"together always"เขียน |
|
ผมขอเขียนเรื่องนี้ เหมือนว่า เป็นจดหมายถึงคนที่ผมรักมากที่สุดคนหนึ่งก็แล้วกัน
มันอาจจะเป็นจดหมายที่ยาวมาก และมันก็อาจจะเป็นเหมือนนิยายรักน้ำเน่าที่น่าเบื่อเรื่องหนึ่ง
แต่ผมอยากให้คุณอดทนอ่านเรื่องนี้ให้จบ เพราะผมต้องการความช่วยเหลือจากคุณทุกคน
ที่จะช่วยผมทำ เรื่องราวความรักของผม ให้มันจบลงอย่าง Happy Ending ให้ได้
ผมขอเล่าเรื่องของผมให้คุณฟังนะ ถ้าหากคุณมีเรื่องราวชีวิต คล้ายๆ ผม ก็เขียนมาคุยกันบ้างนะ
|
|
ผมชื่อ อ้วน และคนพิเศษ..ที่ผมรัก ชื่ออ็อด เราสองคนได้พบกันเมื่อวันที่ 11 กรกฏาคม 2545 โดยจากรูปการณ์และสถานที่ มันไม่น่าจะเริ่มต้นในความสัมพันธ์ได้ มันน่าจะเป็นเพียงการผ่านมาพบ และน่าจะจบลงด้วยการเป็นแค่คนรู้จัก หรือคนทางผ่านที่ไม่มีค่าแก่การจดจำ แต่อย่างไรก็ดี ....อ็อดและผม.... เราสองคนได้กลายมาเป็นคนรัก และเป็นความรักในรูปแบบที่ผมตามหา และรอคอยมาตลอดชีวิตเสียด้วยสิ ในวันนั้นผมเพิ่งจะ 28 และอ็อดก็เพิ่งจะฉลองวันเกิด ครบ 20 ปี ได้ไม่กี่เดือน
...... ความรักมันเกิดขึ้น ในชั่วโมงที่ผมไม่คาดฝัน และมันก็เป็นรักที่ผมหวงแหนมากที่สุด
มันยังเป็นอยู่ และจะคงอยู่เสมอไป ถึงแม้อ็อดจะอยู่ที่ไหนก็ตามแต่ .....
สำหรับคุณๆ ที่ยังอดทนอ่านเรื่องราวของผม กับอ็อดมาเรื่อยๆ ผมต้องขอโทษด้วยนะ
ที่เข้าเรื่องช้าไปหน่อย เรื่องราวความรัก มันก็เป็นอย่างนี้แหละ เริ่มต้น
ด้วยการสาธยาย ถึงสิ่งที่ ไม่มีใครอยากจะรับรู้ แต่ผมว่า มันสำคัญนะ อย่างน้อยมันก็ทำให้ผม
ได้อุ่นอารมณ์ตัวเองไปพลางๆ เพราะถ้าเข้าเนื้อหาทันที ผมอาจจะต้องนั่งฟูมฟายมากกว่านี้
ก็เป็นได้ เรื่องมันเกิดขึ้นที่เชียงใหม่ หลังจากที่ผมได้ย้ายมาอยู่ที่นี่ได้สักพักใหญ่ๆ
.... ผมมารู้ตัวว่าเริ่มชอบผู้ชายด้วยกันก็ตอนมาอยู่ที่นี่ ก่อนหน้านี้ ก็เคยอยู่กินกับผู้หญิงคนหนึ่ง
มันก็สุขดีนะ อยู่กินกันฉันท์สามี ภรรยาเลยทีเดียว ทุกอย่างในชีวิตเป็นไปด้วยดี
จนผมเองก็ไม่รู้ตัวเลยว่า ผู้หญิงที่ผมปนเปรอสุขให้อยู่ในตอนนั้น ได้แอบไปมีชู้
เป็นผู้ชายข้างห้องนั่นเอง ผมอกหักหนักมาก และก็ยอมแพ้ต่อชีวิต และความรัก
โดยหนีออกจากเมืองนั้นมา ไม่เกี่ยวข้องกับความรักอยู่หลายปี ผมไม่รู้ว่า ผมเข้ามาสู่วงการเกย์ได้ยังไง จู่ๆ มันก็เข้ามาเอง มีคนชวนไปออกกำลังกาย และผมก็เริ่มสังเกตุว่ามีผู้ชายมองผม และผมก็มองผู้ชายเหล่านั้น และในความเปลี่ยวเหงาของวัน มันก็เผลอไผล ปล่อยตัวปล่อยใจ เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ ไม่ถึงกับชอบ แต่ก็ไม่ปฏิเสธวิถีชีวิตแบบใหม่ที่กำลังเรียนรู้ และลึกในใจผมก็บอกว่า ผมไม่ใช่คนกลุ่มนี้ ผมจะต้องออกจากเส้นทางนี้ ไปสู่โลกปกติ และแต่งงานมีลูกมีเมียในที่สุด แต่เมื่อผมได้เจอ อ็อด มุมมองของชีวิตของผมก็เปลี่ยนไป ผมอยากใช้ชีวิตกับอ็อด และผมก็ยอมรับตัวเองได้ในที่สุด อย่างไรก็ดี ขอผมเล่าถึงอ็อด และการพบกันของเราสองคนดีกว่า เรื่องมันเกิดขึ้น
ในวันหนึ่งเมื่อผมตามเพื่อนไปเที่ยวซาวน่า แห่งหนึ่งที่ เชียงใหม่ จริงๆแล้ว
การไปเที่ยวตามสถานที่ ซึ่งเกย์และกระเทยสิงสถิตกัน มักจะเป็นสถานที่ ซึ่งผมค่อนข้างรังเกียจมาก
เพราะมันเหมือนตลาดเนื้อสด ที่คุณไปก็เพื่อกิจอันเดียว คือไปสำเร็จความใคร่กับใครสักคน
แล้วก็กลับ.... มันไม่มีมิตรภาพ หรือ ความสุขที่เกิดขึ้นได้มากกว่านั้น ทุกคนที่ไป
ก็หวังเพียงได้สนุก...... ผมตกหลุมรักอ็อด และเฝ้าบอกตัวเองว่า คนๆนี้ คือคนที่ใช่ และเราจะปล่อยให้เขาหายไปจากเราไม่ได้นะ
วันรุ่งขึ้น ผมก็โทรตามอ็อดอีก ขอร้องให้มาเจอ และบอกอ็อดไปตรงๆ ว่ารักอ็อด
และผมรอคอยคุณมานานมากเลยนะ ซึ่งตอนนั้น อ็อดก็คงงงมาก ว่าเพิ่งเจอ แล้วจะรักได้ไงวะ
แต่ผมก็ยืนยัน และให้ที่อยู่เพื่ออ็อดจะมาหาได้ โดยปกติแล้ว ผมจะไม่ให้ใครมาหาที่ห้อง
หรือให้รู้สถานภาพของตัวเอง แต่กับอ็อดผม บอกตัวเองได้อย่างมั่นใจว่าคนนี้เราต้องยอม
และเราจะต้องบอกความจริงทุกอย่าง... ในเมื่อเราคิดจะคบเขานานๆ และเขาคือคนที่ใช่
เราต้องเริ่มต้นให้ถูกต้องที่สุด ณ ช่วงเวลานั้น มันเป็นช่วงเวลาที่แปลกประหลาดมาก จู่ๆผมก็พร้อมที่จะทิ้งทุกอย่างเพื่อเริ่มต้นกับอ็อด
และพร้อมจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้ได้อ็อด ผมทำงานไม่รู้เรื่อง อยากแต่จะโทรหาอ็อด
จู่ๆ มันก็กลับมาสู่อารมณ์ที่ว่า เราจะไม่อยู่โดดเดี่ยวเพื่อรอคอยใครแบบบ้าบอคอแตกอีกแล้ว
เพราะอ็อดนี่แหละคือคนที่ใช่ มันเป็นความรักที่ผมอธิบายไม่ได้ ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง
จริงๆแล้ว ผมก็พบและได้รู้จักใครต่อใครมามากมาย แต่เสียงเล็กๆ มันสั่งให้เอาอ็อดมาเป็นของผมให้ได้
อ็อดมาหาผม ที่ห้องในคืนถัดมา และดูแปลกใจ ที่เห็นห้องหับของผม ตกแต่ง และเป็นอยู่ดีเกินคาด
ตอนแรก ผมดีใจมากที่สุด ก็คือการที่อ็อดได้บอกให้ผมรับรู้ว่า พ่อแม่อ็อดคือใคร ทำอะไร อยู่ที่ไหน และเริ่มให้ผมรับรู้มากยิ่งขึ้นว่ามีปัญหาอะไรบ้างในครอบครัว ช่วงที่เราเริ่มคบกัน พ่อกับแม่มักจะมีปัญหากันเสมอ ทุกคืนพ่อจะโมโหร้าย และทิ้งแม่ไว้กับปัญหา และความทุกข์ใจในหลายเรื่องของชีวิต ผมจะเห็นภาพของอ็อดพร้อมกลับไปหาแม่เสมอ ทุกครั้งที่น้อง หรือแม่โทรมาบอกว่า ...แม่ทะเลาะกับพ่อ และกำลังนั่งร้องไห้อยู่ที่บ้าน ไม่ว่าอ็อดจะทำอะไร หรืออยู่ที่ไหนก็ตามแต่ อ็อดจะต้องรีบวิ่งกลับไปที่บ้าน และเป็นเดือดเป็นร้อนแทนแม่เสมอ แรกๆ ผมมักจะบอกให้อ็อดอยู่เฉยๆ ไม่ต้องวิ่งไปเป็นฮีโร่ช่วยเหลือแม่ทุกครั้ง บอกว่าปัญหาของผู้ใหญ่ก็ให้ผู้ใหญ่เขาแก้ไขเองสิ ผมพูดไปอย่างนั้น เหมือนเห็นแก่ตัว แต่เหตุผลของผมตอนนั้นก็คือว่า ผมไม่อยากให้อ็อดไปทะเลาะกับพ่อแทนแม่ เพราะอ็อดกับพ่อจะเป็นอะไรที่ไม่กินเส้นกันเสมอ สามารถตีกันได้ง่ายๆ จนหลายๆครั้ง ก็ดูเหมือนว่าอ็อดจะไม่มีความเคารพให้พ่อเอาเสียเลย แต่ชีวิตครอบครัวของอ็อดก็ดีขึ้นเรื่อยๆ พ่อเริ่มใส่ใจลูกและครอบครัว และทุกวันอาทิตย์อ็อดจะให้ความสำคัญกับการไปทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันที่บ้านเสมอ
ผมดีใจมากที่เห็นภาพนั้น และผมก็รักในตัวอ็อดมากขึ้น ที่มีแฟนเป็นคนที่รักแม่
รักน้อง และเริ่มญาติดีกับพ่อได้ อ็อดจะพูดอยู่เสมอว่าจะเป็นคนที่จะต้องส่งน้องเรียน
และถ้าได้รับเงินเดือน เดือนแรก อ็อดจะซื้อสร้อยคอให้แม่ก่อนสิ่งอื่นใด ภาพน่ารักๆของอ็อดกับครอบครัวจะมีให้เห็นอยู่เรื่อยๆ
|
|
มีความประทับใจเกี่ยวกับอ็อด อีกเหตุการณ์หนึ่งที่มักจะทำให้ผมยิ้มได้เสมอ
ก็คือการที่อ็อดได้กุมมือผมอยู่หน้าสนามฟุตบอลโรงเรียนแห่งหนึ่ง (ปกติอ็อดจะไม่ยอมทำอะไรเปิดเผยในที่สาธารณะ)
ในวันหนึ่ง ขณะที่เราไปนั่งรอรับแม่ของผม เพราะแม่ได้ไปร่วมประชุมที่โรงเรียนแห่งนั้น
เรารู้ว่าต้องรอแม่นานกว่าจะออกมาจากห้องประชุม จึงพากันไปซื้ออาหารจากตลาด
แล้วไปนั่งปิคนิคด้วยกัน ระหว่างดินเนอร์เอาท์ดอร์ตรงนั้น เราได้มีเวลาคุยกันถึงเรื่องโน้นเรื่องนี้
ผมได้เล่าเรื่องราวแห่งชีวิตในวัยเด็กของผมให้อ็อดฟัง ได้พูดถึงพ่อและแม่
รวมถึงบาดแผลแห่งวัยเด็ก กับการที่ต้องเติบโตมาคนเดียว เพราะพ่อแม่ไม่ค่อยมีเวลาให้
จู่ๆอ็อดก็เขยิบมาใกล้ๆ แล้วกุมมือผมไว้แน่นมาก บอกว่าอ็อดจะไม่ทิ้งผมให้โดดเดี่ยวอีก
มันซึ้งมาก มันคือความอบอุ่น และคำพูดที่เติมใจของผมให้ชื้นขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน....
และผมก็สม่ำเสมอในความรู้สึกที่มี ต่ออ็อด จะโทรหา จะห่วงใย และตอนนั้น
ผมก็บรรจุอ็อดไว้ในความฝันและแผนการณ์ชีวิตของตัวเองมากขึ้นทุกวัน ไม่ว่าผมจะไปที่ไหน
ผมก็จะรีบกลับมาบ้าน กลับมาเชียงใหม่ เพื่อจะได้อยู่ใกล้อ็อดตลอดเวลา แต่เซ็กซ์ของเราเริ่มมาจืดอยู่ช่วงหนึ่ง ในระหว่างที่ผมเริ่มรับจ็อบมากขึ้น
และอ็อดก็เหนื่อย กับแต่ละวันที่ต้องวิ่งรอก ช่วยทำธุรกิจของครอบครัว และรับส่งผม
และอีกอย่าง มันมีเหตุให้ผมต้องเดินทางต่างจังหวัดเพราะงานมากขึ้นกว่าเดิม
นั่นเลยทำให้อ็อดมีช่องทางและมีเวลาไปนอกใจผมมากขึ้น เป็นเงาตามตัว เราเริ่มมีปากเสียง
และความคิดเห็นไม่ตรงกันในหลายๆเรื่อง เริ่มมีทะเลาะเบาะแว้ง และผมก็เริ่มใช้กำลังกับอ็อด
.... อ็อดเริ่มเที่ยวกลางคืนกับเพื่อน ประชดชีวิต ไปต่างๆ นาๆ แต่ผมก็อดทนมากในช่วงเวลาดังกล่าว
... ผมเสียใจมากที่ เราเริ่มบาดหมางใจกันบ่อยครั้ง และก็สงสัยว่า ถ้าเราเป็นคู่รักกัน
ทำไมเราต้องมามีเรื่องมีราวแบบนี้ ปัญหาอีกอย่างในความสัมพันธ์ก็คือการที่ผมเริ่มขาดความเชื่อถือ
และขาดความไว้วางใจในตัวอ็อด เคยจับได้ไล่ทันก็มี และที่ไม่รู้ว่าไปเรี่ยราดที่ไหน
ก็มากครั้ง มีหลายครั้งเวลาที่ผมออกไปข้างนอกกับอ็อด อาจไปเดินซื้อของ ไปดูหนัง ไปเที่ยวสวนสาธารณะ ขึ้นไปอยู่บนภูเขา หรือสนามกีฬา ผมมักจะทำตัวเหมือนห่างเหินกับอ็อด เพราะสถานภาพทางสังคมของตัวเองด้วยแหละ เราต่างเป็นผู้ชาย จะอี๋อ๋อกันในที่สาธารณะ มันก็ดูน่าเกลียด ซึ่งการที่เราไม่สามารถแสดงความใกล้ชิดกันในที่ต่างๆเหล่านั้น มันก็ทำให้ความสัมพันธ์ของเราไม่เป็นธรรมชาติและเหมือนมีอะไรมาแยกให้ห่างกันบ้างในความรู้สึก จนบางทีผมก็เกลียดชีวิตแบบนี้นะ ทำไมคนไทยไม่เปิดใจมากขึ้น ที่จะเห็นผู้ชายกับผู้ชายแสดงความรักต่อกัน บางทีการที่เป็นแบบนั้นมันก็ทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิด ได้ง่ายๆกับชีวิต เวลากลับถึงห้อง ก็จะมีงอนกัน โมโหกันได้ง่าย หรือเวลาขับรถอยู่บนถนน มันก็มีทะเลาะกันกับสิ่งที่ไม่เป็นเรื่อง ต่างคนต่างอยากให้แต่ละฝ่ายเอาใจตัวเอง ผมก็อยากแต่จะคลอเคลียกับอ็อดแบบไม่ดูกาละเทศะ หลายครั้งอ็อดก็เอ็ดเอา ผมคิดว่าเรื่องโกรธกัน งอนกัน มันก็คงมีกันแทบทุกๆคู่ แต่ในคู่ของผมมันก็มีช่วงหนักเหมือนกัน ผมเคยชกอ็อดหนักๆ หลายครั้ง จนอ็อดบอกว่าจะไม่ทนแล้วนะ ผมสำนึกบาปเสมอเมื่อเวลาผ่านไป แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงดี เพราะในช่วงหลังๆ อ็อดหาอะไรมากวนโอ้ยได้เรื่อยๆ ไม่กลับบ้านตรงเวลา ทำเป็นปิดมือถือ แล้วก็หายไปเป็นช่วงๆ ผมเริ่มมีอารมณ์หึงหวง หนักมากขึ้น จนควบคุมตัวเองไม่อยู่ อ็อดกลับมาทีไร ก็ต้องเจ็บตัวฟรีเสมอ..... มันเหมือนว่าเรื่องของเราจะจบลงเช่นความสัมพันธ์ของคู่เกย์หลายต่อหลายคู่
แต่ทุกครั้งที่เราวิ่งหนีจากกัน เรากลับยิ่งรีบวิ่งกลับมาหากันเร็วกว่าเดิม
ผมเคยไช้ นิสัยหยาบๆ ขับไล่ไสส่ง อ็อดจนนับครั้งไม่ถ้วน และอ็อดก็เคย วิ่งหนีหายไปหลายครั้ง
หากแต่ความรักของเรา ก็คอยดึงให้เรากลับมาอยู่ด้วยกันเสมอ เรายังมีรักหวานๆ
มีอะไรสื่อรักถึงกัน อยู่เรื่อยๆ ดูแลกันเรื่องเสื้อผ้า หาอาหาร ทำงานบ้าน
มันล้วนเป็นภาพที่งดงาม และวันหนึ่ง ผมมองว่า สิ่งที่เกิดขึ้น มันคือช่วงเวลาที่จะท้าพิสูจน์ผมกับอ็อด แต่มันก็เต็มไปด้วยความกังวลนะ
ผมไม่รู้ว่าเวลา และประสบการณ์แปลกใหม่ มันจะทำอะไรกับอ็อดบ้าง
|
|
ผมเชื่อมั่นในรักของผม ที่มีต่ออ็อด เพียงแต่ว่าตอนนี้ ผมไม่มั่นใจ ว่าอ็อดจะรู้สึกมั่นคงแค่ไหนกับผม
ผมอยากรู้ว่าเขาจะยังมีกระจิตกระใจ นึกถึงผมบ้างหรือเปล่า ..... ตั้งแต่อ็อดจากไปในวันที่
1 พย. อ็อดไม่ได้โทรมาหาผมเลย ทราบว่าทางค่ายเขาจะไม่ยอมให้ทหารติดต่อทางบ้าน
ในช่วงเดือน 2 เดือน แรก .... สำหรับผม นั่นมัน ช่างเป็นเวลาที่ยาวนานเหลือเกิน
|
| [Home] |