Tokyo Love Story : "Part 24"

โดยคุณ - "TOKYODOME" tokyo_dome1@hotmail.com

***** เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เขียนขึ้นจากประสพการณ์ของผม(TOKYODOME)เองครับ *****


... นับตั้งแต่การปิดเทอมภาคฤดูร้อนได้เริ่มต้นขึ้น จนกระทั่งถึงในตอนนี้ ดูเหมือนว่าผมกับเรียว เรา 2 คน ยังไม่ค่อยที่จะได้ใช้เวลาที่ผ่านไป ได้อย่างคุ้มค่าสักเท่าไรนัก เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการกิน และ นอนดูทีวีอยู่ที่หอ นอกนั้นก็มีออกไปไหนมาไหนด้วยกันบ้าง แต่ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับกับช่วงที่เปิดเทอม เพราะสถานที่ที่เราไปด้วย กันในตอนปิดเทอมนั้น
.. มันก็คือสถานที่ ที่เรามักจะไปเดินเล่นกันบ่อยๆ หลังเลิกเรียน ตอนที่ยังเปิดเทอมอยู่นั่นแหละ จะมีก็แต่ตอนที่ไปชายหาดโชนันเท่านั้น ที่ผมเองคิดว่า เป็นการใช้เวลาด้วยกันที่คุ้มค่าที่สุด แตกต่างไปจากการเดินเล่นในเมือง เดินซื้อของ ที่ ชิบุยะ ชินจุกุ อะไรทำนองนี้
.. แต่จะว่าไปแล้วทั้งหมด มันก็เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ที่ผมกับเขา ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน โดยไม่ต้องตื่นเช้าๆ เพื่อที่จะไปโรงเรียน หรือไม่ต้อง คอยปวดหัวกับการบ้าน จะมีบ้างก็แค่ตอนที่เรียวจะต้องไปชมรมที่โรงเรียนบ้าง ในช่วงปิดเทอม เพื่อซ้อมกีฬา ก็เท่านั้นเอง ......

.. เวลาที่ผ่านไปในแต่ละวัน โดยที่เราทั้งสองไม่ค่อยจะได้ทำอะไร ที่เป็นชิ้นเป็นอันนั้นเอง นอกจากกินแล้วก็นอน ทำให้เราทั้งสองคน ลืม ไปว่านี่ก็ได้เวลาที่จะต้องเปิดเทอมแล้ว ได้เวลาที่จะต้องเตรียมตัวให้พร้อม กับการเรียนในเทอมต่อไปแล้ว ซึ่งมารู้ตัวอีกที ก็พรุ่งนี้แล้ว ที่เราจะต้องไปโรงเรียนในเทอมใหม่ โดยตัวผมเองแล้ว ผมคิดว่าตัวเองยังไม่พร้อมเลย ยังนอน ยังขี้เกียจไม่พอเลย ทำไมปิดเทอมที่ญี่ปุ่นมันสั้นแบบนี้นะ รู้สึกว่าเวลาที่ผ่านไปในแต่ละวันมันช่างรวดเร็ว ..

.. ตั้งแต่วันแรกที่มาอยู่ที่นี่จนถึงตอนนี้ ผมเรียนผ่านไปแล้ว 1 เทอม ซึ่งก็ยังลูกผีลูกคน ไม่รู้ด้วยว่าผลจะออกมาอย่างไร รู้อย่างนี้ขยันมากกว่านี้สักหน่อยก็คงจะดี ....

.. ผมนอนคิดอยู่บนฝูกที่นอน ที่ยังถูกปูเอาไว้บนเสื่อกลางห้องรกๆ ของผม ถึงแม้ว่ามันจะสายมากแล้วก็ตาม แต่ผมก็ยังรู้สึกว่ามันยังเช้าเกินไป ที่จะลุกออกมาจากที่นอน
.. ผมนอนคิดไปคิดมา พลิกไปพลิกมาได้สักพัก ก็มีร่างๆ หนึ่ง มานั่งลงข้างๆ ฝูกของผม ...

"ตื่นได้แล้ว" หมาจิ้งจอก เซ้า
"ตื่นไปทำไม ตื่นไปก็ไม่ได้ทำอะไร นอนต่ออีกดีกว่า"
"dame!!" [ไม่ได้] พูดพร้อมกับเขย่าๆ ตัวผม คงอยากจะให้ผมตื่นเดี๋ยวนั้นตรงนั้น
"ตื่น เร็ว ตื่นๆ"
"OK ตื่นแล้วๆ ตื่นๆ ก็ได้" ผมดันตัวเองขึ้นมา เปลี่ยนมาเป็นนั่งข้างๆ เขา เขาหัวไปพิงเอาไว้ที่หลัง ของเขาแล้วแกล้งหลับตาทำเป็นนอน
"ขี้เซา เอาแต่นอน เหมือนแมวเลยนะ"
"หน้าตาประหลาด เอาแต่ดุๆ บังคับๆ เหมือนหมา จิ้งจอกเลยนะ"

.. แล้วเราทั้ง 2คน ก็เริ่มต้นเช้าสุดท้ายของการปิดเทอมถาคฤดูร้อน ด้วยสงครามย่อยๆ ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ นั้น หมอน ผ้าห่ม และอุปกรณ์ ในการนอน ถูกโยนใส่กันปลิวไปมา อยู่ได้พักนึง จนเราทั้งสองรู้สึกเหนื่อยแล้ว กับการที่จะต้องมาทะเลาะกัน ก็เลยมานั่งพิงกันอยู่ที่กลางห้อง บนกองผ้าห่ม และ หมอน ที่เมื่อกี้นี้ต่างคนต่างฟาดเข้าหากันและกัน จนเหนื่อย และต้องมานั่งหอบกันเองอยู่ 2 คนในตอนนี้ ....

"เมื่อกี้นี้ใคร ชนะ" ผมถามเขา
"ไม่มี นี่ ไม่มีใครชนะ"
"ใครบอกว่าไม่มีใครชนะ"
"หรอ ... แล้วใครล่ะที่ชนะ" ถามผมกลับพร้อมทำหน้า งงๆ ตาตี่ๆ
"ก็โบ้ทไง ชนะ" พูดจบผมก็เอาผ้าห่มข้างตัวผม คลุมหัวเขาเอาไว้ผลักให้ล้มลงตีๆๆๆๆๆ หัวหมาจิ้งจอก ก่อนวิ่งหลบเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ มีแต่เสียง
"เจ็บๆๆๆ" ตามหลังผมมา

.. ผมอาบน้ำเสร็จแล้ว เดินออกมาจากห้องน้ำ เห็นฝูกที่นอน ผ้าห่ม หมอน ถูกเก็บเข้าที่แล้วอย่างเรียบร้อย แหม ... ดีจังรู้จักทำตัวเป็นประโยชน์ด้วยวุ้ย .. ผมคิดแล้วก้าวออกจากห้องน้ำไม่กี่ก้าว หมาจิ้กจอกที่ซ่อนตัวอยู่ข้างประตูห้องน้ำ ก็ออกมาข้างหลังผม ตีๆๆๆๆ หัวผมเอาคืน มีหนำซ้ำ มือที่ตีหัวเปียกๆ ของผม ทำให้มือของเขาเปียกด้วย ก็ยังไม่วายเอามือเปียกๆ นั้นมาเช็ดเสื้อผมอีก ผมตั้งตัวไม่ทัน ยืนงงอยู่ตรงนั้น ให้คนบางคนได้หัวเราะ ชอบใจ ทำตาตี่ ยืนอยู่ตรงนั้น

"อย่าโกรธนะ ..." เขาพูดก่อนที่จะเข้ามากอดผมบอกว่า ออกไปซื้อข้าวกล่องเอาไว้ให้แล้ว มากินข้าวกันดีกว่า ..
"อือ" ผมบอกไปเบาๆ นั่งลงกลางห้อง โดยที่เรียวเดินไปหยิบข้าวกล่องมาแกะกินกัน 2 คน
"itada kimasu--"
"un itadakimasho--"

.. ระหว่างที่กินข้าวอยู่ด้วยกันนั้น เรา 2 คนก็อดไม่ได้ที่จะวิจารณ์ ข้าวกล่องที่เรียวเป็นคนไปซื้อมา ว่า ข้าวกล่องนี้ดีจริงๆ เขาทำมาทุกรสยกเว้นรสอร่อย ... แต่ก็นั่นแหละ ดีกว่ากินบะหมี่รถเข็นทุกวันนั้นแหละน่า เรียวว่า
.. นอกจากนั้นเราก็คุยกันไปต่างๆ นาๆ ถึงเพื่อนคนอื่นๆ ที่เราไม่ได้เจอกันตอนปิดเทอมว่า พรุ่งนี้แล้วนะ ที่เราจะได้เจอกันเหมือนเดิม แล้วก็แน่นอน พรุ่งนี้เย็น เราจะต้องไปกินไปดื่มฉลองเปิดเทอมกันแน่นอน

.. คุยถึงเรื่องคะแนนสอบ และอีกสารพัดเรื่องจนมาจบ ว่า กินข้าวเสร็จแล้วเราจะทำอะไรกันดี ? นั่นสิ ทำอะไรกันดี ? เรานั่งกินข้าวกันไป นึกกันไป ว่านั่นสิ ทำอะไรกันดีนะ ...

.. จนกินข้าวเสร็จ นำกล่องข้าวเปล่าๆ ไปทิ้งถังขยะ แล้วก็มานั่ง มึนๆ อยู่ในห้องกัน 2 คน ไม่มีอะไรทำ พอบอกว่าจะดูทีวี เรียวก็บอกว่า ตลอดที่ปิดเทอมมานี่ยังไม่เคยดูทีวีหรอครับ ? ผมก็เลยต้องปิด พอบอกว่า อิ่มแล้ว ง่วง นอนเถอะ .... เรียวก็บอกว่า dame dame ไม่ได้ ไม่ได้ อ้าว ... ในห้องมันมีอะไรให้ทำอยู่แค่นี้ จะให้ทำอะไรล่ะ

"ไปข้างนอกกันไหม" เขาถาม
"ข้างนอกหรอ ... ขี้เกียจอ่ะ"
"ขี้เกียจอีกแล้ว เหมือนแมว จริงๆ เลย"
"แล้วจะไปไหน"
"ไปกินกลางวัน ที่ร้านอาหารไทย แถว ชินจุกุไหม"
"ตลอดที่ปิดเทอมมานี่ยังไม่เคยไป ชินจุกุ หรอ เรียว"
"ก็นี่มันวันสุดท้ายของปิดเทอม ใครเขาอยู่แต่ในห้องกันเล่า ออกไปโดนแดดซะบ้าง"
"เออ เออ ไปโดนแดดก็ไปโดนแดด" ผมพูดพร้อมเดินไปแต่งตัว เรียวยิ้มดีใจ ผมก็ดีใจ ที่เห็นเขายิ้ม แต่จริงๆ แล้วถ้าเรียวไม่ชวนออกไปข้างนอก ผมก็ว่าจะชวนเขาอยู่เหมือนกัน..

.. จากหอผมมา ชินจุกุ ระยะทางก็นับได้ว่าไกลพอสมควร แต่ด้วยระบบรถไฟที่ล้ำเลิศของโตเกียว ทั้งใต้ดิน และบนดิน ผมกับเรียวต่อรถไฟกันไม่กี่สายก็มายืนอยู่ที่ สถานี ชินนจุกุ กัน 2 คนเรียบร้อย..
.. สถานีชินจุกุ ...รถไฟหลายสายวิ่งผ่านสถานีนี้ มีรถไฟที่วิ่งไปต่างจังหวัด ออกที่สถานีนี้ด้วย รถไฟที่วิ่งไป นาริตะ ก็ผ่าน ใกล้ๆ กันก็สถานีของรถไฟสายเอกชน ประกอบกับ ชินจุกุนี้เป็นแหล่ง ... ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าแหล่งอะไรดี เอาเป็นว่า ชินจุกุนี่ คนเยอะมาก...

.. เรา 2 คน เดินผ่าผู้คนกันขึ้นมาจาก ชานชาลาจนออกมานอกสถานีได้ จริงๆ แล้วผมกำลังกะว่า จะชวนเรียวเดินเล่นรอบๆ ก่อน ถึงแม้ว่าช่วงที่ผ่านมา มาเดินแทบจะวันเว้นวันแล้วก็ตาม แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยปากชวน หมาจิ้กจอกก็บอกว่า
"โห อะไรเนี่ย จะบ่าย 3 แล้วหรอเนี่ย หิวหรือยังโบ้ท" ทั้งๆ ที่เพิ่งจะกินไปเมื่อกี้นี้เอง หิวอีกแล้ว

.. ความจริงผมน่าจะบอกเรียวว่า มีวิธีอีกหลายวิธี ที่จะสื่อสารให้ผมเข้าใจว่าเขากำลังหิว ไม่ต้องแกล้งฟอร์มถามผมว่าหิวหรือเปล่าก็ได้ อยากกินก็บอกตามใจอยู่แล้ว ....

"นิดหน่อยน่ะ แต่ไม่เป็นไรกินก็ได้นะ" เขายิ้มๆ
"งั้นไปกินอาหารไทย all you can eat กันนะ" ผมพยักหน้าแทนการตอบ แล้วก็คิดในใจว่า นี่คงไม่ใช่การหิวธรรมดาแน่ๆ ขนาดชวนไปกิน all you can eat น่ากลัวจริงๆ ...แฟนผม

.. แล้วก็เป็นจริงอย่างที่คิดเอาไว้ หลังจากที่เข้าไปในร้าน หาที่นั่งกันจนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั้น
"ไป .. ไปตักมากินกันเถอะ" เขาออกปากชวน พร้อมเดินนำผมไป เมื่อไปถึงก็ถามผมใหญ่ เกี่ยวกับ กับข้าวหน้าตา แปลกๆ ที่เขาไม่เคยเห็น นั่นอะไร นี่อะไร จะเผ็ดไหมนะ จะกินได้หรือเปล่า จะอร่อยไหมนะ แต่สุดท้ายก็จบด้วยประโยคที่ว่า "ลองกินดูดีกว่า" ซึ่งผมก็คิดเอาไว้แล้วเหมือนกันว่า สุดท้ายก็ตักกินมันทุกอย่างนั่นแหละ..

.. วันนั้นคนไทยเยอะเหมือนกัน ผมสามารถได้ยินคนพูดภาษาไทยคุยกันเต็มไปหมด ทำให้ผมรู้สึอบอุ่นเหมือนได้อยู่ที่บ้าน ที่เมืองไทย.. เวลามองไปที่คนไทยพวกนั้น มันก็จะมีความรู้สึกอบอุ่นแบบแปลกๆ เหมือนกับว่า เราเป็นคนไทยเหมือนกันเราคือพี่น้องกัน ประมาณนั้น ...

.. แต่พอผมมองไปที่ข้างหน้าผม เรียวที่กำลังกินอยู่อย่างอร่อยนั้น ดูท่าทางเขาจะมีความสุข ยิ้มใหญ่เลย แล้วก็ชวนผมกินนั้นกินนี่ กินนั้นสิ กินนี้สิ อร่อยนะ คนญี่ปุ่นที่ช่างชอบอาหารไทยกันจริงๆ

"อร่อยใช่ไหมโบ้ท" เขาถามยิ้มๆ
"บอกแล้วว่าร้านนี้น่ะ อร่อย"
"อือ อร่อย" ผมยิ้มๆ และก็ตอบไป ถึงแม้ว่าจะต้องโกหกเรียวก็ตาม
"โอยยยย อิ่ม อิ่ม" หมาจิ้กจอก เอนหลังพิงพนักเก้าอี้
"ไม่อิ่มก็แปลกสิ อิอิ" ผมแซวเขายิ้มตอบ

.. เรานั่งกันอยู่ในร้านสักพักแล้วเดินออกมา เดินเล่นข้างนอก เดินไปเดินมา ดูนั่นดูนี่ พอเริ่มตกเย็น ผู้คนที่มาเที่ยว มาเดินเล่น มาซื้อของ ก็ดูว่าจะมีมากขึ้น จนเรา 2 คน ต้องพยายามเดินให้ติดชิดกัน อยู่ตลอดเวลาจะได้ไม่หลงกันนั่นเอง
.. ระหว่างที่เรากำลังเดินไปเดินมา อยู่ในเขตชินจุกุนั้น ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผมพูดออกไปลอยๆ ว่า

"เฮ้อ ... จะหมดแล้วนะปิดเทอม ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลย" พูดจบอีกคนก็หันมามองผมแปลกๆ
"อะไรตื่นเต้น" ถามพร้อมเอียงคอ ทำตาตี่สงสัย
"ไม่รู้สิเรียว มันน่าเบื่อนะที่มันผ่านไปเร็ว โดยที่เรายังรู้สึกว่ายังพักผ่อนไม่พอ"
"นอนทั้งวันนี่ยังพักผ่อนไม่พออีกหรอ" เขาถาม
"ก็มันไม่รู้จะไปไหนนี่เรียว ... ไปมาหมดแล้วทั้งโตเกียว จะไปไกลๆ เรียวก็ไม่ไป อยู่หอไม่มีอะไรทำก็นอน" ผมพูดจบเขานิ่งไปสักพัก
"อยากไปเที่ยวหรอ"
"อืมมม ไปที่ที่ยังไม่เคยไปน่ะ" ผมตอบไปอย่างนั้นๆ เพราะรู้ว่า เรียวพาผมไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว เพราะนี่ก็เย็นมากแล้วจะค่ำแล้วด้วย
"งั้น ... ไป TokyoTower กันไหม" ผมเกือบลืมไปเลยว่า มาญี่ปุ่นครั้งนี้ผมยังไม่ได้ไปทักทาย TokyoTower เลย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้มาญี่ปุ่นทีไรก็มักจะไป TokyoTower กับครอบครัวทุกครั้ง..
เรา 2 คนจึงตกลงกันว่า OK คืนสุดท้ายของวันปิดเทอม เราจะไป TokyoTower กันล่ะนะ ....

.. จากชินจุกุ เรานั่งรถไปมาถึงสถานีที่ใก้ล TokyoTower ที่สุดก็คือสถานี Hamamatsucho แล้วก็เดินกันไป TokyoTower เพราะว่าได้เวลาเลิกงานแล้ว ระหว่างทางที่เราเดินกันไปนั้น ผู้คนที่เดินสวนเรามา ส่วนใหญ่จะได้แก่พนักงานกินเงินเดือนทั้งหลาย ท่าทางรีบเร่งจะกลับบ้าน หน้าตาไม่ค่อยจะ สดใสนัก นี่แหละนะ โตเกียวที่แท้จริง..

.. เราเดินกันมาไม่นาน ก็ถึง TokyoTower ที่ข้างๆ TokyoTower นั้น มีสวนสาธารณะ อยู่ด้วย และถัดจากสวนสาธารณะไป อีกฟากถนนนึงก็มีวัดตั้งอยู่ ระหว่างเดินไปนั้น ผมได้ยินเสียงอีการ้องเต็มไปหมด .... สงสัยมันจะอยู่ในวัด และ สวนสาธารณะนั่นล่ะมัง ที่น่าตลกก็คือ "หมาจิ้กจอกกลัวอีกา"

.. จากฐาน Tokyo Tower เราซื้อตั๋วแล้วขึ้นลิฟท์ไปยัง หอสังเกตุการณ์ ซึ่งมี 2 ระดับ จำไม่ได้แล้ว่า ระดับความสูงเท่าไหร่ เวลานั้น ก็เย็นมากแล้ว แสงอาทิตย์ก็แทบจะไม่มีแล้ว คนที่มาเที่ยวก็พอสมควร ไม่น้อยแต่ก็ไม่มาก หลวมๆ เราเดินดูไปรอบๆ เรียวพยายามชี้ให้ผมดูนั่นดูนี่ เห็นนั่นมั้ย เห็นนี่มั้ย รู้ไหมว่าวันไหนอากาศดีจะมองเห็น ภูเขาไฟฟูจิด้วย เรียวคงลืมไปว่าต่อให้ตอนนี้อากาศดีแค่ไหน ก็มองไม่เห็นฟูจิหรอก เพราะว่าค่ำออกขนาดนี้แล้ว

.. ยิ่งเวลาผ่านไป ไม่ทราบว่าทำไมคนยิ่งน้อยลงเรื่อยๆ ดูไปรอบๆ ก็มีแต่พวกเป็นแฟนจับมือกันขึ้นมาเที่ยวทั้งนั้น โรแมนติคดีจัง ... เราค่อยๆ เดิน และค่อยมองไกลออกไปเรื่อยๆ เรียวก็จะคอยบอก คอยถามผมเสมอว่า ตรงนั้น ตรงนี้ คือที่นี่ๆ นะ มองเห็นหรือเปล่า ซึ่งตอนนั้นก็ค่อนข้างมืดแล้ว จะเห็นหรือไม่เห็น ผมก็ตอบไปว่า เห็น ....อิอิ

.. จากนั้นเราก็ซื้อตั๋ว ขึ้นลิฟท์ต่อขึ้นไปที่ระดับสูงสุด ตอนที่ประตูลิฟท์เปิดออก .. ภาพของโตเกียวตอนกลางคืน ความมือ แสงไฟ ในระดับความสูงที่สุดในโตเกียวสวยงามมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลาแบบนี้ที่ได้อยู่กับเรียว เพราะอะไรไม่ทราบ มือของเราทั้ง 2 คนจับกันเองโดย อัตโนมัติ เหมือนกับว่า เราทั้งคู่ก็อยากจะจับมือกันมาตั้งนานแล้วเหมือนกัน
.. เรียวจูงมือผมไปหยุดที่กระจกด้านหนึ่ง ชี้ให้ดูไปที่ไกลๆ เห็นไหมนั่นอะไร .... ผมตอบไปว่าไม่เห็น ไม่เห็นมีอะไร มืดไปหมดมีแต่แสงไฟ

"นั่นน่ะ ผมอยู่ตรงนั่นไง เห็นหรือเปล่า" ใบ้ให้ถึงขนาดนี้ ไม่รู้ก็ไม่ได้แล้ว
"TOKYODOME ใช่ไหม มองเห็นด้วยหรอ" ผมถามเพราะมองไม่เห็นจริงๆ คิดว่าเรียวแกล้งอำ
"เห็นสิ" เรียวเอา แผ่นพับ ที่ได้รับแจกตอนซื้อตั๋วข้างล่างมากางออกให้ดู จริงๆ ซะด้วยมองเห็น TOKYODOME จริงๆด้วย
"เรียวเป็น TOKYODOME หรอ ... งั้น โบ้ทเป็น TokyoTower ดีกว่า"
"ทำไมจะเป็น TokyoTower"
"ไม่รู้ เพราะว่ามีคำว่า Tokyo เหมือนกันล่ะมั้ง"
"ไม่ได้หรอก TokyoTower อยู่ไกล จาก TOKYODOME"
"กรุงเทพ ก็อยู่ไกลจาก TOKYODOME เหมือนกันนะ"
"แต่ตอนนี้ โบ้ทไม่ได้อยู่ กรุงเทพ โบ้ทอยู่กับผมที่นี่ไม่ไช่หรอ"
"นั่นสินะ งั้นเป็นอะไรดีล่ะ"
"เป็นโบ้ทนี่แหละ เป็นโบ้ท ที่นั่งอยู่ข้างใน TOKYODOME"

.. คืนสุดท้ายของ การปิดภาคเรียน.. TokyoTower และ TOKYODOME .. ผม กับ เรียว .. ภาพในตอนกลางคืนของโตเกียว ที่มองลงมาจาก TokyoTower มือของเรา 2 คนที่ยังจับกันแน่น ...
.. ไม่ว่าจะเปิดเทอมหรือว่าปิดเทอม เด็กผู้ชาย 2 คนนั้น ก็ยังคงอยู่ข้างๆ กันเหมือนเดิม .....

 

[ อ่านตอนถัดไป ]

[Home]