| ผมเกิดมาในครอบครัวที่อบอุ่นซึ่งมีพี่น้องเป็นชายทั้งหมด 4 คน ผมเป็นคนที่
2 พี่ชายและน้องชายผมเข้าศึกษาในโรงเรียนนายร้อยทั้งหมด ผมเป็นคนเดียวที่เรียนแตกต่างไปจากพี่น้องของผม ความแตกต่างเกิดขึ้นกับผมหลายอย่างเช่นชื่อจริงผมจะลงท้ายด้วย "เกียรติ" ขณะที่พี่ชายและน้องชายผมขึ้นต้นด้วย"เกียรติ" อาจด้วยความบังเอิญหรืออย่างไรไม่ทราบ ขณะนี้ผมอายุ 28 ปี ผมมีความรู้สึกว่าชอบผู้ชายเมื่อผมอายุได้ประมาณ 10 แต่อาจด้วยครอบครัวผมเป็นครอบครัวที่คุณพ่อรับราชการทหารเพราะฉนั้นลูกๆทุกคนจึงต้องเข้มแข็ง ผมจึงถูกกำหนดกรอบให้เป็นคนที่เข้มแข็งตามไปด้วย ผมและพี่น้องทุกคนสูงประมาณ
180 ซม. อาจจัดได้ว่าพี่น้องของผมและผมเป็นผู้มีรูปสมบัติที่ดี (หน้าตาดีนั่นเอง) พี่น้องผมมักมีผู้หญิงมาติดพันเสมอ
|
|
ผมแปลกใจมากเพราะผมก็ดูเป็นผู้ชายปกติทั่วๆไป ผมคิดว่าการที่ผมเป็นอย่างนี้ถือเป็นปมด้อยของผม ขณะนี้ผมกำลังศึกษาในระดับขั้นปริญญาเอกที่อเมริกาซึ่งอีกประมาณ 3 ปีผมคงจบการศึกษา
(ประมาณ 2004) คำถามนี้ผมมักเจอบ่อยๆรวมทั้งเพื่อนๆในรุ่นหรือผู้ร่วมงาน อาจด้วยบุคคลิกและการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีของผมจึงทำให้ผมเป็นที่รักของพี่ๆเพื่อนๆน้องๆและผู้ร่วมงานเสมอ ลืมบอกไปว่าผมเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อในระดับต้นๆของเมืองไทยเลยแหละ ชีวิตผมในรั้วมหาวิทยาลัยผมก็มีแฟนกับเขาเหมือนกันนะและเป็นผู้หญิงด้วย
ที่สุดผมก็ทำได้แต่เขาก็เสียใจมากๆ และเพื่อนอีกหลายๆคนก็ตำหนิผมหาว่าผมไปหลอกให้ความหวังเขาแล้วไม่ยอมรับผิดชอบ (จริงๆผมไม่เคยล่วงเกินเขาเลยนะ) ผมเสียใจมาก จากนั้นตอนเรียนปริญญาโทก็มีผู้หญิงอีกคนมาชอบผมอีก ในขณะนั้นยอมรับว่าเหงามากเพราะเพื่อนในรุ่นเดียวกับผมก็แยกย้ายกันไปทำงานหรือเรียนต่อซึ่งก็มีไม่มากนัก ทำให้ผมรู้สึกว่าผมโดดเดี่ยวเพราะนิสิตปริญญาโทที่เรียนรุ่นเดียวกับผมก็อายุมากกว่าผมประมาณ
35-40 ปีทั้งนั้น (ขณะนั้นผมอายุ 22 ปี) หากผมสามารถรักผู้หญิงได้ผมน่าจะเป็นคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จทั้งชีวิตการเรียนการศึกษา ครอบครัวและการทำงานซึ่งเป็นเป้าหมายที่ดีที่สุดในชีวิตของผม (กลัวเอดส์เหมือนกันนะ) แต่เชื่อไหมครับผมไม่มีอารมณ์เอาเลย วันหลังพี่อย่าตื่นเต้นให้มากแล้วกัน จากวันนั้นผมจึงเริ่มครุ่นคิดและทบทวนอีกครั้งว่าทำไม?ผมจึงเป็นอย่างนี้ มันอึดอัดมากเลยรู้ไม๊เพราะไม่สามารถปรึกษาใครได้ เป็นใครก็ได้ที่ไม่แสดงออกผมต้องการมากครับ... จากวันนั้นผมก็ยังไม่ละความพยายามผมไปซื้อหนังสือโป๊ที่เป็นชายกับหญิงมาดู แต่ให้ตายเถอะครับผมมีอารมณ์เมื่อผมดูสรีระของผู้ชายแต่เมื่อผละสายตาไปดูสรีระของผู้หญิงทุกอย่างก็ต้องล่มสลาย จึงเกิดคำถามว่าทำไมๆๆๆและทำไมผมต้องเกิดมาเป็นแบบนี้ด้วย (ขณะนั้นยังไม่ยอมรับว่าเป็นเกย์นะครับ) ผมคงต้องแย่แน่ๆ พี่ๆเพื่อนๆน้องๆและผู้ร่วมงานจะยอมรับผมได้แค่ไหน บางครั้งผมคิดฆ่าตัวตายเพราะผมเชื่อว่าการจบชีวิตของผมอาจทำให้ทุกคนที่ผมรักยังระลึกถึงผมในแง่ดีเสมอ แต่ถ้ายังมีชีวิตอยู่ผมอาจอยู่อย่างโดดเดี่ยวและทรมารตลอดชีวิตก็ได้ ที่ทำงาน....บ่อยครั้งที่ผมมักได้ยินผู้ร่วมงานผม(ผู้ชาย)ที่อายุประมาณ 38-40 ปีซึ่งยังไม่แต่งงาน โดนยิงคำถามที่ว่า "เมื่อไรจะสละโสดเสียทีครับ"
"เจ้าสาวยังไม่คลอดหรือรอให้ลูกศิษฐ์จบก่อน ทำให้ผมคิดว่าสักวันหนึ่งผมคงโดนคำถามนี้แน่นอน และหลายครั้งที่ผู้ร่วมงาน (ชาย)ที่มีอายุเยอะแต่ยังไม่แต่งงานมักโดนซุบซิบว่าเป็นเกย์เสมอ จากนั้นผมจึงเริ่มคิดว่าทำไมผมต้องเก็บกดความรู้สึกนี้ไว้กับตัวเองเพียงลำพัง
|
|
ผมจึงเริ่มศึกษาชีวิตของเกย์ (ขณะนั้นผมอายุประมาณ 26 ปี) ผมอายเมื่อจ่ายเงินที่เคาเตอร์และแทบจะอันตรธานหายไปจากที่นั่นโดยเร็ว
ผมเริ่มรู้วิธีร่วมรักของเกย์ซึ่งผมไม่สะอิดสะเอียนแม้แต่น้อยแต่กลับทำให้ผมรู้สึกว่าอยากลองด้วยซ้ำไป ผมรู้สึกว่าผมเริ่มมีเพื่อนในมุมมืด...เอ...ผมคงไม่โดดเดี่ยวอีกแล้วและผมเริ่มมีความสุขกับสิ่งนั้นแฮะ จากนั้นผมเริ่มซื้อและสะสม CD เกย์ อย่างไรก็ตามผมก็ยังมีแฟนเป็นผู้หญิงซึ่งเป็นคนที่ชอบผมตอนเรียนปริญญาโทนั่นเอง อาจเป็นเพราะผมต้องการมีเธอเพื่อสร้างภาพดีๆให้กับตัวเองก็ได้ และผมถูกกำหนดโปรแกรมจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายคร่าวๆว่าผมคงต้องกลับมาเข้าพิธีแต่งงานที่เมืองไทยประมาณปี
2003 เพราะเราเหมาะสมกันมาก แต่คนที่จะทุกข์ใจที่สุดคงไม่แคล้วผม ผมภาวนาเสมอว่าในช่วงที่ผมไปเรียนต่อผมอยากให้เธอพบกับคนใหม่ที่ไม่เป็นอย่างผม คนใหม่ที่สามารถให้ความสุขเธอได้อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้ผมรู้แล้วว่ากาลเวลามิอาจเปลี่ยนแปลงความเป็นเกย์ของผมได้ แต่ไม่วายอยู่บนพื้นฐานที่ไม่ให้กระทบต่อสังคมหรือบุคคลอันเป็นที่รัก
ตอนนั้นยอมรับว่าตื่นเต้นมาก ที่สุดผมก็มีอะไรกับเกย์คนนั้น ผมใจหายมากที่รู้ว่าผมต้องจากเขาไป แต่คาดไม่ถึงครับเขากลับบอกผมว่าเขาไม่สามารถรอผมได้เพราะนานเกินไปที่จะรอ และผมก็ไม่ควรทุ่มเทความรักให้กับเขามากขนาดนี้ นับแต่นั้นมาผมเริ่มเซ็ง ซึมและเบื่อชีวิตกระทั่งผมเดินทาง นี่ก็ประมาณ 5 เดือนแล้วที่ผมอยู่ที่นี่ (อเมริกา) แต่ก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงภาพสวยในวันวาน ผมอยากถามเกย์ที่อ่านเรื่องของผมว่า "คุณเป็นเกย์ species เดียวกับอดีตแฟน(เกย์)ผมหรือไม่?" "เกย์มักไม่มีความจริงใจให้ใครหรือไม่มีความจริงใจในหมู่เกย์"
ยังต้องมาเจอกับเหตุการณ์อย่างนี้อีกหรือ ทำไมผมต้องแคร์สังคมหรือบุคคลรอบข้างด้วย นี่ถ้าผมเป็นอย่างเขาตั้งแต่เด็กๆผมคงไม่ทุกข์ขนาดนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมรู้สึกว่าผมปกปิดสังคมในเรื่องความเป็นเกย์มาโดยตลอด เพราะผมรู้ว่าหากผมเปิดเผยวิถีชีวิตของผมคงพลิกผันอย่างมาก เพราะสังคมเรายังไม่ยอมรับเรื่องพวกนี้อย่างกว้างขวางและไม่ทราบว่าเมื่อไรจะยอมรับเรื่องพวกนี้ได้ ผมเชื่อว่ามีเกย์อีกหลายคนที่อยู่ในสภาพเดียวกับผม บางครั้งผมคิดนะว่า
บางครั้งยังต้องรับรักหรือแสร้งมอบความรักให้กับผู้หญิงทั้งๆที่ไม่ใช่เป้าหมายของเกย์ ผมว่าพระเจ้าที่กำหนดเพศนี้ขึ้นมาคงมีเหตุผของการกลั่นแกล้งมากกว่า.... ฤาชาติที่แล้วผู้ที่เป็นเกย์คงเป็นผู้ที่ทำร้ายความรู้สึกของบุคคลอื่นมาอย่างมากมาย ทุกวันนี้ผมก็คงไม่สามารถยอมรับว่าผมเป็นเกย์สักเท่าไร ผมเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาคงด้วยความอึดอัดอะไรบางอย่างซึ่งลึกๆผมก็ยังบอกตัวเองไม่ได้ ผมใฝ่ฝันนะว่าในอนาคตข้างหน้าผมอยากมีใครสักคนที่เป็นอย่างผม รักกันและดูแลซึ่งกันและกันเพื่อให้รู้ว่าเกย์ก็มีความรักที่บริสุทธิ์ใจเหมือนกับชีวิตคู่ของชายหญิงทั่วไป ผมรู้ว่ามันยากสำหรับผมก็ด้วยเหตุผลต่างๆที่กล่าวไว้ข้างต้น (ไหนๆก็ตามใจผู้อื่นมาตั้ง 28 ปีแล้ว) ผมอาจเปลี่ยนความคิดมาตามใจตัวเองบ้าง ซึ่งรู้ว่าคงเป็นการทำร้ายความรู้สึกของคนที่รักเราอย่างมาก สรุปว่าถ้าผมชนะตัวเองก็หมายถึงผมพ่ายแพ้ต่อสังคม ปล.ผมอยากให้เกย์ทุกคนมีศักดิ์ศรี รักจริงและจริงใจ "น้ำแตกแล้วแยกกัน" หยุดทำร้ายกันเองเถอะครับ |