|
หลังจากนั้นได้ไม่นานตอนที่คุณแม่กับคุณพ่อมาอยู่ด้วยคุณแม่ก็ชวนผมไปหาพี่ที่แฟลต
พอไปถึงคุณแม่ก็ถามพี่ผมว่าได้ไปเรียนหรือเปล่า หลีงจากนั้นอยู๋ๆคุณแม่ก็เล่าให้ฟังว่า
"แม่ฝันเห็น ตากับยาย มาหามาชวนแม่ไปอยู่บ้านหลังใหญ่ แกบอกว่ามีห้องเหลือเฟือเอาไว้ให้ลูกหลานทุกคน
แต่แม่บอกว่ายังไม่ไปรอให้เสร็จธุระอีกหน่อยก่อน แต่แม่ฝันนานแล้วละช่างมันเถอะ"
ต่อมาคุณแม่ก็พูดถึงผมและร้องให้ว่า "ทำไมเราถึงไม่ไปเรียน รู้ไหมว่าแม่หวังในตัวเรามากแค่ไหน
เราพูดให้ความหวังแม่ขนาดไหน แม่เสียใจนะลูก"ตั้งแต่ผมโตมา ยังไม่เคยเลยที่คุณแม่ร้องให้เพราะผมผมรู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก
เพราะแม่เป็นคนที่ผมรักมากที่สุดในชีวิต แต่ก็ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้
หลังจากวันนั้น
ได้หนึ่งวันผมก็ได้นอนกอดมือของคุณแม่ผมจะมีความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูกเวลาที่มีมือข้างนั้นอยู่แนบอก
ไม่ว่าจะทุกข์ใจมีเรื่องเลวร้ายแค่ไหน มันก็หายไปอย่างปลิดทื้ง ทั้งที่ผมไม่ได้มีโอกาสมานานแล้ว
แล้วเย็นวันนั้นคุณแม่บอกว่าแม่จะกลับมาทำงานแล้ว ผมก็ขอเรียนดนตรีที่อยากเรียนมาตั้งแต่เด็ก
แต่คุณพ่อมักพูดเสมอว่ามันไม่มีประโยชน์อะไร จะเรียนไปทำไม แต่วันนั้นคุณแม่บอกว่าได้สิแต่ต้องรอแม่กลับมาทำงานก่อนนะ
แล้วคุณแม่ก็บอกว่าเดี๋ยววันพรุ่งนี้ไปหาพี่สาวผมกัน ตอนนั้นผมกับแม่นั่งอยู่ตรงประตูบ้านผมนั่งพิงแม่อยู่รู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
พอตอนเช้ามาพ่อก็มาเคาะที่ประตูห้องเรียกผมบอกว่าให้มาดูแม่ ตอนผมเข้าไปตอนนั้นเห็นคุณแม่นอนเหมือนหายใจไม่ออก
คำพูดคำสุดท้ายที่ผมได้ยินก็คือ "ร้อน" ตอนนั้นผมทำอะไรไม่ถูกแล้ว
แต่ก็พูดปลอบใจพ่อไปว่าไม่เป็นไรหรอกคุณพ่อโน๊ตเคยเห็นคุณแม่เป็นแบบนี้แล้ว
ตอนนั้นผมทำอะไรไม่ถูกไม่รู้ว่าไอ้สิ่งที่เรียนมามันหายไปไหนหมด ผมรีบโทรไปตามโรงพยาบาลขอบรัฐ
แต่ก็ถูกปฏิเสธบอกว่า คนขับรถไม่อยู่บ้าง ไม่รู้จักบ้าง ผมจึงรีบขับรถไปที่บ้านเน
เพราะตอนนั้นผมยังขับรถไม่แข็งกะว่าจะให้เนขับมาคุณแม่ไปโรงพยาบาล พอไปถึงพ่อกับแม่เนบอกว่าเนไปเรียนแล้ว
ผมจึงเล่าให้พ่อกับแม่เนฟัง พ่อเนจึงรีบโทรเรียนรถพยาบาลให้ได้เป็นของเอกชน
ผมก็รีบขับรถกลับบ้านทันที ยังไม่ถึงห้านาทีรถพยาบาลก็มาถึงตอนผมมาถึงนั้นคุณแม่ชัก
แล้วก็กัดลิ้นตัวเองจนเลือดพุ่งออกมา ผมไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกครงนั้นได้อย่างไร
ตอนผมอยู่บนรถ ร.พ. ผมแทบเหมือนไร้สติ ไม่รู้จะพูดอย่างไรทำอย่างไรดี แล้วก็ได้ยินเสียงพยาบาลบอกว่า
"ให้น้ำเกลือไม่ได้เพราะเส้นขดหมดแล้ว" มันทำให้ผมยิ่งใจไม่ดี
ในใจได้แต่นึกว่าเมื่อคินเรายั่งนั่งดูหนังหัวเราะกันอยู่เลย พอถึงที่
ร.พ.ผมก็ยังเซ็นอะไรไม่ได้เพราะตอนนั้นเพิ่ง 15 ปี ต้องรอจนกว่าคุณพ่อจะมาถึงจะย้ายคุณแม่ไป
ICU ได้ ตอนแรกหมอบอกว่าเส้นเลือดในสมองแตกต้องผ่าตัดเอาเลือดคลั่งออก
แต่ว่า ห้าสิบห้าสิบ แล้วต้องใช้เงินประมาณหนึ่งแสน จะผ่าไหม เราก็ตกลงใจทันทีว่าผ่า
พอเพื่อนคุณแม่พี่ Office รู้จึงบอกว่าคุณแม่มีประกันสังคมอยู่ให้ย้ายคุณแม่ไปที่นั่น
หมอบอกว่าระหว่างที่ย้ายให้รีบที่สุดเพราะคนใข้อาจเสียชีวิตระหว่างทางได้ระหว่างที่คุณแม่กำลังจะย้ายไป
ญาติของคุณแม่ก็พูดว่าที่คุณแม่เป็นอย่างนี้ก็เพราะเรา ทำไมถึงไม่เรียน
ผมไม่รู้จะตอบว่ายังไงสมองผมมันตื้อไปหมด
ในระหว่างที่อยู่บนรถผมจำได้ว่าตอนนั้นมีขบวนเสด็จอยู่เป็นขบวนเสด็จของพระเทพ
ในใจผมคิดว่าทำไมจะต้องมาเจอตอนนี้ พะวงอยู่กับคุณแม่ตลอดๆ แต่พอคนขับรถพยาบาลวอบอกว่ามีคนใข้เคสหนัก
ตอนแรกตำรวจก็ไม่ยอมแล้ว อีกไม่กี่วินาทีก็มีวอมาบอกว่าท่านบอกว่าให้ไปได้เลยไม่ต้องรอ
แล้วตำรวจคนนั้นก็บอกว่าให้ขับเรียบริมทางไปนะ ซึ่งตอนนั้น ผมรู้สึกปลาบปลื้มในตัวพระเทพมาก
แล้วก็ยังนึกในใจว่าคุณแม่ไม่เป็นอะไรแล้ว แต่พอไปถึงผมกับพี่ก็ต้องซ็อกเพราะหมอบอกว่า
ไม่มีทางช่วยได้แล้ว คนไข้มีโรคหัวใจ กับเบาหวานแทรกมานานแล้ว จนอวัยวะภายในจะใช้ไม่ได้แล้วตลอดเวลาคุณแม่ไม่เคยบอกเราเลย
เรานั่งเฝ้าท่านอยู่ในห้องตลอดจนพยาบาลมาไล่เราออกไป(ที่นั่นเป็น ร.พ.ของรัฐ)
เพื่อนของคุณแม่ก็บอกว่า ให้กลับบ้านไปก่อน พอเรากลับไปถึงบ้านก็มีโทรศัพท์มาบอกว่าท่านเสียแล้ว
ตอนนั้นถึงผมกับพี่จะเตรียมใจแลาไว้แล้ว ก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดี แล้วก็เป็นเวลาพอดีกันกับที่คุณพ่อกลับมาจากไปเอกเงินเพื่อมาให้คุณแม่ผ่าตัด
เรานั่งเงียบกันมาตลอดทางไม่กล้าที่จะบอกอะไร จนตอนที่รถติด คุณพ่อบอกว่าให้แซงไปเลย
เราถึงได้หลุดปากออกไปว่า ไม่ต้องแล้วล่ะคุณพ่อ คุณแม่ไม่เป็นอะไรอีกแล้ว
หลังจากที่คุณแม่เสียไปชีวิตผมมันก็เปลี่ยนแปลงไปหมด
ผมยังจำได้ตอนที่อยู่ในงานศพ เราสามคนพ่อลูกยังกอดคอร้องให้กันอยู่เลย
เวลาผ่านไปผมได้เจออะไรหลายๆอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกรักท่านมากยิ่งขึ้นไปอีก
และก็ยิ่งเสียใจเพิ่มขึ้นอีกเช่นกัน เราได้ไปเจอเสื้อผ้าตอนเด็กๆ ที่คุณแม่เก็บไว้แล้วแยกไว้ว่ากองนี้อายุเท่าไร
พอผมกับพี่เห็นก็ปล่อยโฮกันออกมาเลย ทุกวันนี้ผมก็ต้องทำงาน แต่ก่อนผมอาจจะรู้สึกว่าผมมีปมด้อย
แต่เดี๋ยวนี้ความรู้สึกนั้นมันค่อยค่อยๆเลือนหายไปแล้ว เพราะผมมีแม่ที่รักผมมากที่สุดแล้วผมยังจะต้องการอะไรอีก
ถึงแม้ท่านจะจากไปแต่ผมก็ยังรู้สึกว่าท่านยังคงอยู่กับผมเสมอไม่ว่าจะทุกข์หรือว่าสุข
สิ่งที่ผมทำไม่ดีกับท่านผมก็ยังเสียใจอยู่จนทุกวันนี้ และมันคงไม่มีอะไรที่จะมาทดแทนได้
แต่ผมกับพี่สาวก็คิดกันว่า ดีแล้วล่ะท่านจะได้พักผ่อนซะทีท่านต้องเหนื่อยมามากแล้ว...
จะมีก็เพียงถ้อยคำๆหนึ่งที่ยังไม่สามารถลบออกจากจิตใจผมได้ก็คือ เพราะมึงน่ะแหละถึงทำให้แม่ตาย
มึงน่ะเป็นคนฆ่าแม่ ปัจจุบันนี้ผมอายุ 18 แล้ว และเรื่องราวที่เกิดขึ้นมันก็เป็นเพราะตัวของผมเอง
ผมหวังว่าใครก็ตามที่ได้อ่านเรื่องนี้ คงจะเข้าใจความรู้สึกของผม และความรักของพ่อแม่ที่มีให้กับทุกๆคน
อย่าให้มันสายเกินไป ถ้าคุณเห็นสมควรที่จะนำเรื่องนี้ไปเผยแพร่ต่อไปผมขอปกปิดชื่อและ
mail ของผมด้วยความในใจของผมนี้ยังไม่เคยมีใครที่ได้รู้เรื่องมาก่อน หวังว่าทางคุณคงเข้าใจ
ขอบคุณครับ
|