Tokyo Love Story : "Summer 2001"

โดยคุณ - "TOKYODOME" tokyo_dome1@hotmail.com

***** เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เขียนขึ้นจากประสพการณ์ของผม(TOKYODOME)เองครับ *****


"เที่ยวให้สนุกนะลูก รักษาตัวเองด้วย ถึงญี่ปุ่นแล้วถ้าเป็นไปได้รีบโทรกลับมาบอกพ่อนะลูกนะ" ผมตอบรับไปสั้นๆ ว่า "ครับ"
"ไม่ต้องซื้ออะไรมากมายหรอกเก็บเอาไว้เที่ยวเถอะ" ผมตอบกลับไปว่า "อยู่แล้วแม่ไม่ต้องห่วงหรอก"

.. ผมลาพ่อกับแม่และญาติๆ ที่มาส่งเรียบร้อยแล้วก็เดินเข้ามาในห้องตรวจหนังสือเดินทาง ถึงแม้ว่าการไปญี่ปุ่นครั้งนี้ จะไม่ใช่ครั้งแรก และถึงแม้ว่า ก่อนหน้านี้มาไม่นานนัก ผมก็เพิ่งจะไปญี่ปุ่นมา แต่ความรู้สึกตื่นเต้นของผม ที่จะได้กลับไปโตเกียวอีกครั้งนั้นมันมีมากเหลือเกิน..

.. บ่อยครั้งที่เวลานั่งอยู่บนเครื่องบิน ผมจะคิดเรื่องราวอะไรไปเอง จนขนลุกขึ้นมา โดยยากที่จะหาเหตุผลที่จะมาอธิบายว่า มันเกิดขึ้นได้เพราะอะไรกันแน่ นับจากนี้ไป 1 เดือน ที่ผมจะพักอยู่ที่ญี่ปุ่น ผมจะใช้เวลาของตัวเองให้คุ้มค่าที่สุด
.. ปิดเทอมภาคฤดูร้อนครั้งสุดท้าย ของชีวิตนักศึกษา เปิดเทอมไปแล้วผมคงต้องเป็น ปี 4 จบปี 4 แล้วคงจะต้องมีอะไรที่จะต้องรับผิดชอบมากขึ้น และเมื่อไหร่จะได้กลับไปญี่ปุ่นอีกก็ไม่รู้ เวลาต่อจากนี้ไปผมจะต้องใช้อย่างสนุกและคุ้มค่าที่สุด ...

.. ผมถึงนาริตะในตอนดึกแล้ว ผ่านการตรวจคนเข้าเมือง มาได้แบบไม่ยากเย็นอะไรนัก เข็นกระเป๋าออกมาที่ห้องผู้โดยสารขาเข้า ทันทีที่เข็นรถออกมา ผมก็เห็นหน้า "Ken" เพื่อนสนิทของผมที่มารอรับผมอยู่แล้ว
.. ผมรีบเข็นรถเข้าไปทักทาย และขอโทษที่ออกมาช้า เราคุยกันอยู่สักพัก จึงเข้าไปซื้อตั๋วรถลีมูซีนบัส กลับบ้านเคนจิ เพราะว่าตอนนั้นก็เป็นเวลาที่ดึกมากแล้วเหมือนกัน

.. ซื้อตั๋วรถได้แล้วเรา 2 คนก็ออกมายืนรอรถที่ ภายนอกอาคารกัน ทั้งๆ ที่เมืองไทยอากาศร้อนแทบตาย แต่เวลานั้นที่ ญี่ปุ่น กลับหนาวมาก หนาวจับใจ เวลาหายใจออกก็จะเห็นได้เป็นควันขาวๆ ออกมาจากปากของเรา จนผมต้องเปิดกระเป๋าเอาเสื้อโค้ทออกมาใส่ไว้อีกตัว
.. เรารออยู่ไม่นานรถบัสก็มาถึง ตลอดเวลาที่เรา 2 คน อยู่บนรถ ตั้งแต่ นาริตะ ไปจนถึง สถานีรถไฟใกล้บ้าน Ken นั้น มีอยู่เพียงเรื่องเดียวที่เราคุยกัน และก็คงไม่ต้องบอกว่ามันเป็นเรื่องของใคร ....

.. ที่บ้านKen ....
"ขอเสียมารยาทนะครับ" ผมเดินถือกระเป๋าใบใหญ่เข้ามาในบ้าน กล่าวทักทายกับพ่อแม่ของเขา ซึ่งทั้งๆ ที่ดึกป่านนี้แล้วก็ยัง ไม่นอนเพื่อที่จะรอต้อนรับผม ในเวลาประมาณเที่ยงคืนกว่าๆ
.. คุณแม่ยกเอาน้ำอุ่นและยาแก้หวัดมาให้ เพราะผมเริ่มจะมีอาการกับเจ้าอากาศหนาวๆ แบบฉับพลันที่ญี่ปุ่นตอนนี้ซะแล้ว
.. หลังจากนำของฝากที่ทางบ้านของผมฝากมานั้น ให้ไปกับคุณพ่อและคุณแม่ของ Ken แล้ว ผมก็อาบน้ำแล้วรีบเข้านอน เพราะว่าวันรุ่งขึ้น ผมมีอะไรบางอย่างที่อยากจะทำ ... และเป็นสิ่งแรกที่ผมอยากจะทำเมื่อผมมาถึงญี่ปุ่น..

.. เช้าวันรุ่งขึ้น ....
.. อาจจะเรียกเช้าไม่ได้ เพราะวันถัดมาผมตื่นนอนตอนเกือบจะเที่ยง แต่ถ้าคิดเป็นเวลาไทยแล้วมันก็เพิ่งจะ 10 โมงเท่านั้น ผมรีบลงมาข้างล่าง ทักทายผู้คนในบ้าน อาบน้ำ ทานข้าวที่ คุณแม่ของ Ken จัดเตรียมไว้ให้ แล้วรีบออกจากบ้านไปโตเกียว

.. จากที่บ้าน ผมต้องต่อรถไฟถึง 2 ต่อ คือจากสถานีที่ใก้ลบ้านที่สุด ไปสถานี จิบะ แล้วจาก สถานีจิบะ ไปสถานีโตเกียว แต่ด้วยเวลาเพียงไม่ถึงชั่วโมงนับตั้งแต่ผมออกจากบ้าน รถไฟก็พาผมมาถึงสถานีโตเกียวเป็นที่เรียบร้อย
.. ต่อจากนั้น ผมเดินขึ้นมาจากชั้นใต้ดินของสถานี ขึ้นไปยัง ชานชาลา ของรถไฟสาย Yamanote รถไฟที่ทำให้อะไรๆ หลายๆ อย่างตื่นเต้นและน่าสนใจมากขึ้น

.. ผมยังอดตื่นเต้นไม่ได้ เมื่อเห็นเจ้ารถไฟแถบสีเขียวนี่ วิ่งเข้ามาเทียบชานชาลา ก่อนที่ผมจะก้าวเข้าไป
.. Tokyo Tower คือที่ๆ แรกที่ผมอยากจะไป ไม่นานนัก Yamanote ก็มาส่งผมที่ หน้า Tokyo Tower ผมเดินออกมาที่หน้าสถานี มองออกไปข้างหน้า Tokyo Tower ที่อยู่ข้างหน้า ห่างออกไปประมาณ 300 เมตร ผมหยุดยืนดูอยู่สักพักก่อนที่จะเดินตรงไปทางนั้น ....


.. ระหว่างทางจากสถานีไป Tokyo Tower นั้น ผู้คนที่สวนทางกับผมไป นักเรียน พนักงานกินเงินเดือน คนแก่ และผู้คนมากมายที่ขี่จักรยาน มันทำให้ผมรู้สึกว่า ความรู้สึกเก่าๆ นั้น ได้กลับมาอีกแล้ว
.. ผมแวะที่ร้านดอกไม้เล็กๆ ซื้อดอกไม้มา 1 ช่อเล็กๆ แล้วเดินถือมุ่งหน้าไปยัง หอคอยแห่งโตเกียว.. ผมเห็นภาพ Tokyo Tower ใหญ่ขึ้นและใกล้เข้ามาเรื่อยๆ Tokyo Tower ที่แอบอยู่หลัง วัดเซนโซจิ..
.. ผมเดินผ่านเข้าไปในวัด ต้นไม้ใหญ่ๆ มากมาย เสียงพระสวดที่ดังออกมาจากวิหาร กลิ่นธูป และเสียงร้องของอีกามากมาย ที่ครั้งหนึ่งเคยมีคนบางคนบอกกับผมว่า "กลัว" จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ทุกอย่างไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลย มันยังเหมือนเดิม ......

.. ผมเดินจนมาหยุดอยู่ที่ฐานของ Tokyo Tower ผมแหงนหน้าขึ้นไปมอง อาคารสูงตระหง่านที่แดงขาวตรงหน้า ก่อนที่จะคิดกับตัวเองว่า ได้เจอกันอีกจนได้นะ
.. ผมหยุดมองอะไรๆ ที่ฐานของหอคอยอยู่สักพัก ผมคงจะยังไม่ขึ้นไปข้างบนในตอนนี้ เพราะยังไม่ได้ทำในสิ่งๆ แรกที่อยากที่จะทำที่สุดเลย ....

.. ผมเดินไปทางสุสานเล็กๆ ที่อยู่ไม่ห่างนักจากฐานของ Tokyo Tower เรียกได้ว่าอยู่ติดกันกับ ฐานของ หอคอยได้เลยด้วยซ้ำ ผมเดินผ่านเข้าไปในเขตของสุสาน มองเห็นหินที่สลักชื่อมากมายข้างหน้าผม ถึงแม้ว่าผมจะไม่เก่ง และเกลียดคันจิเอามากๆ แต่คันจิที่อ่านได้เป็นชื่อของคนๆ นั้น คนไม่เคยลืม ...

.. ผมกวาดตามองไปรอบๆ สักพัก อาจเป็นเพราะผมไม่ได้มาที่นี่นานมากแล้ว ก็เลยใช้เวลานานพอสมควรในการหา แล้วผมก็เจอแผ่นหินแผ่นนึง ที่สลักชื่อของคนๆ นั้นเอาไว้ "Ishikawa Ryousuke"
.. ความรู้สึก เรื่องราว คำพูด ท่าทาง แววตา น้ำเสียง ทั้งหมดทั้งหลาย ที่เกี่ยวกับคนๆ นี้ กลับเข้ามาหาผมอีกครั้ง
.. ผมค่อยๆ นั่งลงที่ข้างหน้าป้ายหินนั้น ดอกไม้เล็กๆ ที่ผมซื้อมาจากระหว่างทางหน้าสถานีเมื่อสักครู่นี้ ค่อยๆ ถูกวางลงข้างหน้า ลมหนาวๆ ที่พัดเข้ามาปะทะกับหน้าของผมในตอนนั้น แม้ว่าในขณะนั้น ผมจะใส่เสื้อกันหนาวที่คิดว่า จะสามารถป้องกันความหนาวได้ดีสักเท่าไหร่ แต่ผมก็ยังรู้สึกว่ารอบๆ ตัวนั้น มันหนาวไปหมด ...

.. ผมค่อยๆ พนมมือขึ้น หลับตาก้มหน้าลง สิ่งที่อยู่ในใจของผม สิ่งที่เคยอยู่ในใจของเขา ความรู้สึกระหว่างเราสองคน ... น้ำตา ... ค่อยๆ ไหลออกมา....
.. ผมได้พูด หรือ บอกกล่าวกับเขา ในสิ่งที่ผมอยากจะบอก หรือพูดไปแล้ว ไม่ว่าเขาจะได้รับรู้ อยู่ หรือไม่อยู่ ในวันนี้ แต่ผมก็รู้สึกดีๆ ที่ได้ทำลงไปแบบนั้น...

.. ลิฟท์ ... พาผมขึ้นมายังจุดสังเกตุการณ์ของ Tokyo Tower ผมค่อยๆ เดินไปรอบๆ มองดูวิวรอบๆ แล้วนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ที่เกิดขึ้นที่นี่ อะไรอยู่ตรงไหน ตรงนั้นอะไร ตรงนี้อะไร ถึงแม้ว่าน้ำตาจะไม่ได้ไหลออกมา แต่ความรู้สึก เหงาๆ ปนกับความตื้นตัน ขนลุก มันทำให้ผมรู้สึกแปลกอย่างบอกไม่ถูก

.. ผมมาหยุดอยู่ที่ด้านหนึ่ง มองลงไปเห็นสุสาน อยู่ข้างล่าง มองอยู่สักพัก เงยหน้าขึ้นมา กวาดสายตาไปรอบๆ ถึงแม้ว่าจะมองออกไปเห็นได้ไม่ชัดนัก แต่สถานที่ที่มองออกไปได้จากตรงนี้ ที่อีกที่ ที่เขาและผม เคยไปด้วยกันบ่อยๆ และเรื่องราวทั้งหมดได้เริ่มต้นและเกิดขึ้นที่นั่น .. TOKYODOME ..

.. มันเป็นเวลาค่ำแล้ว กว่าผมจะมาถึง TOKYODOME คงเป็นเพราะผมหิว ก็เลยแวะหาอะไรกินซะก่อน โดมใหญ่ข้างหน้าผม แสงไฟมากมาย ที่สาดส่องไปที่มัน อักษรตัวใหญ่สีเขียว TOKYODOME นั่นเหมือนกับว่า มันกำลังยิ้มให้ผมอยู่

.. เสียงกรี๊ดที่ดังออกมาจาก สวนสนุกข้างๆ บรรยากาศทุกอย่าง ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไป สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมก็คงมีเพียงแค่วันนี้ ที่ลานหน้า TOKYODOME นั้น แทนที่จะมีเด็ก 2 คนมานั่งหยอกล้อกันเหมือนเดิม กลับมีเพียงคนเดียว มานั่งอยู่ท่ามกลางอากาศหนาว ที่หน้าโดม มองไปมองมารอบๆ ในมือถือรูปถ่ายมากมาย และ Card สีทอง ภายในจิตใจของเขา ก็คงจะคิดอะไรต่างๆ มากมายที่ผ่านมา ทั้งมีความสุข ทั้งเสียน้ำตา ทั้งเสียหัวเราะ สมหวัง และ ผิดหวัง ......

.. เรื่องที่เขาพร้อมที่จะถ่ายทอดให้กับทุกคน ในทุกเวลาที่มีใครๆ อยากจะรู้ มันเป็นเรื่องเล่าที่ไม่มีวันจบสิ้น มันคือความรู้สึกประทับใจต่ออะไรมากมาย เรื่องราวที่ครั้งนึงเกิดขึ้น ที่นี่.....
.. Tokyo Love Story : Owaranai Hanashi ..


--------------------------------------------------------------------------------

.. กรุณารับคำขอบคุณและคำขอโทษในแบบเดิมๆ ของผมไปนะครับ ..
.. ขอบคุณ เมลทุกฉบับ โทรศัพท์ทุกสาย ที่มีเข้ามาในช่วงเวลาที่ผ่านมา
.. ทุกคนที่กล้าเข้ามาทัก เวลาเห็นผมเดินอยู่กับเพื่อนๆ ที่สยาม
.. ความรู้สึกดีๆ ที่ทุกๆ คนมีให้ มันคือความสุขที่ทุกคนหยิบยื่นให้
.. ขอบคุณผู้อ่านทุกคนจากหลายๆ ที่ ทั้ง ในเมืองไทยเอง อังกฤษ หรือ อเมริกา เพื่อนๆ ที่ญี่ปุ่น เพื่อนทุกคนใน irc และ เมลที่ระยะหลังๆ มีเข้ามาทวงตอนต่อไปของ Tokyo Love Story มากมาย ตอนนี้ทุกคนคงจะได้รับคำตอบของทุกคำถามไปแล้ว..
.. ขอบคุณเวบมาสเตอร์ของเวบ ที่เปิดโอกาส ให้ผมได้เขียนเล่าเรื่องนี้ ขอบคุณจริงๆครับ รวมทั้งขอโทษที่ผมไม่สามารถเขียนต่อไปให้จบได้ ผมขอกลับไปทุ่มเทเวลาให้กับการเรียนในปีสุดท้าย ผมไม่มีเวลาจริงๆ ครับ แต่ก็หวังว่าสักวันนึง ผมจะกลับมาเล่าเรื่องนี้ให้กับทุกคนได้ฟัง และทุกๆ คนก็พร้อมที่จะต้อนรับอย่างอนอุ่นแบบนี้อีกนะครับ.. ถ้ามีโอกาสพบกันใหม่เร็วๆ นี้นะครับ ขอบคุณทุกคนครับ ...

[Home]