Love on my taxi..........(ตอน5-6)

โดย คนขับแท็กซี่

บทที่ 5 การเปลี่ยนแปลง

ที่ผมไม่ได้เห็นเขาเลย ผมก็ยังทำงานต่อไป
คืนนั้นที่เขาโทรมาเขาบอกว่าเขาจะอธิบายกับพ่อแม่เขาเรื่องคู่มั่น

ทำให้ผมยิ่งรู้ความในใจเขายิ่งขึ้นไปอีก และคืนหนึ่งที่ชีวิตของผมได้ผกผันไป

พอผมเดินเข้าไปในร้านอาหาร ผู้จัดการได้เข้ามาหาผม
เธอแนะนำให้ผมรู้จักผู้ชายคนหนึ่ง ดูแต๋วๆ หน่อย
เธอบอกว่าผู้ชายคนนี้มาจากบริษัทแกรมมี่
เขากำลังต้องการนักร้องแนวใหม่ที่ร้องเฉพาะเพลงสากล

ผมบอกความรู้สึกตอนนั้นไม่ถูก
โชคชะตากำลังจะพาผมเป็นนักร้องที่ผมอยากเป็นมาตลอดชีวิต

เขาบอกให้ผมร้องโชว์ตอนนี้เลย ผมก็ยังตื่นเต้นนิดๆ ก็ขึ้นไปร้อง ผมเลือกเพลง

Angles ของ Robbie Williams มันเพราะดี
พอผมร้องจบเขาก็ยิ้มและลุกขึ้นปรบมือให้

วันรุ่งขึ้นเขาพาผมเข้าไปในบริษัทแกรมมี่ ให้ตายเถอะ ได้เจอพี่ตุ้ย ธีระภัทร์

ขวัญใจผม และยังเจอใครๆ อีกตั้งมากมาย เขาพาผมไปเทสท์เสียงอีกที
พี่ที่ทำงานในนั้นก็บอกว่าร้องเพราะมาก ผมก็ลอยสิครับ และในที่สุด
ผมก็จะได้เป็นนักร้องค่ายแกรมมี่
ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมากจนผมนึกว่าตัวเองฝันไปเสียอีก

หลายเดือนได้ผ่านไปกับการอัดเสียง ถ่าย MV และก็เรียนเต้น และเทคนิดการร้อง

เวลาผ่านไปนานผมก็ไม่ได้เจอจิ๊บเลย
ผมปลาบปลื้มในตนเองเสียจนเกือบลืมว่าตัวเองเคยขับแท็กซี่

เกือบจะลืมรากฐานตัวเองไปเสียแล้ว ผมลืมบอกไปว่าในอัลบั้มนี้
ผมได้ขอร้องให้ผมได้ร้องเพลงที่เคยซื้อซีดีให้เขาหนึ่งเพลงคือเพลง
Angel ของ Westlife เพราะผมอยากให้เรื่องทุกอย่างค่อยๆ กระจ่างขึ้น
ให้เขาสัมผัสถึงความสงสัยที่ยังไม่เคยถูกคลี่คลายในตอนมัธยม

หลังจากที่หลายเดือนได้ผ่านไป เทปก็เตรียมจะออกวางจำหน่าย
มีงานเปิดตัวของผมครั้งแรก ที่สยามดิสคัฟเวอรี่
ทุกคนต่างให้การต้อนรับผมเป็นอย่างดี เพราะ Single
ได้ถูกแจกจ่ายให้ตามสถานีวิทยุต่างๆ ก่อนหน้านี้มาแล้ว 4 วัน ผมร้องเพลง

Single แรกที่พี่ๆ ทีมงานช่วยกันแต่งให้ผม ผมแทบไม่อยากเชื่อ
คนดูมากมายกำลังจ้องดูผมอยู่
แล้วสิ่งไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ผมลืมไปสนิทเลยจริงๆ
ว่าผมเคยบอกจิ๊บว่าผมชื่อพอลทั้งที่จริงผมชื่อจิ๊บ

แล้วตอนนี้เขาก็ยืนดูผมด้านล่างเวที ดูโลกมืดมนไปหมด
อีกทั้งคนดูยังตะโกนเรียกชื่อผม
“พีท พีท” เขาทำหน้าแคลงใจมาก
ผมอยากจะบอกเขาเหลือเกินว่าขอโทษ
แต่ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกับว่าผมห่วงภาพพดตัวเองมากกว่า

ผมยังร้องต่อไปพอจบเพลง ผมกลับมองไม่เห็นเขาแล้ว
ผมกระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูก เสียใจอย่างหนักว่า
รักแท้ที่ผมตามหามานานแสนนานกำลังพรัดจากไปด้วยความฝันที่จะเป็นนักร้องของผม

หลังจากนั้นผมก็ไปเล่าให้ผู้จัดการเธอฟัง เธอก็ปลอบใจผม
แต่ผมก็ไม่มีวันหายเศร้าได้เลย ทุกคืนผมได้แต่กินเหล้ากับเพื่อนที่ผับ
หลังจากงานเปิดตัวคราวนั้น ผมก็ไม่ได้เจอเขาอีกเลย

จะโทรศัพท์ก็กลัวว่าเขาจะไม่รับ ทุกๆ วัน ผมได้แต่ฟังเพลง
และผมกำลังจะได้แสดงคอนเสิร์ตใหญ่ของผมในวันเกิดของผม
5 ตุลาคม ขณะที่เทป ซีดีผมขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
อีกทั้ง เพลงของผมยังได้ติดชาร์ตอันดับหนึ่งด้วย

การเตรียมตัวแสดงคอนเสิร์ตครั้งนี้ก็ไดเตรียมแต่เนิ่นๆ เพราะผมเพิ่งออก
อัลบั้มแรก ยังเป็นเด็กใหม่ แต่ทุกวันผ่านไป ผมยิ่งจิตใจหดหู่ลงเรื่อยๆ
เพลงที่ฟังแต่ละครั้ง ดูจะไม่เพราะเหมือนทุกๆ ครั้ง
ยกเว้นเพลงเศร้า ที่ให้ความรู้สึกเศร้ากินใจเหลือเกิน
ผมเสียใจมากที่ทำลงไปอย่างนั้น
และผมได้เตรียมตัวสำหรับคอนเสิร์ตครั้งนี้แล้วว่า

ผมจะบอกความจริงเกี่ยวกับตัวผมให้แฟนเพลงฟัง และจะบอกจิ๊บต่อหน้าแฟนๆ
ไม่ว่าเขาจะดูผมอยู่ทางทีวีหรือเปล่า ว่า ผมเป็นคนที่ให้ซีดีเขาตอนมัธยม
เป็นพีทคนที่เขาเคยรู้จักผมในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง
และจะมอบเพลง Angel ให้เขา ผมเตรียมไว้แล้ว
และตั้งใจจะทำแบบนั้นอย่างจริงจังหลังจากวันนั้นหลายวัน

บทที่ 6 บทสรุปความรัก

และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันเกิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต
ผมนั่งรถตู้มากับพี่ๆ ทีมงาน และลงจากรถ
แฟนๆ ต่างให้การต้อนรับอย่างดี ผมยังคงปลาบปลื้มใจไม่คลาย

ผมเข้าไปยังห้องแต่งตัวและเตรียมพร้อมอีกทั้งยังต้องนั่งสมาธิด้วยก่อนจะขึ้นเวที
ผมตื่นเต้นมาก ถอนหายใจหลายที และแล้วนาทีวิกฤติ ผมได้ร้องเพลง Single แรก

พอร้องไปได้สักพัก ความกลัวก็หายไปเอง แฟนๆ ช่างมากมายเสียเหลือเกิน
ผมปลาบปลื้มใจมาก และยังเสียใจมากด้วยที่หลังจากวันนี้ ชื่อเสียงผมจะต้องหมดไป
และอาจจะไม่มีแฟนๆ ชื่นชอบผมอีกเลยก็ได้
และแล้วเวลานั้นก็มาถึงหลังจากที่กำลังจะร้องเพลงสุดท้าย
ผมก็พูดขึ้น
“คือผมมีเรื่องหนึ่งอยากจะบอกทุกๆคน”
น่าแปลกใจที่แฟนๆ เงียบกันไปหมด

ผมเลยมือไม้สั่นและกัดปากตัวเอง “คือผม ผมอยากจะบอกว่า ผมเป็น “
ทุกคนเงียบไปหมด เงียบกริบเลยจริงๆ บ้างก็อ้าปากค้าง

“ผมอยากจะบอกกับทุกคนว่า
ผมทนไม่ไหวแล้วที่จะปิดบังตัวเองต่อไป
ผมทนทุกข์มานานมากแล้วกับการปิดบัง
และวันนี้ ผมจะบอกทุกอย่าง และจิ๊บ ไม่ว่านายจะฟังหรือดูอยู่รึเปล่า
แต่ผมเสียใจที่ปิดบังคุณ ในตอนนั้นผมไม่คิดว่าทุกอย่างจะมาลงเอยแบบนี้
และผมก็อยากจะบอกคุณว่า จำได้ไหมว่าครั้งหนึ่งเราเคยเป็นเพื่อนกัน ตอนมัธยม
และจำซีดีที่ไร้ชื่อผู้ให้ที่คุณได้ทุกวันวาเลนไทน์ได้ไหม
ผมเป็นคนให้คุณเอง และทุกอย่างผมไม่รู้ว่าใช่โชคชะตารึเปล่าที่ทำให้เราได้มาเจอกันอีก
แต่ผมรู้อย่างเดียวคือ ผมรักคุณ และผมจะขอมอบเพลงนี้ให้คุณ
Spend all your time waiting for that second chance
For the break that will make it OK
There's always some reason to feel not good enough
And it's hard at the end of the day
I need some distraction or a beautiful release
Memories seep from my veins
Let me be empty and weightless and maybe
I\'ll find some peace tonight

In the arms of the Angel far away from here
From this dark, cold hotel room, and the endlessness that you feel
You are pulled from the wreckage of your silent reverie
You're in the arms of the Angel, may you find some comfort here
ผมเริ่มสังเกตว่าแฟนๆ ของผมโบกมือไปตามจังหวะ นั่นทำให้ผมดีใจมากที่สุด
So tired of the straight line, and everywhere you turn
There's vultures and thieves at your back
The storm keeps on twisting, you keep on building the lies
That make up for all that you lack
It don't make no difference, escape one last time
It's easier to believe
In this sweet madness, oh this glorious sadness
That brings me to my knees

In the arms of the Angel far away from here
From this dark, cold hotel room, and the endlessness that you feel
You are pulled from the wreckage of your silent reverie
You\'re in the arms of the Angel, may you find some comfort here

เสียงปรบมือดังลั่น ผมปลื้มใจมากที่สุด ยิ่งกว่าครั้งใดๆเลย
ผมพูดได้เพียงคำเดียวคือ
“ขอบคุณทุกๆ คน”
และวิ่งเข้าหลังเวทีเก็บของขณะที่สายตาทีมงานทุกคนมองมาที่ผม

และชายคนหนึ่งก็บอกผมว่า “นายเยี่ยมมาก”
พร้อมกับเสียงปรบมือของทีมงานผมก็ขอบคุณพวกเขาอีกและก็กลับบ้านด้วยความเศร้าสร้อย
ผมเช่าหนังรักมา 10 เรื่อง กะว่าจะดูถึงพรุ่งนี้เช้าแล้วค่อยไปดอนเมือง

ผมจะไปอยู่ที่นิวซีแลนด์ สักพัก และผมยังซื้อเบียร์มาหลายกระป๋อง
นี่เป็นวันเกิดผมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตแต่เศร้าสร้อยที่สุดเช่นกัน

ผมได้แต่นอนดูหนังบนโซฟานุ่มๆ กินเบียร์จนปวดหัว และกินขนม
แล้วผมก็หลับไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์
พอตื่นขึ้นก็รู้ว่าสายเสียแล้ว
ซึ่งเที่ยวบินมัน ก็11โมง แต่ผมดันตื่นเอา
10โมงซะแล้ว ผมก็เร่งรีบใหญ่เลย
รีบเก็บเสื้อผ้า และเดินลงไปเรียกแท็กซี่
ผมเข้าไปนั่งด้วยใจมั่นคง
ว่าจะไปจริงๆ ขณะที่รถกำลังแล่นไปเรื่อยๆ
น้ำตาผมก็ต้องไหลพรากออกมาจนคนขับหันมามอง
เพราะรถได้แล่นผ่านโรงหนัง
พรางนึกถึงความทรงจำที่เราได้สร้างมันมาร่วมกัน

แต่แล้วผมก็สังเกตว่าคนขับไม่ได้ขับไปดอนเมือง แต่กำลังขับไปทางพัทยา
“นี่คุณ ผมบอกว่าไปดอนเมือง ไม่ใช่พัทยา”
คนขับจอดรถริมทางและหันมาหาผม เขาถอดหมวกออก

และในเสี้ยวนาทีนั้นเองผมได้รู้ว่าคนขับนั่น ก็คือจิ๊บนี่เอง ให้ตายสิ
โลกทั้งโลกเปลี่ยนเป็นสีสดใสไปหมด
ผมดีใจจนร้องให้แทบไม่หยุด
จิ๊บเขาเข้ามาจูบผม เป็นจูบที่แสนสุขกว่าจูบไหนๆ

และเขาได้แอบสวมแหวนเงินเกลี้ยงเข้านิ้วนางข้างซ้ายผม ผมยิ้มดูแหวน
และจูบเขาต่อ ผมดีใจจนสุดจะบรรยาย เขาบอกว่าเขาได้ดูผมแสดงคอนเสิร์ต
ผมก็บอกเขาว่าไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว แล้วก็จูบเขาต่อ
หลังจากนั้นผมก็ได้มีอะไรกับเขาในคอนโดของเขา ผมขอไม่พูดเหตุการณ์ในตอนนั้น

แต่เมื่อตื่นเช้าขึ้นมา ผมก็มองดูเขานอนหลับน้ำตาคลอเบ้า
เพราะกลัวว่าเขาจะเป็นเหมือนคนอื่นๆ
ที่ผ่านมาในชีวิตผม และเขาก็ตื่นขึ้นมาเห็นคราบน้ำตาผมพอดี

“ร้องไห้ทำไม ผมไม่ทิ้งคุณหรอกนะ”

“คุณรักผมจริงเหรอจิ๊บ”

“อย่าวิตกกังวลเลย ผมจะไม่มีวันทิ้งคุณ
เพราะผมรักคุณและผมก็เชิ่อในความรักที่คุณมีต่อผม
ผมรักคุณพีท”

ผมเลิกร้องไห้และเขาก็จูบผมทั้งที่ยังไม่ได้แปรงฟันนั่นแหละ
นี่แหละคือชีวิตของผม นาย รภิทร์ การตามหารักแท้ได้มาสิ้นสุดลงแล้ว
รักแท้มีอยู่ทุกหนแห่ง เพียงเราศรัทธา

*เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่ใช่เรื่องจริงแต่ประการใด
และขอให้ผู้อ่านได้ศรัทธาในรัก ก็จะเจอรักแท้

[1-2] [3-4] [5-6]

Go Back (กลับหน้าแรก)