|
Episode 3
ช่วงปิดเทอมนี่เรายังติดต่อกันตลอดครับ บางวันกรก็ชวนผมไปที่หอพักของเขา
(หอก็อยู่ใกล้ ๆ รร.เนี่ยแหละ) แต่ไม่ได้ไปทำอะไรนะคุณ อย่าเข้าใจผิด ก็แค่ไปดูทีวี
กินขนม เล่นเกมส์ Play กันบ้าง ก็เท่านั้นแหละ ท่านผู้อ่านหลาย ๆ ท่านอาจสงกะสัยครับว่าที่ผมบอกว่า
ผมน่าจะปรับเปลี่ยนบุคลิกตัวเองได้แล้ว เนี่ย ผมทำเยี่ยงไรเหรอ ช่วงนี้ผมลดน้ำหนักครับ
ทานแค่ 2 มื้อ (จากเมื่อก่อน 4 มื้อ) งดขนมทุกชนิด (ยกเว้นตอนไปบ้านกรนั่นแหละ
ช่วงนั้นไม่กินได้ไงเดี๋ยวคนซื้อมาให้น้อยใจแย่) ออกกำลังกาย ทั้งถีบจักรยาน
วิ่ง เต้นแอโรบิค ซื้อชุดลดน้ำหนักมาเพียบ สารพัดที่สามารถทำได้ ได้ผลครับ
ปิดเทอมไป 3 เดือน ผมลดไป 15 กิโลฯ คุณ ๆ เชื่อไหมล่ะ ไม่เชื่อก็ตามใจ แต่ผมทำได้ผลมาแล้ว
ส่วนใบหน้านะเหรอ แก้ยากหน่อย ผมซื้อยาทาแก้สิวมาสารพัด ละเลงบนใบหน้า ซึ่งก็ได้ผล
หน้าผมเกลี้ยงขึ้นทันตาเห็น (อีกอย่างมีสิ่งที่ทำให้ชีวิตสดใสขึ้น ก็คือกรไง
อิ ๆ) ผมถอดแว่นตาหนาเตอะออก ซื้อคอนแทคเลนส์มาใส่ (ประมาณเปลี่ยนจากหนุ่มเอ๋อ
เป็นซุปเปอร์สตาร์เลยว่างั้นเหอะ) แต่กว่าจะใส่ได้นะคุณ เล่นเอาตาแทบช้ำเลย
แต่ทำไงได้ อยากหล่อนี่นา ส่วนทรงผมที่เคยยุ่ง ๆ ผมซื้อทั้งแชมพูที่โฆษณาคุยนักคุยหนาว่าดีเอามาใช้กับครีมนวดผม
และครีมหมักผมอีกต่างหาก โอ้โห เสริมสวยกันเข้าไป ยอมรับครับว่าหมดไปหลายอัฐ
แต่ผมก็ไม่ได้เสียเงินให้ไอ้พวกสถาบันเสริมความงาม หรือรูปร่าง ที่โฆษณาหลอกลวงประชาชีเลยจริง
ๆ ผมดูดีขึ้นผิดตาเลยครับ ผมดูรูปสมัยก่อนยังไม่อยากเชื่อเลยว่า นี่ตัวกูเหรอว่ะเนี่ย
จริง ๆ นะครับ ให้ตายเถอะ โรบิ้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งหนึ่งช่วงปิดเทอมนี่แหละครับ
นั่นคือ วันเกิดของผม ซึ่งผมเคยบอกกรแล้วว่าผมเกิดเมื่อไหร่ (ก็เขาถามผมนี่หน่า)
คืนสุดท้ายที่เราโทรคุยกันก่อนถึงวันเกิดของผมคือกรเขาชวนผมไปดูไททานิค (ไททานิค!
คุณคิดดูแล้วกัน ผู้ชายชวนผู้ชายไปดูไททานิคเนี่ยนะ) ผมก็ตอบตกลง (แล้วทำไมเอ็งใจง่ายจังหว่ะ
ปัดโธ่ บอกแล้วไงไม่คิดอะไรหรอก แล้วมันก็วันเกิดเราด้วย อยากออกไปเที่ยวข้างนอกกับเพื่อนบ้าง
เพราะที่ผ่านมาทุกปี ออกไปแต่กับพ่อแม่ หรือไม่ก็จุ๊กมุกอยู่กับบ้านเอง)
วันรุ่งขึ้นผมตื่นแต่เช้า กรนัดผมไว้ 11 โมงที่เซ็นทรัลเดิมที่กรเคยพาไปเลี้ยงวันเกิด
ผมรีบทำภารกิจคืองานบ้านที่ต้องทำอยู่ทุก ๆ วัน เสร็จแล้วผมจึงขอแม่ออกไปเที่ยวข้างนอกกับเพื่อน
ซึ่งแม่ฟังก็งง ๆ เพราะที่ผ่านมาทุก ๆ ปี เป็นเด็กดีอยู่กับบ้านนี่หน่า อ้อนแม่สักพัก
ผมก็ได้ออกมาสมใจอยาก ผมมักมาถึงก่อนเวลา เรียกว่าแทบช่วยยามเปิดห้างได้แล้วกัน
จน 11 โมงกว่า ๆ กรก็มาถึง รอนานไหม นั่นคือคำถามแรกที่เขายิงมาใส่ผม ผมส่ายหน้า
แล้วกรก็จูงมือผมไปดูไททานิค ฮือ ฮือ ฮื้อ ฮือ ฮือ ฮื้อ
. (เพลงบรรเลงไททานิคนะครับ
กรุณาครางเสียงให้เหมือน) โอ๊ะ ๆ ไม่เลยนะครับท่านผู้อ่าน ผมอยู่ในโรงหนังไม่ได้แต๊ะอั๋งอะไรกันตามที่คุณคิดหรอก
แหม เขาจะเป็นแจ๊ค ผมจะเป็นโรสอย่างงั้นเหรอ ตลกฉิบ พอดูหนังจบ ผมกับเขาก็ไปกิน
KFC กัน (ให้ตายเหอะ หิวตั้งนานแล้วง่ะ แต่ไม่กล้าปริปาก ข้าวเช้าก็ไม่ได้กินมา
กำลังไดเอ็ทง่ะ หนังก็ตั้ง 3 ชั่วโมงกว่า ๆ เฮ้อ
แล้วเอ็งจะบ่นทำไม เออ
นั่นดิ) ผมกินนิดเดียวครับ จำได้ว่า เบอร์เกอร์ผู้พัน 19 บาทมั้ง แต่กี่ชิ้นก็ไม่รู้นะ
หะ ๆ ก็ชิ้นมันเล็กนี่ พอกินเสร็จกรถามผมขึ้นมาว่า อยากได้อะไรหรือเปล่า
ถ้าหากผมจะตอบไปว่า ขอเพียงแค่มีนายเป็นเพื่อนก็พอ ฟังคำตอบแล้วมันน่าอ๊วกมาก
ๆ เลยใช่ไหมล่ะท่านผู้อ่าน ผมพิมพ์ไปยังสะอิดสะเอียนไปเลยนะเนี่ย ผมส่ายหน้าแล้วพูดว่า
แค่มีคนชวนมาเที่ยวก็ดีใจแล้ว เขายิ้มให้ผมแล้วเขาก็ฉุดผมไปยังแผนกหนึ่งในเซ็นทรัล
ฮั่นแน่
ทายกันใหญ่เลย แผนกอะไรเหรอ ไม่เสื้อผ้าก็ต้องน้ำหอมแน่ ๆ ถ้าพวกคุณทายกันแบบนี้ขอบอกเลยว่าทายผิดครับ
คุณคือจุดอ่อน เชิญค่ะ! เอ๊ย
ไม่ใช่ ๆ นอกเรื่องอีกแล้ว แผนกที่ว่านี้คือแผนกของเด็กเล่นครับ
(อย่าพึ่งทำหน้าแหวะซิครับ ถึงผมตัวโตแต่ผมยังชอบสะสมของเล่นนะ
อายจัง)
แหม พ่อกรรู้ใจผมจริง ๆ เลย จะไม่รู้ได้ไง เวลาออกมาเที่ยวกัน 2 คนทีไร ผมจะชอบดึงเขามาเดินดูเป็นเพื่อนว่ามีของเล่นอะไรออกใหม่บ้าง
แล้วก็ดูเฉย ๆ แหล่ะครับ เพราะราคามันแพงงง
มากกกก (แล้วจะมาดูทำไมฟ่ะ ก็รอมัน
SALE ไงล่ะ ค่อยซื้อ หะ ๆ) ช่วงนี้ปิดเทอมหน่ะครับ ห้างเขาก็เอาใจเด็ก (เอ๊
แล้วกูเป็นเด็กหรือเปล่าเนี้ยะ) เอาของเล่นมา SALE ๆ ๆ เพียบเลย (หลาย ๆ
คนก็ชอบเหมือนผม) ตาของผมไปสะดุดกับรถไฟฟ้าของ TOMY (หลาย ๆ คนคงเคยเห็นอ่ะนะ)
มีตัวรถแล้วก็มีรางด้วย เอามาต่อกันยาว ๆ แล้วประดับด้วยอาคารบ้านเรือนนั่นแหล่ะ
อู๊ย
อยากได้ ๆ 800 กว่าบาทแหน่ะ (ขนาด SALE แล้วนะเนี่ย) กรมองสายตาผมที่กำลังจ้องอยู่ซึ่งเขาคงเดาออกเขาพูดขึ้นว่า
อยากได้เหรอ เปล่าหรอก นั่นคือคำตอบที่ตรงข้ามกับจิตใจของผม แล้วมองทำไมล่ะ
ไปที่อื่นซักทีสิ กรบอก ผมทำอะไรไม่ถูกก็เลยเดินไปที่อื่น พยายามดูอย่างอื่นแต่ในใจก็นึกเสียดาย
แล้วถ้ามันเลิก SALE เมื่อไหร่ สงสัย หลักพันสองพันแน่ ๆ ผมรู้ถ้าตอบไปว่าอยากได้กรต้องซื้อให้แน่
แต่ผมหน้าไม่ด้านและราคามันก็ไม่ใช่น้อย ๆ ด้วย ผมตัดใจกับของเล่นราคาแพงมาหลายอย่างแล้วล่ะคุณ
เราเดินกันจนเย็น ได้เวลากลับบ้าน ขณะกำลังเดินออกกรบอกผมว่า เอ้อ
พอดีเราพึ่งนึกได้ว่าต้องกดเงิน
แม่ส่งมาให้แล้ว เดี๋ยวนายรอเราตรงนี้ก่อนนะ ผมงงพร้อมกับถามว่า เดี๋ยวเราไปด้วยก็ได้นี่
กรรีบห้าม ไม่เป็นไรหรอก แป๊บเดียวเดี๋ยวมา แล้วกรก็วิ่งไปเลย หัวผมมีแต่เครื่องหมาย
? เต็มไปหมด งงกับเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้า ทำไมแค่ไปกดเงินเราไปด้วยไม่ได้ล่ะ
ผมเก็บความฉงนไว้ (บอกแล้วไม่ใช่ควาย) รอไปได้ครึ่งชั่วโมง ทำไมนานอย่างงี้ว่ะ
ผมนึก สักพักนึงกรก็เดินมาพร้อมกล่องของขวัญกล่องเบ้อเริ่ม ผมถามเขาว่า ซื้ออะไรมาเหรอ
(แหม ทำเป็นแกล้งโง่) เขายื่นกล่องนั่นให้ผมแล้วพูดว่า แฮปปี้เบิร์ดเดย์
ผมรับมา ขอบใจนะกร ผมเก็บกลั้นความดีใจไว้แล้วกรก็เดินกอดคอไปส่งผมขึ้นรถกลับบ้าน
เมื่อผมมาถึงบ้านผมไม่รอช้ารีบแกะของขวัญดูก็พบกับ รถไฟฟ้า (ไม่ใช่ BTS
นะเพ่) ที่เราอยากได้ในแผนกของเล่น ผมรีบกดโทรศัพท์ไปขอบใจกร กรเพียงแต่บอกว่า
ไม่เป็นไร เพื่อนาย ผมตอบกลับว่า ขอบใจนะ เล่นเสร็จเราจะเก็บไว้อย่างดีเลย
แล้วเราก็วางหูไป และแล้วเวลาที่ผมรอก็มาถึง วันเปิดเทอมไง ผมอยากจะรู้นัก
ใครจะทักผมเป็นคนแรก
ผมมา รร.ด้วยความมาดมั่นเลยครับ แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ทุกคนจำผมได้ก็จริง
แต่ทุกคนบอกกันหมดเลยว่า ผมหน้าตาดีขึ้นมาก เปลี่ยนเป็นคนละคนไปเลย แม้แต่รุ่นน้องที่
รร.เห็นผมยังมองผมกันเป็นตาเดียวเลย (เอ๊
เขามีสองตาไม่ใช่เหรอ หรือเขามองว่าไอ้นี่โคตรขี้เหร่เลยก็ไม่รู้)
ผมนั่งคอยกรมา รร.ครับ เขาเองก็เปลี่ยนไปเหมือนกัน เดี๋ยวนี้มา รร.สายขึ้น
เขาเองไม่มีอะไรครับ เขาพูดกับผมเหมือนปกติ เขาไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงผมแต่อย่างใด
ทั้ง ๆ ที่ตอนไปเที่ยวกับเขาตอนปิดเทอมผมไปตามปกตินะครับ ใส่แว่นหนา ๆ ผมยุ่ง
ๆ ไม่ได้เสริมหล่ออะไร ผมเองก็งง ๆ เหมือนกัน จะทักว่าดูดีขึ้น ผอมลง แว่นตาไปไหน
สักคำก็ไม่โผล่มาสักแอ๊ะ เออ
ช่างเหอะ นายไม่รู้เหรอว่าเราทำเพื่อใคร ผมถามเขาเรื่องมาสาย
เขาตอบเพียงว่า เดี๋ยวนี้ตื่นสายหน่ะ แค่นี้เองที่หลุดมาจากปากของเขา แต่เราก็ยังสนิทกันเหมือนเดิมครับ
เพียงแต่กรเขาจะพูดกับผมน้อยลง เวลาโทรศัพท์ก็ไม่ถี่เหมือนเมื่อก่อนเท่านั้นเอง
อยู่มาคืนหนึ่งเขาโทรมาชวนผมไปหอพรุ่งนี้ ผมถามเขาว่ามีอะไรเหรอ เขาบอกว่า
แฟนเขาจะลงมากรุงเทพ ผมตอบตกลงทันที เพราะผมอยากเจอหน้าแฟนเขาเหมือนกัน เขาบอกให้ผมทำกับข้าวมาด้วย
เพราะจะได้ไม่ต้องซื้อ วันต่อมาผมตื่นแต่เช้า ผัดผัก ไข่ต้ม และก็ทำน้ำพริกปลาทู
ใส่ปิ่นโตไป (อ๊ะ ๆ เห็นผมแบบนี้เนี่ย แม่ศรีเรือนนะท่าน) ไปที่หอเขาตามนัด
ผมเคาะประตู กรเดินมาเปิดให้ แล้วพูดว่า ยังไม่มาเลย เข้าก่อนซิ (แหงล่ะ
จะให้กูยืนรอข้างนอกเหรอไง) ผมเดินเข้าไป วางปิ่นโตไว้ แล้วนั่งดูทีวี สักพักเสียงโทรศัพท์เขาดังขึ้น
กรรีบวิ่งไปรับ หวัดดีครับ อ้าว มาแล้วซิ เออ ๆ เดี๋ยวเราออกไปรับนะ รอตรงตลาดนั่นแหละ
กรก็รีบวิ่งออกไป โดยไม่หันมาพูดอะไรสักคำกับผม ประมาณ 1 ชั่วโมงผ่านไป ผมแทบหลับคาทีวี
สักพักประตูห้องก็เปิดออก กรเดินเข้ามาพร้อมกับผู้หญิง 2 คน แน่นอน คนข้าง
ๆ ต้องเป็นแฟนเขา ส่วนผู้หญิงที่อยู่ข้างหลังนั่นคงเป็นเพื่อน กรแนะนำทั้ง
2 คนให้ผมรู้จัก แฟนของเขาตัวเล็กพอ ๆ กับเขา แต่ดูอวบ ๆ หน่อย ขาว ค่อนข้างดูดี
ผมดู ๆ แล้ว อืม ไม่ค่อยเหมาะกันเลย ส่วนอีกคนนึง ก็เพื่อนแฟนเขาจริง ๆ นะแหล่ะ
ตัวอ้วนผิวคล้ำ ๆ ผมยิ้มให้ พวกเธอก็ยิ้มตอบ แล้วกรก็ชวนกินข้าว กรเอาโต๊ะที่พับเก็บไว้มากางที่พื้น
เราก็นั่งพื้นกันนั่นแหละ กรคุยกับพวกเพื่อน ๆ ของเขาอย่างอารมณ์ดี เขาพยายามบอกให้ผมพูดบ้าง
แต่ผมไม่มีอะไรจะพูด และไม่อยากจะพูดอะไรด้วย ผมกินข้าวเสร็จอย่างไม่รู้รสชาติฝีมือตัวเอง
มีเพียงเพื่อนแฟนเขาเท่านั้นที่ออกปากมาว่า อาหารที่มูทำอร่อยดีนะ ผมยิ้มตอบเฉย
ๆ ครับ พอกินเสร็จพวกเขาก็เก็บจานไปล้าง ผมเดินหิ้วปิ่นโตไปหากรแล้วบอกว่า
เออ เรากลับแล้วนะ ผมหันไปบอกแฟนเขากับเพื่อนแฟนเขาด้วย แล้วผมก็เดินหันหลัง
ขณะที่กำลังบิดลูกบิด กรก็เรียกผม มู เดี๋ยวก่อน ผมหันกลับไป เดี๋ยวให้
ไปเป็นเพื่อน
เขาบอกเพื่อนแฟนเขาให้ไปป้ายรถเมล์เป็นเพื่อนผม ซึ่งผมไม่ต้องการหรอก เพื่อนแฟนเขาระริกระรี้ใหญ่เลย
ผมเลยต้องออกไปกับเธอ 2 คน ดูก็รู้ว่าเธอชอบผม ระหว่างที่ผมยืนรอรถเมล์อยู่กับเพื่อนแฟนเขา
หลังจากที่เงียบมานานเธอก็พูดขึ้นมาว่า บ้านมูอยู่ไหนเหรอ ผมตอบกลับว่า
แถว ๆ
รู้จักไหม เธอทำหน้างง ๆ ซึ่งแน่นอนเธอพึ่งมาพร้อมเพื่อนเธอจะไปรู้จักได้ไง
ผมยิ้มแล้วบอกกับเธอว่า ไปก่อนนะ รถมาแล้ว เธอรีบพูดต่อ เราอยากคุยกับมูหน่ะ
รถผมก็มาจอดแล้ว รีบก็รีบ เลยบอกไปว่า บ้านเราไม่มีโทรศัพท์ แล้วผมก็วิ่งขึ้นรถไปเลย
ทิ้งเธอไว้คนเดียว น่าสงสารนะ แต่ก็ช่วยไม่ได้
To be continue
|