|
บทที่ 3 ใกล้
หลายวันได้ล่วงเลยไป ด้วยการใช้เวลาไปทั้งหมดกับการทำงาน
หลังจากขับแท็กซี่เสร็จก็ประมาณ 5 โมงเย็นได้แล้ว ผมก็กำลังจะขับไปที่ร้าน
แต่บังเอิญจริงๆ (คิดว่าคงจะไม่ใช่โชค) จิ๊บโบกรถเฉยเลย ผมก็ต้องจอดน่ะสิ
เขาบอกว่าให้ไปไหนก็ได้ไกลๆ ผมก็อึ้งเลย
ดีใจมากๆ เลย
แต่ผมก็อยากจะบอกเขาเหมือนกันว่าคือผมต้องไปทำงานต่อ
แต่แหม เขาอุตส่าห์โบกทั้งที ขอสักครั้งเถอะผู้จัดการคงไม่ว่า
ผมก็เลยบอกเขาว่า ไปทะเลใกล้ๆ ไหม เพราะดูหน้าเขาเครียดๆยังไงไม่รู้
พอไปถึงก็ประมาณ 6 โมงเย็น ได้ดูพระอาทิตย์ตกพอดี บรรยากาศดีมาก
ผมไม่เคยได้มายืนดูอาทิตย์ลาจากท้องฟ้ากับคนที่เรารักสักครั้ง
ผมมองหน้าเขา เขาก็ได้แต่ยิ้มแต่ไม่มองผมเลย
เรานั่งบนหาดทรายขาวละเอียด แถวๆ พัทยา
ผมถามเขาว่า มีเรื่องอะไรเหรอ ถ้าไม่เป็นการรบกวน เล่าให้ผมฟังได้ไหม
เขาก้มหน้าลง แล้วมองหน้าผมแววตาเขาเหมือนสงสัยอะไรบางอย่าง
เขาถามผมว่าชื่ออะไร ผม เหรอ อืม.. ชื่อพอล
ให้ตาย ผมทำอะไรลงไป
ผมกำลังโกหกเขาอยู่ ก็ผมไม่อยากให้เขารู้นี่
เขาก็แซว ทำอย่างกับจำชื่อตัวเองไม่ได้
ผมก็ยิ้มแล้วก็แกล้งถามเขาว่าชื่ออะไรทั้งๆที่รู้อยู่แล้ว
เขาก็บอกผม
ผมก็ไม่รู้จะคุยอะไรดี ดวงดาวเริ่มเปล่งแสงระยิบระยับบนท้องฟ้า
ผมได้แต่ขอดวงดาว ให้คืนนี้เป็นคืนที่ยาวนานที่สุด
และขอให้รักแท้ที่ตามหามานานแสนนาน
ได้พบเจอกับชายในดวงใจคนนี้ด้วยเถิด
เรานิ่งเงียบกันอยู่สักพัก ผมก็ทนไม่ไหวเลยต้องพูดออกไป
เอ่อคุณ
เขาพูดพร้อมผม ผมเลยบอกให้เขาพูดก่อน เขาก็บอกว่าไม่รู้ว่าจะพูดอะไร
แค่ไม่อยากให้มันเงียบ ผมก็บอกเขาเช่นเดียวกัน แต่ผมก็ถามเขา
คุณอยากเล่นน้ำไหม
เขาตอบอยากแปลกใจ น้ำทะเลเหรอ ผมก็รีบดึงมือเขาขึ้นมา
วิ่งลงไปในทะเล ผมบอกให้เขาถอดเสื้อนอกกับรองเท้าและถุงเท้าออก
เพราะมันคงจะราคาแพง ผมดึงเขาลงน้ำ ดูหน้าเขาตื่นๆ หน่อย ผมเลยสาดน้ำใส่เขา
เขาก็นิ่งไป แต่แล้วเขาก็สาดน้ำใส่ผมบ้าง คืนนั้นเราเปียกปอนไปด้วยน้ำทะเล
ผมก็ขอโทษที่ทำให้เขาเปียก เขาก็บอกว่าไม่เป็นไร เขาตั้งใจจะเล่นน้ำเอง
ผมก็คิดว่าจะหาที่อาบน้ำ เขาก็บอกว่าไปหาเสื้อเปลี่ยนด้วยดีกว่า
เราทั้งคู่เดินดูเสื้อชายหาดหลากหลายสีสัน เขาได้ชุดสีแดงปนเหลือง
ส่วนผมได้ฟ้ากับน้ำเงิน แล้วเราก็ซื้อกางเกงยีนขาสั้นสีครีมอ่อน
พออาบน้ำเสร็จผมก็ใส่เสื้อผ้าที่เพิ่งซื้อ ออกมาข้างนอก
หน้าแปลกใจเขาอาบน้ำเสร็จก่อนผม เขาดูดีมาก จริงๆ แล้วเขาก็ดูดีทุกชุด
ส่วนผมไม่รู้ว่าดูดีในสายตาเขาหรือเปล่า พอเอาเสื้อที่เปียกไปเก็บที่รถ
เขาก็บอกว่ายังไม่อยากกลับเลย ผมก็นึกดูว่าจะพาเขาไปไหนดี
ไปผับดีไหม ดิสโก้ดั๊ก ไม่ดี และผมก็นึกออก
คุณเคยไปดูทิฟฟานี่ไหม
เคยแต่นานมาแล้ว ตอนเด็ก
งั้นคุณอยากไปทบทวนความจำหนิอยไหมล่ะ
เขาก็ยิ้มและไปกับผม
ผมไม่เคยไปไหนมาไหนใกล้ชิดกับเขาแบบนี้เลย
เคยแค่ไปดูหนังตอนมัธยม แต่ก็มีเพื่อนไปด้วย คืนนี้เรียกได้ว่าเป็นคืนแสนสุข
พอการแสดงเริ่ม ผมก็ดูอย่างตั้งใจ เดี๋ยวนี้เขามีการแสดงแบบใหม่มากมาย
แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังหันไปมองเขาทุกๆ หนึ่งนาที
เขาก็ดูหน้ารื่นเริงทำให้ผมมีความสุขไปด้วย ผมชมคนนึงว่าเธอสวย
เขาก็บอกว่า บางทีผมอาจจะขอเบอร์โทรเธอ
ผมไม่นึกเลยว่าเขาจะเป็นคนมีอารมณ์ขันด้วย
ตอนมัธยมก็ไม่เห็นจะคุยอะไรตลกๆ เลย เอาเบอร์ผมแทนไหมล่ะ เอาแล้ว
ผมเริ่มลุกล้ำจิตใจเขาเข้าไปแล้ว ทั้งที่เขาคงจะนึกว่าพูดเล่นๆ
เขาก็บอกว่าแน่นอน ผมก็นึกว่าเขาพูดเล่น แต่เขาขอจริงๆ
ผมก็เลยเอามือถือผมโทรเข้าเครื่องเขา เขาก็บันทึกเบอร์ผมไว้ เขาบอกว่า
เผื่อผมต้องการจะไปไหนบ้างจะได้ว่าจ้างคุณ
ผมเลยบอกว่า ยินดีเสมอครับ
หลังจากการแสดงจบ ก็ดึกแล้ว เขาบอกว่าเขาจะพักโรงแรม
เขายังชวนผมให้พักด้วยกัน
ทันใดนั้นเอง ผมก็เข้าใจเลยว่า เขาคงไม่ได้ชอบผมเลย
เพราะถ้าชอบเขาคงจะไม่ชวนผมด้วยสายตาแบบนั้น
ยากนักที่จะอธิบายแต่มันทำให้ความหวังลอยหนีออกจากตัวผมไปไกล
อืม คือผมต้องกลับไปบ้าน พรุ่งนี้ต้องทำงาน
แล้วผมก็บอกเขา ไปล่ะนะ
เขาก็บอกผมว่าโชคดีนะ ซึ่งเป็นคำพูดที่เพื่อนใช้กับเพื่อนซะส่วนใหญ่
ผมก็เลยยิ้มแบบเพื่อนให้เขา ทั้งที่ลึกลงไปในแววตาได้บอกเขาไปว่า
ลาก่อน ฝันดีนะ ผมรักคุณ
|