายทำกันในหน้าร้อน .... ทำอะไรกันหนักหนา ผม คิด คิด คิด อยู่ แล้วก็ ...

.. อ่ะ !! ไอติมแท่งสีเขียวๆ น่ากินถูกยื่นมาไว้ตรงหน้าผม
"แค่ไอติมแค่เนี้ยทำไม ไปนานจังเลยล่ะเรียว" ผมถามพร้อมทั้งรีบ คว้าเอาไอติมรสมะนาวแท่งนั้นมางับเข้าปาก อย่างรวดเร็วด้วยความกลัวว่า คนที่ซื้อมาให้ผมนั้น จะแอบกัดมันไปซะก่อน
"ไม่นานนะ ไปแค่แป๊บเดียวเท่านั้นเอง" เขาตอบพร้อมกับค่อยๆ นั่งลงข้างๆ ผมที่เก้าอี้ยาวตัวนั้น
"เฮ้ออออ ร้อนนน" หมาจิ้กจอก ตาตี่ กำลังพูดถึงสภาพอากาศในวันนั้น พร้อมกับค่อยๆ ยืดหลังพิงเก้าอี้ยาวตัวนั้น โดยที่มีผมกำลังนั่งกินไอติมอยู่ข้างๆ เขา ..

.. ผมนั่งกินไอติมไปเรื่อยๆ ก็ไม่เห็นว่าเขาจะพูดอะไร ผมก็นั่งกินไปอย่างนั้น ท่ามกลางความเงียบที่มีเรา 2 คนนั่งอยู่ จนกระทั่งผมคิดว่า ผมอยากจะชวนเขาคุยอะไรสักอย่าง เพื่อที่จะทำลายความเงียบตรงนี้ ถ้าอากาศทั้งร้อน แล้วเรา 2 คนยังจะมามัวนั่งอยู่เฉยๆ เงียบๆ ไม่ทำอะไรกัน มันก็จะยิ่งหน้าเบื่อ ไปกว่าเดิมอีก ....

"น่าเบื่อนะว่ามั้ย" ผมค่อยๆ เหลือบตามองไปทางเขา ที่ยังคงเอนหลังพิงเก้าอี้อยู่อย่างนั้น
"เบื่ออะไร เห็นบ่นเบื่ออย่างนี้มาตั้งนานแล้วนี่" อืมม เขาก็พูดจริงนะครับช่วง ระยะนี้ผมบ่นเบื่อกรอกหูเขาทุกวัน
"ก็ปิดเทอมหน้าร้อน ใครๆ เขาก็ออกไปเที่ยวต่างจังหวัดกันหมด หรือไม่ก็ทำงานพิเศษเก็บเงินกัน ดูทุกคนมีอะไรที่สนุกๆ ทำกันหมดเลย ทำไมเรา 2 คนไม่ออกไปเที่ยวบ้าง อยู่แต่ในโตเกียว น่าเบื่อนะว่ามั้ย"
ผมพูดจบตัวขี้เกียจตัวนั้นก็ค่อยๆ ยืดตัวขึ้น ค่อยๆ ยื่นหน้าของตัวเองเข้ามาใกล้ๆ ผม แล้วพูดกับผมว่า
"ถ้างั้นไป Hokkaido กันมั้ยล่ะ" มันเป็นคำตอบที่กวนประสาทที่สุด จากโตเกียวไป ฮอกไกโด ก็คงพอๆ กับ กรุงเทพ-หาดใหญ่ แล้วจะต้องใช้เงินเท่าไหร่ อีกสำหรับการเดินทาง..
.. ประโยคแบบนั้น กับหน้ากวนๆ ตายๆ แบบนั้น ถึงแม้ในวันที่อากาศร้อนๆ มันก็ทำอารมณ์ดี ยิ้มออก ขึ้นมาก็ได้เหมือนกัน ...

"ไม่ต้องถึง Hokkaido ก็ได้อะไรที่มัน เป็นไปได้น่ะเรียว ไม่ไกลและถูก"
"TOKYODOME เป็นไง"
"เบื่อแล้วไปแทบจะทุกวัน"
"Tokyo Disney Land"
"ไม่ได้คิดว่า เวลาแบบนั้นจะเป็นเวลามาเที่ยว Disneyland หรอกนะ"
"อืมมม "
"[อืมมม] เนี่ย อะไร ? "
"หาดโชนัน รู้จักไหม"
"เคยได้ยินชื่อ เรียกว่ารู้จักรึเปล่า หาดโชนัน มีอะไร?"
"มีทะล มีคนไปเล่นกระดานโต้คลื่น"

.. ไม่รู้ว่ามันเป็นความโชคดีของผม หรือความซวยของเรียวกันแน่ ที่อยู่ๆ ก็พูดถึงชาดหาดโชนั้นขึ้นมา ผมถามเขาอยู่นาน เรื่องชายหาดโชนันว่ามันเป็นยังไง จะไปยังไง คนเยอะไหม ตี๋ๆ น่ารักๆ เยอะหรือเปล่า ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ นั่งรถไฟ สายไหนไปได้บ้าง ? ถาม ถาม ถาม ให้อีกฝ่ายนึง ตอบ ตอบ ตอบ จนกระทั่งเรา 2 คนสรุปกันว่า .........

.. วันถัดไป มันเป็นเวลาตอนสายๆ ผมกับเรียวยืนอยู่ที่ชานชาลาของสถานีแห่งนึง เดาก็ไม่ผิด ว่าเรา 2 คนกำลังรอรถไฟไปยัง "ชาดหาดโชนัน" [Shonan Kaikan] ผมกับเรียว สะพายกระเป๋ากันคนละใบ ในกระเป๋าของผมนั้น เต็มไปด้วยขนม และเสื้อผ้าอีกชุดที่กะเอาไว้ว่า ถ้ายังไงๆ มันเหมือนชายทะเลบ้านเราก็ขอ ลงไปเล่นซะหน่อย จะไปตากแดดให้ผิวที่ดำอยู่แล้ว ดำลงไปอีก แล้วก็ผ้าเช็ดตัว..

.. ในขณะที่ผมกำลังรื้อๆ ค้นๆ เอาขนมออกมากิน เอาโน่นเอานี่ ออกมา check ว่าลืมอะไรหรือเปล่านั้น ...
"อะไรเนี่ย เอาอะไรมาเยอะแยอะ" ตามไสตล์เดิมของเขา เวลาโวยวายจะต้องทำตาตี่ๆ ขีดเป็นเส้นเดียว
"ปกติหรอกน่า ตอนไปเที่ยวกับเพื่อนที่เมืองไทยเอาไปใบใหญ่กว่านี้อีก" ผมพูดพร้อมกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าของเขามาดู
"ไหนของดูของเรียวหน่อยสิ" จังหวะที่มือของผมกำลังจะได้แตะกับกระเป่าของเขา เขาก็หันหลังหนีเอากระเป๋าหันไปทางอื่น
"ไม่ได้ ไม่ได้ ไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องของเด็ก" อ้าว อะไรวะ ..
"คิดว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่มากนักหรือไง" เป็นคำถามที่เด็กอายุ ประมาณ 17-18 ถามกับเด็กอายุราวๆ 17-18 เท่าๆ กัน และคำตอบที่ได้มานั้นก็คือ..
"ใช่ เป็นผู้ใหญ่แล้ว" ผมก็พูดอะไรไม่ได้มาก นอกจาก อ้อ..หรอ เรียวเป็นผู้ใหญ่แล้ว .. sou sou sou sou da ne ...

.. รถไฟแล่นมาถึงสถานีปลายทาง ผมกับเรียวต้องนั่งรถประจำทางต่อเข้าไปอีก ไม่นานนักก็ถึงชาดหาดโชนั้น ผู้คนมากมาย เต็มไปหมด ทั้งคู่รัก และกลุ่มเพื่อนที่มาเที่ยวด้วยกัน ครอบครัว ในจำนวนคนพวกนั้น มีผมกับเรียว กำลังยืนอยู่ หันหน้าให้กับทะเล
.. ลมที่พัดปะทะเราทั้ง 2 คนจนกระทั่งเหมือนกับว่า เรากำลังจะปลิวไปตามแรงของลม มือของเราทั้ง 2 คนที่จับกันเองโดยอังเอิญ ไม่ทราบว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ เรา 2 คนยืนกันอยู่แบบนั้นสักครู่ มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ ลมพัดสบายๆ กับอารมณ์สบายๆ คนที่สบายๆ ..

.. เรา 2 คนหาที่นั่ง เพื่อทานข้าวกล่องกัน โดยที่คุณแม่ของเรียวเป็นคนทำให้ กะแล้วว่าต้องอร่อยเหมือนเดิม คุณแม่คนที่ใจดีคนนั้น ... นั่นก็ทำให้ผมได้รู้แล้วว่า ในกระเป๋าเรียวมีข้าวกล่องอยู่ อิอิ ทานข้าวเสร็จแล้ว ผมก็เอนตัวนอนลงบนเสื่อ ที่ปูอยู่บนชายหาดนั้น
"สบายจริงๆ เลย...." ผมพูดกับตัวเองเบาๆ แล้วเหลือบไปมองเรียวที่กำลัง นั่งมองนักเล่นกระดานโต้คลื่นอยู่ข้างๆ ผม..

"ไปว่ายน้ำกันไหม" เขาพูดหร้อมชะโงกหน้าเข้ามาถามผม
"อือ อือ อยากเล่นๆ" แน่นอนมาทะเลก็ต้องลงไปเล่นน้ำในทะเล อยู่แล้ว ผมกำลังจะถามเขาว่า จะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ที่ไหนแต่ ..
"ไม่ได้ใส่กางเกงว่ายน้ำมาแล้วหรอกหรอ?" ผมรู้สึกงงๆ กับคำถาม
"กางเกงว่ายน้ำ?"
"เล่นน้ำทะเลนี่กางเกงว่ายน้ำจำเป็นด้วยหรอ อยู่เมืองไทยใส่เสื้อยืด ลงไปเล่นเลยด้วยซ้ำ" ผมบอกเขาไปแบบนั้น

.. นอกจากเสียงหัวเราะแบบแทบเป็นแทบตาย และยิ้มตาตี่ของเขาที่ผมได้รับ เขายังบอกผมอีกว่า ถ้าใส่เสื้อยืดลงเล่นน้ำที่ โชนัน ก็คงกลายเป็นคนบ้าในสายตาทุกคน
"อ้าว .. แล้วทำไง" เรียวยักไหล่ให้ผม แล้วเขาก็..
.. คนที่มักทำอะไรที่เรานึกไม่ถึง เขาก็มักจะทำเสมอๆ เรียวถอดเสื้อของเขาออก พับวางไว้ที่ข้างกระเป๋า และก็ถอดกางเกงขาสั้นของเขาออกอีก เหลือแต่ กางเกงว่ายน้ำที่เขาใส่มาแล้วตั้งแต่เมื่อเช้า แล้วเขาก็ถอดนาฬิกาใส่ไว้ในกระเป๋าของเขา
"พร้อมเมื่อไหร่ก็ตามไปนะ" แล้วสุนัขจิ้งจิกตัวนั้น ก็วิ่งลงทะเลไป... ทิ้งผมที่กำลังยืน อึ้งอยู่บนฝั่ง ผมไม่ได้เอากางเกงว่ายน้ำมา สงสัยจะต้องใส่กางเกงขาสั้นที่เตรียมมานั้นแหละลงทะเล ..

.. แล้วผมก็ค่อยๆ เปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างอายๆ ถอดเสื้อออกโชว์ก้างของตัวเอง แล้วเดินลงทะเลตามเขาไป
"ช้าจังเลย" เขาพูดยิ้มๆ
"ก็มันอายนี่" ผมพูดไปตามที่ผมรู้สึก ก็มันอายจริงๆ จะให้ทำยังไง
.. แล้วเราทั้งสองคนก็ใช้เวลาด้วยกันอยู่ในทะเล คุยกันในทะเล จับมือกันในทะเล แกล้งกันในทะเล ยิ้มและหัวเราะกันในทะเล..

ท่ามกลาง อากาศที่ร้อนอบอ้าว ของฤดูร้อนที่ ประเทศญี่ปุ่น
ที่หาดชาดโชนัน เลยออกไปทางใต้ของ กรุงโตเกียว
สถานที่ที่เปลี่ยนความคิดของใครคนนึง ..
จาก หน้าร้อนที่น่าเบื่อ กลายเป็นหน้าร้อนที่มีสีสัน
เด็กผู้ชาย2คนนั้น ยังคงหัวเราะอยู่ด้วยกัน
ในวันที่อากาศยังคงร้อน เหมือนเดิม ....

[ อ่านตอนถัดไป ]
- ขอบคุณ ทุกๆ คนที่เป็นกำลังใจให้นะครับ ทั้งเพื่อนๆ ใน irc ในห้อง #เกย์คิง หลายๆ คนที่เมลมา โทรมา หรือเข้ามาคุยทาง ICQ ขอบคุณจริงๆ ครับ สำหรับกำลังใจและข้อคิดที่หลายๆ คนมีให้ ตอนนี้ผมพอจะดีขึ้นบ้างแล้ว เลยมีความรู้สึกดีๆ ที่จะมาเขียนเรื่องนี้ให้กับทุกๆ คนได้อ่านกันต่อ..

- ขอโทษ สำหรับ หลายๆ คนที่เข้ามาคุยกับผม แล้วผมเสียมารยาทกับคุณ ผมก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน ว่าในอารมณ์ และเวลานั้น ทำไมผมถึงได้ทำแบบนั้นลงไป.. อาจจะเป็นผมกำลังอารมณ์เสีย หรือรู้สึกท้อกับการเขียนเรื่องนี้ ขอโทษครับ ต่อจากนี้ไปก็ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ m(__)m

TOKYODOME.



[Home]