Tokyo Love Story : "Part 26"

โดยคุณ - "TOKYODOME" tokyo_dome1@hotmail.com

***** เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เขียนขึ้นจากประสพการณ์ของผม(TOKYODOME)เองครับ *****


... หลังจากที่การเปิดเรียนในภาคการศึกษาที่สองได้เริ่มขึ้น.. หลังจากที่ผมได้รู้ตัวเองมากขึ้น.. หลังจากที่ผมได้รับผลแห่งความเหลวไหล และไม่เอาใจใส่กับการเรียน.. หลังจากวันนั้นบนดาดฟ้าของตึกเรียน เกือบจะ 1 เดือนแล้ว กับการตั้งต้นใหม่ของตัวผม ผมขยันมากขึ้น สนใจเรียนมากขึ้น ให้เพื่อนๆ ในห้องกับเรียวสอนการบ้าน สอนผมเกี่ยวกับวิชาเรียนมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ตลอดเกือบ 3 อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมก็ออกไปเที่ยวน้อยลง ออกไปดื่มกับที่ห้องน้อยลง แต่ก็ต้องมีบ้างที่จะต้องไปสนุกกัน

.. ในตอนเย็นตอนเรียวกำลังซ้อมซอพบอลที่ชมรม ผมก็มีเพื่อนๆ ที่ห้องที่ไม่ได้เข้าชมรมอะไรมานั่งคุย นั่งสอนการบ้าน สอนผมล่วงหน้าว่า ต่อไปจะต้องเรียนอะไร มันเป็นช่วงเวลาที่รู้สึกได้ถึงมิตรภาพและความห่วงใย ที่ทุกคนมีและได้หยิบยื่นให้แก่ผม มาถึงตอนนี้ สิ่งที่ผมรู้สึกได้และได้รับรู้ก็คือ ไม่เฉพาะแต่ชาวไทยเท่านั้นหรอกที่มีจิตใจงดงาม ชาวญี่ปุ่นลูกพระอาทิตย์ ก็จิตใจดีไม่แพ้คนไทยเหมือนกัน มันเป็นช่วงเวลาที่ผมประทับใจมากที่สุดอีกช่วงนึงในญี่ปุ่น...

.. ในเช้าวันหนึ่งที่ดูว่าเหมือนกับเช้าของหลายๆ วันที่ผ่านมา ผมกับเรียวไปโรงเรียนด้วยกัน ขึ้นรถไฟด้วยกัน เดินเข้าไปในโรงเรียนด้วยกัน เปลี่ยนรองเท้าแล้วก็กำลังจะเดินขึ้นตึก.. แต่ระหว่างทางจากห้อง ล็อกเกอร์ จะขึ้นไปบนห้องเรียนนั้น เราทั้ง 2 คน สังเกตุเห็นนักเรียนมากมาย ซึ่งจำนวนหนึ่งในนั้นเป็นเพื่อนของเรา กำลังมุงดูให้ความสนใจกับป้ายประกาศบางอย่าง ที่ติดประกาศอยู่บนบอร์ดนั้น ทำความสงสัยให้เรา 2 คนเป็นอย่างมาก
.. เพราะปกติแล้วประกาศของโรงเรียน ต่อให้ติดจนล้นบอร์ด ก็ยากที่จะมีนักเรียนแม้แต่คนเดียวไปยืนอ่าน แต่นี่ประกาศแผ่นใหญ่ๆ แผ่นเดียว คนยืนอ่านกันเต็มไปหมด แย่งกันอ่านแย่งกันดู ส่งเสียงดัง อื้ออึงไปทั่วทั้งตึก แถมยิ่งมีคนเดินผ่านมาทางนั้นมากเท่าไหร่ ก็จะมีคนหยุดเดินเข้าไปอ่านประกาศกันมากเท่านั้น..

.. พวกที่ยืนอ่านกันอยู่แล้วก็ร้องเรียกให้เพื่อนเข้าไปอ่านด้วย
"นี่มันประกาศอะไรกันวะ" ผมคิด
"หรือว่า X-Japan จะมา Live Show ที่โรงเรียนเรา" ผมคิดอีก จนกระทั่งเรียวเอ่ยปากชวนผมว่า
"ไป ! แวะเข้าไปดูกันเถอะ" ผมจึงเดินตามเรียวเข้าไปใน ผู้คนมากมายที่กำลังให้ความสนใจกับบอร์ดนั้น..

"อ๋า .... ลืมไปเลยนะเนี่ย เทอม 2 แล้วก็ถึงเวลาแล้วสินะ" เรียวพูดขึ้นทันที เมื่อเขามายืนอยู่ที่หน้าบอร์ดเพียงสักครู่
"อะไรหรอเรียว เขาเขียนว่าอะไรหรอ" ผมถามเขากะจะให้เขาแปลให้ฟัง
"อ่านเองสิครับ ค่อยๆ อ่าน อ่านตัวไหนไม่ออกบอกผม" เขาพูดกับผมทั้งๆ ที่สายตายังไม่ได้ละออกมาจากบอร์ด
"ไม่ออกสักตัว มีแต่คันจิยากๆ อะไรก็ไม่รู้ รีบๆ บอกมาเลย" มีแต่คันจิประหลาดๆ ใครจะไปอ่านได้ จะว่าไปจริงๆ แล้วสำหรับผม คันจิทุกตัวประหลาดหมดและครับ เพราะเกลียดมัน มันก็เลยประหลาด แหะ แหะ..
"ไม่เห็นมีคำว่า X-Japan เลยเรียว" ผมเริ่มถามเซ้าซี้
"แล้วมันจะมีคำว่า X-Japan ได้ยังไงล่ะ" เขายิ้มๆ หันหน้ามามองผม
"แล้วไอ้บอร์ดเนี่ยเขาเขียนอะไรไว้ล่ะ?" ผมเอามือทั้ง 2 ข้างขึ้นไปประกบแก้มเรียวเอาไว้ ให้มันมองมาทางผม ไม่ให้ล่ะสายตาไปทางบอร์ดอีก..

... เรียวค่อยๆ เอามือข้างหนึ่งมาแกะมือของผม ออกจากแก้มของเขา แล้วถือมือผมเอาไว้ หัวเราะแหะๆ ยิ้มๆ แล้วบอกผมว่า
"เด็กน้อย ... เราจะได้ไปเที่ยวกันแล้วนะ นี่ประกาศ School Trip ปีนี้" เหอ เหอ.. คิดว่าตัวเองอายุเท่าไหร่หรอนั่นน่ะ มาเรียกเราว่าเด็กน้อย อายุก็ไม่ได้จะแตกต่างกันไปซักกี่เดือนหรอก มาเรียกเราว่าเด็กน้อย
.. แล้วเรียวก็เริ่มแปลให้ผมฟัง จริงๆ ที่บอร์ดก็มีเขียน อักษรญี่ปุ่น ทับศัพท์ ภาษาอังกฤษไว้ตัวออกจะใหญ่ ว่า "School Trip" แต่ผมโง่ไม่อ่านเอง แหะ แหะ ...
"นี่นะๆ ไป ฮิโรชิมะ แล้วก็ โอซาก้า โกเบ เกียวโต นารา เมืองใหญ่ๆ ของคันไซ ทั้งหมดน่ะ" เขาค่อยๆ บอกผมแจกแจงให้ฟัง แต่ฟังยังไงๆ ก็ไม่เหมือน School trip เหมือน ทัวร์ ประวัติศาสตร์มากกว่า..

.. ผมกับเรียวละออกมาจากบอร์ดนั้น เดินขึ้นบันไดไปชั้น 2 ดูท่าทางเรียวอารมณ์ดีเป็นพิเศษ หลังจากที่ได้อ่านประกาศจากบอร์ดนั้น เดินผิวปากไปตลอดทาง..
"ดีใจหรอ จะได้ไปเที่ยวน่ะ" ผมถาม
"แล้วนายไม่ดีใจหรือไง" เขาย้อน
"ก็ ... เฉยๆ น่ะ เพราะว่าเคยไปมาหมดแล้ว" ผมทำน้ำเสียงธรรมดาๆ อยากจะบอกให้อีกฝ่ายรู้ว่า ไปมาแล้วๆ เมืองพวกนี้
"หรอ ... แล้วเคยไปกับผมหรือยังล่ะ" พูดจบเขาก็ยื่นกระเป๋าของผมที่เขาถือเอาไว้คืนมาให้ผม
"อ่ะ ..แล้วกลางวันจะมาหา" แล้วเรียวก็เดินอารมณ์ดีกลับห้องของเขาไป ผมยืนส่งเขาอยู่ที่หน้าห้อง รอจนกว่าเรียวจะเดินผิวปาก ทำท่าทางกวนประสาท เดินหายเข้าไปในห้องของเขา..

.. คงไม่ต้องบอกว่าผมดีใจแค่ไหน ที่ได้ยินเรียวถามผมกลับมาอย่างนั้น
"ไป School trip กับเรียว" ผมคิดในใจ ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปใน ตลาด เอ้ย! ห้องเรียนของผม ซึ่งปกติในวันธรรมดา ที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เสียงก็จะดังสนั่นไปทั้งห้องอยู่แล้ว คิดเอาไว้แล้วสำหรับวันนี้ว่า เสียงมันคงจะดังขึ้นเป็น 2 เท่า เฮ้อ .... แล้วผมก็เลื่อนประตูประตูออก ก้าวเข้าไปในห้อง แล้วสิ่งที่คิดเอาไว้ก็ ......

"กับแผนกนักเรียนหญิงหรอ เจ๋งว่ะ" บ้างก็
"ใคร ใคร ใคร จะเอาเหล้าไป" บ้างก็
"เอาเงินไปเท่าไหร่ดีวะ" บ้างก็
"จะเอากล้องวีดีโอไปดีไหมเนี่ย" และก็อีกหลายๆ ประโยคที่ตะโกนคุยกันซะลั่นห้อง
.. จากประตูห้องจะเข้าไปที่นั่งตัวเองนี่ ทางก็แคบเพราะสมบัติแต่ล่ะคนที่เอาไว้โรงเรียน ไม่คิดจะเอากลับไปไว้ที่บ้าน ไหนยังจะต้องมาหนวกหูกับไอ้พวกบ้านี่อีก ยังไม่ทันจะไปถึงโต๊ะตัวเอง ก็ต้องตอบคำถามมากมาย เช่น..
"รู้หรือยังๆ หรือ ฝากซื้ออะไรเล็กๆ น้อยเอาไปกินไปดื่มไหม" ผมก็เออๆ ออๆ ไปตามเรื่อง เอากระเป๋ามาไว้ที่โต๊ะได้ ก็รีบมองหาเจ้าโคเฮ มันไปอยู่ที่ไหนของมัน นะ....

.. มองไปมองมา มันมานั่งคุยกันเพื่อนอีก 2-3 คน อยู่หลังห้อง ก็เลยตามจะไปคุยด้วย
"อ้าว หวัดดี ดีใจล่ะสิจะได้ไปคันไซฮันนี่มูนน่ะ" แล้วก็หัวเราะกันยกใหญ่
"บ้า" ผมพูดแก้เขิน แต่จริงๆ ก็แอบดีใจเล็กๆ
.. ผมนั่งลงเป็นสมาชิกใหม่ในวงสนทนานั้น ซึ่งไม่ต้องเดาให้เสียเวลา ก็รู้ว่ากำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่ พวกอาจารย์นี่ก็เก่ง สามารถปลุกระดม เรียกร้องความสนใจ นักเรียนได้ทั่วไปหมดทั้งโรงเรียน แต่เอ ... ห้องอื่นเขาจะเป็นแบบห้องเราหรือป่าว หรือว่าจะมีแต่ห้องเราห้องเดียวที่เป็นแบบนี้ คิดแล้วกลุ้ม ไม่เหมือนห้องเรียนในแผนกนักเรียนชายเลย เช้าๆ มานี่จับกลุ่มคุยกันเสียงดังอย่างกับสวนสัตว์เฮ้อ ....

.. และเนื่องจากผมเพิ่งจะมาเรียนที่ญี่ปุ่นเป็นปีแรก ผมจึงยังไม่ค่อยเข้าใจดีนักว่า SchoolTrip เนี่ยมันต้องทำอะไรยังไงบ้าง.. หลังจากที่คุยๆ กันแล้วก็ไม่แปลกใจ ว่าทำไมพวกนี้ถึงตื่นเต้นกันนัก เพราะว่าตอน SchoolTrip ม.ต้น พวกเขา ไม่ได้ไปกันไกลๆ กันขนาดนี้ เที่ยวกันอยู่ใก้ลๆ คามาคูระ นิกโก้ อะไรทำนองนี้ ไปเช้าเย็นกลับไม่ได้ค้างคืนอีกต่างหาก
.. แต่ SchoolTrip ม.ปลาย นี้เหมือนโชคหลายชั้น คือทั้งไม่ต้องเรียน คือหยุดไปเที่ยวกันเลย และแถมยังได้ไปที่ไกลๆ อีกต่างหาก ได้ไปเที่ยวกับเพื่อน ได้ไปสนุกสนานกัน ในสถานที่ไกลๆ แต่รู้สึกว่าที่ทุกคนกำลังพูดถึงอยู่นี่ จะเป็นการไป SchoolTrip พร้อมแผนกนักเรียนหญิงมากกว่า เฮ้อ .... เศร้า

.. เรานั่งคุยกันหลายเรื่อง จะทำอะไร ต้องเอาอะไรไปบ้าง เตรียมตัวกันเหมือนจะไปมันพรุ่งนี้แล้วอย่างนั้นแหละ บางคนบอกจะเอาเบ็ดตกปลาไป (สาบานว่าไป SchoolTrip) ร้ายกว่านั้นคือ จะเอาขนมกับน้ำไปขายบนรถหารายได้พิเศษ (เหมือนบนรถไฟ)
.. ผมนั่งอมยิ้มฟังเจ้าพวกนี้คุยกันไปเรื่อยๆ โดยไม่มีทีท่าว่ามันจะจบลงง่ายๆ จนมีเพื่อนคนหนึ่งในวงสนทนาพูดขึ้นว่า..
"จะเตรียมตัวทันไหมเนี่ย อาทิตย์หน้านี่แล้ว" เพื่อนพูดจบผมก็ตอบกลับไปว่า
"โอ้ย .. ทำไมจะไม่ทันตั้งอาทิตย์หน้า" ก่อนที่จะมาคิดดูดีๆ อีกที "หา? อาทิตย์หน้านี่เลยหรอ"

.. วงสนทนามีอันต้องจบลงเพราะเสียงออดนรก บอกให้ทุกคนเตรียมตัวเรียนหนังสือกันได้แล้ว แต่ท่าทางวันนี้คงจะมีสมาธิเรียนกันน้อยหน่อย เพราะต่างคนต่างตื่นเต้นกับ SchoolTrip กันเหลือเกิน ขนาดอาจารย์ที่เข้ามาสอน แกคงรู้ดีว่านักเรียนของแกนั้นเป็นอย่างไร
"นักเรียน ... เรื่อง School Trip ของพวกเธอนั้นเก็บเอาไว้ก่อนนะ ตอนนี้เรามาว่ากันเรื่องประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น และความสัมพันธ์กับประเทศในคาบสมุทรเกาหลีกันก่อน" พูดจบแกก็หันกลับไปเขียนกระดาน โดยที่ไม่รู้หรอกว่า ข้างหลังของตัวเองนั้น ละครลิงเรื่องเยี่ยมกำลังทำการแสดงอยู่ ...

.. ผมที่กำลังนั่งเรียนอยู่ในตอนนี้ ตาของผมกำลังมองไปที่กระดาน มือก็กำลังจด กำลังเขียนตามที่อาจารย์บอก ด้วยลายมือเขี่ยๆ ลงบนสมุด.. แต่สมองกลับคิดแต่เรื่องของคนอีกคน ที่กำลังนั่งเรียนอยู่ที่ห้องถัดไปจากผมแค่ 2-3 ห้อง อืมมม School Trip กับคนๆ นั้น
.. ผมเลยต้องยอมรับตัวเองในนาทีนั้นว่า ผมเองก็ไม่ต่างอะไรจากเพื่อนๆ ในห้อง พวกเราต่างคนต่างก็ตื่นเต้นกันไปหมด เพียงแต่ว่าแต่ละคนนั้นก็จะตื่นเต้นในเรื่องของตน พวกชมรมถ่ายรูป ก็ตื่นเต้นกับการจะได้ไปถ่ายภาพ สถานที่ ผู้คน เพื่อนๆ ในที่แปลกๆ ใหม่ๆ พวกชมรมดูดาวก็เตรียมกล้องจะไปตั้งกล้องดูดาวกับที่ ฮิโรชิมา (มันจะทำให้เห็นชัดกว่าที่โตเกียวไหม) ยกเว้นแต่ชมรมซอพบอลของเรียวและเพื่อนของเขา คงจะคิดแต่ว่า ต้องไปหาอาหารอร่อยๆ กิน ที่โกเบ หรืออะไรซักอย่างแน่ๆ ..

.. เวลานรกของการเรียนได้ผ่านไปแล้วครึ่งหนึ่งของวัน หลังจากที่ทำความเคารพอาจารย์กันแล้ว ยังไม่ทันที่อาจารย์จะเดินออกจากห้องไป เสียงบางคนที่พูดถึงเรื่อง School Trip ดังขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง จนอาจารย์อดที่จะแซวไม่ได้ว่า "ท่าทางตื่นเต้นกันดีจังเลยนะ" แล้วทุกคนก็คุยกันในเรื่องเดิมที่เมื่อเช้าได้คุยกันไปแล้วรอบนึง..
.. ฟังๆ ดูแล้วเนื้อหาของเรื่องที่คุยก็เหมือนกับเมื่อเช้านี่เลย เพียงแต่เอามาคุยกันใหม่ ย้ำให้รู้ใหม่อีกรอบนึง ก็เท่านั้นเอง แต่ถึงอย่างนั้นทุกคนก็ตั้งใจฟัง ตั้งใจคุยกันเหมือนยังไม่ได้รู้ ไม่ได้คุยอะไรกันมาก่อนงั้นแหละ เฮ้อ .... เห็นแล้วกลุ้มใจ

.. ผมนั่งฟังเจ้าพวกนั้นคุยกันได้สักพัก ก็มีเสียงดังขึ้นจากข้างหลังของผม เสียงที่ผมคุ้นที่สุดนั้นแหละครับ
"ไง .. วันนี้เรียนสนุกไหม รู้เรื่องหรือเปล่า" วันๆ ถามแต่คำถามแบบนี้ไม่เบื่อบ้างหรือไงนะ ผมคิดในใจ เพราะรู้สึกเบื่อกับคำถามของเรียว
"อือ ก็ดีนะ แต่ยังไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก เอาไว้มาสอนใหม่แล้วกันนะ" ผมตอบไปอย่างนั้นๆ เองเพราะรู้ว่ายังไงๆ เรียวก็ต้องบังคับให้ผมอ่านใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่ต้นจนจบอยู่แล้ว ตอบว่ารู้เรื่องไป ยังไงๆ ก็ต้องโดนบังคับให้อ่านใหม่อยู่ดี มีค่าเท่ากัน..
"ก็ดีขยันๆ พยายามเข้านะ แต่ตอนนี้เราไปหาอะไรกินกันเถอะ.." แล้วผมก็เดินตามเรียวลงมาข้างล่าง มันเป็นเวลาปกติที่เราสองคนจะไปหาอะไรกินด้วยกัน เป็นแบบนี้มา 1 เทอมเต็มๆ แล้ว และผมก็หวังว่ามันคงจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ

.. นม 2-3 กล่อง ขนมปัง 2-3 ก้อน กับโซบะถ้วย มีผมกับเรียวนั่งกินกันอยู่ที่ม้านั่ง ใต้ร่มไม้หลังตึก เรานั่งกินกันไปอย่างนั้น ในใจผมก็คิดไปว่า นานเท่าไหร่แล้วนะ ที่ผมกับเรียวไม่ได้เอาข้าวกล่องมากินที่โรงเรียน
.. จริงๆ แล้วผมก็เคยคิดจะทำข้าวกล่องมา กินกันเองที่โรงเรียนเหมือนกัน แต่ด้วยความที่ว่าอายเพื่อน และกลัวเรียวจะไม่กิน หรือถ้ากิน ก็คงกินอย่างบังคับจิตใจ เลยเลิกล้มความคิดนี้ไป ... นั่งไปได้สักพัก ผมก็ถามเขาขึ้นมาว่า
"เออนี่เรียว School Trip นี่ต้องเอาอะไรไปบ้างหรอ?" ผมพูดจบเขานิ่งมองหน้าผมสักพัก ก่อนที่จะหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น
"นี่ก็เป็นไปกับเขาด้วยหรอ โรคตื่นเต้น School Trip" หัวเราะทั้งๆ ที่ขนมปังยังเต็มปากอยู่อย่างนั้น
"อ่ะ ทำไมอ่ะก็ไม่เคยไป School Trip ที่ญี่ปุ่นมาก่อนนี่" เขากลืนขนมปังในปาก ก่อนที่จะอธิบายให้ผมฟัง
"ก็ไม่ต้องเอาอะไรไปมากหรอก ของจำเป็นก็พอ" แล้วเรา 2 คนก็คุยกันไปกินกันไป เรียวสัญญาว่า ตอนไป School Trip เรียวจะแอบมามั่วกับกลุ่มห้องผม ผมเลยบอกเขาว่าไม่เป็นไร ผลัดกันผมจะแอบไปมั่วกับกลุ่มห้องเขาบ้าง คงไม่มีใครว่าอะไร..

เวลา อาหารกลางวัน ของโรงเรียนชายล้วน
เด็กผู้ชาย 2คน ที่มักจะทำอะไรด้วยกันเสมอๆ
วันนี้ กลางวันนี้ .... พวกเขายังคง นั่งอยู่ด้วยกัน
หัวเราะด้วยกัน ทั้งๆ ที่ขนมปังยังเต็มปาก
ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม และจิตใจที่กำลังจดจ่อกันเหตุการณ์สนุกสนาน
ที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ .... "S c h o o l T r i p"

[ อ่านตอนถัดไป ]


[Home]