|
หลังจากนั้นประมาณ 1 อาทิตย์ คอนเสิร์ตคัดเลือกนักร้องประจำโรงเรียนก็ใกล้จะมาถึง
ซึ่งปกติแล้วงานคอนเสิร์ตนี้จะเป็นอะไรที่ผมสนุกมาก แต่เดี๋ยวนี้มันไม่ใช่
มันกลายเป็นงานที่ผมเอียนที่สุด
ระหว่างกลับบ้าน ผมยืนรอหมงอยู่หน้าโรงเรียนตามปกติ ตาผมก็ไปสะดุดกับแผ่นป้ายขนาดใหญ่ของชมรมดนตรี
แผ่นป้ายนั้นเขียนเกี่ยวกับการแข่งขันคอนเสิร์ต ของมัธยม ผมยืนอ่านรายละเอียดด้วยความสนใจ
เพราะผมเก่งทางด้านร้องเพลง เคยเรียนตั้งแต่ 5 ขวบ และรวมถึงรางวัลชนะเลิศของชมรม
เป็นเงินตั้ง 2000บาท ผมมองดูรางวัล แต่ก็เมินหน้าออกมา ไม่มีใครคบกับผมแล้วนี่
ทำไมจะต้องแข่งด้วย ถ้าผมชนะอาจจะไม่มีใครดีใจกับผมเลยด้วยซ้ำ
แต่ในนาทีนั้น ผมก็นึกถึงคำพูดของแม่
แกมีเลือดนักสู้อย่างแม่นะ รู้จักนำจุดเด่นของตัวเอง มาทำให้คนอื่นเข้าใจแก
ผมหันกลับไปมองแผ่นป้าย แล้วยิ้มให้ตัวเอง
ได้เลย แม่ ผมพูดกับตัวเองเบาๆ
ว่าไงต้น จะเป็นนักร้องเหรอ หมงเข้ามาทักผม
อือ
ไม่รู้ซิ
.คงจะลงเอาไว้ เผื่อชนะ
หมงหัวเราะก๊าก ปากก็กล่าวหาว่าอย่างผมจะร้องเพลงเป็นเหรอ ผมไม่ตอบแต่เดินนำหน้าหมงไปชมรมดนตรี
ผมมองชื่อของห้องผม
อ้าวพี่ นี่มันวันสุดท้ายแล้วนะ ทำไมห้องผมไม่มีใครสมัครเลยล่ะ
ผมพูดอย่าง งงๆ เมื่อพลิกมองหน้ากระดาษของห้องตัวเอง ที่ว่างเปล่าทุกสไตล์การร้องเพลง
ทั้งที่ห้องอื่นลงกันเต็ม
น้องลงหมดเลยได้มะ เค้าบังคับนะว่าแต่ละห้องต้องร้องทั้งสตริง ลูกทุ่ง แล้วก็สากล
ถ้าไม่ร้องเลย ห้องน้องจะโดนตัดคะแนนห้อง ประธานชมรมพูดกับผม
บ้าป่าวพี่ ผมลงหมดผมก็ตายดิ ไม่ไหวหรอกครับ ผมลงแค่สตริงก็แล้วกัน
แล้วที่เหลือใครจะลงล่ะ ถ้าชื่อห้องน้องไม่ครบ ห้องน้องจะซวยนะครับ รวมทั้งห้องน้องอาจจะโดนแบนด์
ถ้าไม่ให้ความร่วมมือ พี่ประธานมองหน้าผมอย่างจริงจัง
ให้ลงก็ลงได้ครับ แต่ผมกลัวจะทำได้ออกมาไม่ดี ถ้ามันแพ้อ่ะครับ
น้องลองไปร้องก่อนปะ เดี๋ยวพี่ตัดสินเอง
ผมไม่มีเพลงร้อง
เอาของพี่ไป
พี่ประธานยื่นแผ่นเนื้อเพลงให้ผม
แหยะพี่ อาภาพรเนี่ยนะ
มึงเปิดดูข้างหลังซิ มันก็มีพวกฟลาย พวกเกิร์ลเหมือนกัน ถ้ามึงเปิดแค่นั้น
มึงก็เจอแค่พวกยอดรัก พวกดาวมยุรี น่ะแหละ พี่ประธานพูดพลางหัวเราะเยาะ
ผมมองหน้าหมง หมงพยักหน้า ผมเลยลองไปเดินซ้อมเสียงดูแล้วกลับมาร้องบนเวที
ผมร้องแบบเหนื่อยๆจนครบ 3 เพลง ผมเหนื่อยหอบแฮ่กๆ แต่ก็ต้องงงในสายตาของพี่ประธานกับหมงที่จ้องมาที่ผม
น้องลงไปทุกรายการเดี๋ยวนี้เลย พี่สั่งผม ตาก็มองมาที่หน้าของผม
ผม..เนี่ยนะ..ผมร้องดีเหรอ
น้องเคยหัดร้องที่ไหนมาก่อนเหรอเปล่า ร้องดีนะ ขนาดร้องติดๆกัน มีสิทธิชนะนะ
จริงเหรอพี่
.ผมลงก็ได้
แต่พี่ ผมไม่มีทีมเลยนะครับ แล้วใครจะมาเล่นกลอง
เล่น
. ผมตื่นเต้นมากมือก็ลงชื่อยิกๆ
แล้วมาซ้อมกับพี่ทุกคาบโฮมรูม แล้วก็หลังเลิกเรียน พี่อยู่ทีมเดียวกับห้องน้องแหละ
นี่ก็กะว่าจะไปตามคนมาร้องที่ห้องน้องเหมือนกัน พอดีน้องมาก่อน
เอาตามนี้นะ
ขอบใจมาก
ผมยิ้มกว้าง ถ้ายังคบกับปออยู่ก็คงมีเรื่องเมาท์กันหละ ผมเดินลงมาหาหมง
เอ้อไอ้..น้องน่ะ..ชื่อไรวะ
ต้นครับพี่
พี่ชื่อคิวนะ..ยังไงมีอะไรมาปรึกษาพี่ได้ที่ 6/7 อ้อ แล้วนี่เบอร์โทรพี่นะ
พี่ประธานพูดพลางยื่นเศษกระดาษให้ แล้วเจอกัน
เอ้อแล้วเบอร์น้องล่ะ
ผมรับมาแล้วจดเบอร์เบอร์ผมตอบแล้วส่งให้พี่คิวไป เป็นครั้งแรกที่ผมสังเกตเห็นหน้าพี่คิว
พี่คิวหน้าตาออกเข้มๆ ดูเถื่อนๆแบบนักร้องเพลงร๊อค เคยเห็นนักร้องนำวงแคลชมั้ยครับ
นั่นแหละหน้าเดียวกับพี่คิวเลย
ดูท่าทางพี่คิวเค้าจะสนใจต้นนะ หมงทักผม
บ้าน่า..หมง พี่เค้าออกจะโคตรผู้ชาย อมวัดมาพูดยังไม่เชื่อเลยว่าเป็นเกย์
ผมหัวเราะฮึๆ
หมงมาส่งผมที่บ้าน แล้วก็ขอตัวกลับไปทำรายงานที่บ้านตัวเอง
พี่คิวโทรมา
ผมคุยกับพี่ซักพัก พอเริ่มคุ้นก็เริ่มมันส์ขึ้น เราคุยกันประมาณ 1 ชั่วโมง
ผมก็ขอตัวไปอาบน้ำ ผมเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัว พอเปิดตู้เสื้อผ้า รูปผมกับปอก็หล่นลงมาที่พื้น
ผมนั่งลงกับพื้น เก็บรูปขึ้นมาดู ผมนั่งดูอยู่เกือบ 20 นาที แล้วผมก็เดินตรงไปที่โทรศัพท์
ผมกดเบอร์มือถือปอ
เสียงตืดดังขึ้น ยังไม่ถึงหนึ่งตืด ปอก็รับอย่างรวดเร็ว
ฮาโหล หวัดดีครับ
. ผมเงียบ
ฮาโหล หวัดดี...ต้น เบอร์มันโชว์น่า
เออ
ฮัลโหลมันไม่ค่อยได้ยินน่ะ
เป็นไงมั่งออกจากโรงพยาบาลรึยัง
ยังเลย ก็ไม่รู้คงอีกประมาณ 2-3 อาทิตย์น่ะ
เหรอ อีกประมาณ 2 อาทิตย์เค้าจะแข่งร้องเพลงนะ ยังไงก็
ปอคงออกไปไม่ได้น่ะต้น หมอบอกว่าร่างกายยังไม่พร้อม
อือ
..ไม่เป็นไร ยังไงก็..หายไวๆนะ..เอ่อ
บาย
แล้วต้นเป็นไงบ้าง ปอชิงถามก่อนที่ผมจะวาง
เรา
.ก็สบายดีอ่ะ เรื่อยๆ
แล้วปอล่ะ
ก็เรื่อยๆ เหมือนกัน แผลเริ่มไม่เจ็บแล้ว แต่หมอห้ามกระเทือนอยู่
อือฮึ
ก็ดีนะ ยังไงก็รักษาสุขภาพนะ
ครับ..เช่นกันนะ
ผมวางหูค่อยๆ
หลังจากวันนั้นมา มันก็มีเพียงสิ่งเดียวที่ผมรู้สึกสนุกและทำให้ผมยิ้มได้
ก็คือการร้องเพลงนี่แหละครับ ผมเป็นสุขทุกครั้งเวลาที่พี่คิวมาตามผมที่ห้อง
ให้ไปที่ห้องซ้อม ที่นั่นถึงแม้จะมีแต่รุ่นพี่ แต่ที่สำคัญผมรู้สึกได้ว่ามีที่นี่นี่แหละที่มีแต่คนเป็นมิตรกับผม
ผมซ้อมอยู่ที่ห้องซ้อมที่เดิมเป็นเวลา 1 อาทิตย์กว่าๆ ภายใต้การดูแลของหมงเพราะหมงระวังเหลือเกินว่าพี่คิวจะมาชอบผม
มีอยู่วันนึงคุณครูประจำชั้นของผมก็ถามถึงนักร้องประจำห้อง พอครูถามเสร็จทุกคนก็ต่างมองไปรอบๆห้อง
เกิดเสียงยังกะผึ้งแตกรังขึ้นสนั่นห้อง เป็นความจริงที่ว่าไม่มีใครรู้เลยว่าผมเป็นคนร้อง
ผมถอนหายใจ แล้วค่อยๆยกมือขึ้น พอผมยกจนสุดมือ เชื่อมั้ยครับ คนทั้งห้องหันมาที่ผมเป็นสายตาเดียวกัน
ผมไม่ยอมสบตาใครเลย แล้วเสียงหึ่งๆก็ดังขึ้นอีกรอบ แต่ก็เงียบทันทีที่ครูผมสั่ง
|