แด่เพื่อน

เขียนโดย เพื่อน

เรื่องของผมเป็นเรื่องที่ผ่านมาประมาณ 4 ปีได้แล้ว ตั้งแต่ผมยังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยตอนปี 1 มันเป็นเรื่องที่ผมประทับใจมากๆและจะเก็บไว้ในความทรงจำตลอดไป

ผมกับตินเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน เราเริ่มสนิทกันตั้งแต่ไปรับน้องกับคณะ ในเวลา 1 เดือนกว่าๆ เราสนิทกันมากขึ้น ไปกินข้าว ไปดูหนัง กินเหล้า ดูบอล ติวหนังสือ นั่งเรียนด้วยกัน ปรึกษาปัญหาต่างๆ และเขามักจะเดินมาส่งผมตอนกลับบ้านเสมอ เขาอยู่หอพัก และเป็นทางเดียวกับที่ผมจะขึ้นรถกลับบ้าน ตินเป็นคนจังหวัดชลบุรี เขาเป็นคนอัธยาศัยดี ร่าเริงและเป็นมิตรกับทุกๆคน ตินจึงเป็นเพื่อนที่ทุกๆคนรัก รวมถึงผมด้วย ตินเป็นคนหน้าตาดี สูงเกือบ 190 ซม. เขาเป็นนักกีฬา บาสเกตบอลของคณะและเรียนเก่ง ผู้หญิงทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง รุ่นเดียวกัน ทั้งต่างคณะก็หยิบยื่นไมตรีให้ แต่ตินก็ไม่สนใจ ตินบอกผมว่าอยากจะตั้งใจเรียนอย่างเดียว ไม่อยากมีแฟน

หลังจากงานรับน้องและการสอบกลางภาคที่แสนยากเย็นได้ผ่านไป ทางมหาวิทยาลัยได้จัดกิจกรรม ทางด้านกีฬาขึ้น เพื่อให้นักศึกษาใหม ได้รู้จักกันมากขึ้น และเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง ทั้งคณะเดียวกันและต่างคณะ เหตุการณ์ต่างๆก็ได้เริ่มขึ้นจากตรงนี้เอง...

ช่วงก่อนการแข่งขัน ตินจะขยันฝึกซ้อมมากเป็นพิเศษ ทุกเย็นหลังจากเลิกเรียน เขาก็จะมาซ้อมบาสที่สนาม รวมถึงผมด้วย ผมไม่ได้มาซ้อมกับเขาหรอกนะ ผมมานั่งดูเพื่อนผมซ้อม แล้วก็คอยหาน้ำให้เขา เรียกว่าให้กำลังใจเต็มที่เลยทีเดียว ไอ้เพื่อนๆในคณะมันก็แซวผมกับตินว่าเหมือนคนเป็นแฟนกัน แต่ผมไม่ได้สนใจอะไร เมื่อผมถามติน ตินก็ตอบเช่นเดียวกัน ผมก็สบายใจ

ถึงวันแข่งขันแล้ว วันนี้เพื่อนๆช่วยกันขออนุญาตอาจารย์ผู้สอนลงมาเชียร์ตินและเพื่อนคนอื่นๆ กองเชียร์เลยมากเป็นพิเศษ รวมถึงผมด้วย ผมนั่งติดกับสนามร่วมกับกลุ่มเพื่อนอย่างใจจดใจจ่อ เพราะวันนี้เราเจอทีมของมหาวิทยาลัยเลย เกมส์เริ่มได้ไปสักพัก เสียงเชียร์ก็เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เพราะนักกีฬาแต่ละคนใช้ความสามารถของตนกันเต็มที่ ทั้งแบบที่ถูกต้องและไม่ถูกต้อง เนื่องจากตินเป็นผู้เล่นที่ฝีมือเยี่ยมคนหนึ่งเหมือนกัน จึงมักถูกรุม แต่เขาก็ฉลาดพอทีจะหลุดออกมาได้ทุกครั้ง

แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อผู้เล่นฝั่งตรงข้ามเข้ามากันตินแบบสุดแรง ผลคือตินเซไปชนกับแป้นบาสอย่างแรง ตินล้มลงกับพื้นทันที นอนนิ่งลงไป ผมตกใจมากที่ตินไม่เคลื่อนไหว ผมเห็นท่าไม่ดีก็วิ่งออกไปหาเขา แล้วก็เรียกเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเขา เพราะเขาไม่ได้สติเลย ตินถูกพาขึ้นไปบนห้องพยาบาล ผมเข้าไปประคองตินไว้สุดกำลัง ไม่รู้ว่าน้ำตาผมมันไหลออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่

เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจดูอาการแล้วบอกว่าไม่เป็นไรมากผมก็อุ่นใจมากขึ้น ผมยังนั่งเฝ้าอยู่ข้างๆเขาตลอดเวลา สักพักเขาก็ได้สติ ผมดีใจมากๆที่เห็นว่าเขาไม่เป็นอะไร ผมรีบเข้าไปหา ตินเห็นผมตาแดงๆ ถามผมว่าแค่นี้ทำไมต้องร้องด้วย เขายังไม่ตายสักหน่อย ผมก็บอกตินว่าเป็นห่วงเขามากๆ กลัวว่าจะเป็นอะไรไปมากกว่านี้ เรามองตากันพักนึง เหมือนสายตามันจะแทนอะไรได้มากกว่าคำพูด ตินดึงผมเข้าไปหอมทีนึงและกอดผมไว้ แล้วบอกว่าขอบใจสำหรับความเป็นห่วงที่ผมมีให้ ผมตะลึงและเขินผสมกันไป ดีที่ในห้องนั้นมีผมกับตินสองคน

หลังจากเหตุการณ์วันนั้น เพื่อนๆในคณะยิ่งแซวเราสองคนมากขึ้น เนื่องจากวีรกรรมของผมนั่นเอง ที่วิ่งผ่าสนามไปช่วยติน วันนั้นผมเองก็กล้าๆกลัวเหมือนกันว่าจะเอายังไงดี แต่ความที่ว่าห่วงตินมากกว่า เลยตัดสินใจวิ่งออกไปเลย ผมกับตินก็ยิ่งสนิทกันมากขึ้น เรียกว่าเป็นเพื่อนรู้ใจกันเลยทีเดียว

...


[Home] [แด่เพื่อน1] [แด่เพื่อน2] [แด่เพื่อน3]