|
Episode 10
วันนี้ผมตั้งใจว่าจะชวนโอ๊ตไปดูหนังในวันพรุ่งนี้ เพราะว่าพรุ่งนี้วันหยุดราชการ
(วันอะไรผมจำไม่ได้ แหม มันก็มีลืม ๆ กันบ้างดิ) ผมโทรศัพท์ไปหาเขาตอนกลางคืน
แน่นอนเขาไม่ปฏิเสธผมแน่ ผมอยากจะบอกเขาเหลือเกินว่า ไปกันแค่สองคนนะ หรือ
อย่าชวนคนอื่นไปนะ อะไรหยั่งงี้ จะพูดไปได้ไงล่ะอย่าลืมซิครับว่า โอ๊ตยังคิดกับผมแบบเพื่อนเท่านั้น
เขาก็ต้องคิดอยากชวนคนอื่นไปด้วย แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ
วันต่อมา (เฮ้ย ๆ ต่อมา รีบหนีเร็ว เดี๋ยวโดนต่อยไม่รู้ด้วยนะ) ผมแต่งตัวซะหล่อระเบิดเถิดเทิง
หล่อกระจัดกระจาย หล่อไม่อายพ่ออายแม่ หล่อชิบหายวายป่วง เฮ้ย ๆ พอแล้ว ไป
ๆ มา ๆ เหมือนด่าตัวเองเลยนะเนี่ย โทรศัพท์ผมดังขึ้น เป็นเบอร์โอ๊ตหน่ะเอง
อยู่ไหนแล้ว โอ๊ตถามผม ผมตอบว่า ก็อยู่เมเจอร์ไง โอ๊ตถามผมต่อว่า แล้ว
โทรไปหาหรือเปล่า ไอ้จุดจุดจุดนั่นนะคือชื่อของเพื่อนของเขา ผมก็งงว่าแล้วมันจะโทรหาผมทำไม
มันจะไปด้วย พอดีเราโทรไปชวนมันเมื่อเช้า โอ๊ตตอบผมเหมือนกับได้ยินที่ผมคิด
ผมได้ยินผมแทบจะปล่อยโทรศัพท์ทิ้ง แต่ทิ้งได้ไงเครื่องตั้งแพงนิ ยัง ผมตอบสั้น
ๆ แต่ได้ใจความ งั้นเดี๋ยวเราออกไปแล้วนะ แล้วผมก็วางสาย เอ๊ะ ไม่ดิ PCT
มีสายที่ไหน เออ
วางอะไรก็ช่างเหอะ แต่ตอนเนี้ยผมไม่มีอารมณ์ดูแล้วหนังอ่ะ
สักพักเจ้าจุดจุดจุดที่ว่า (ขออนุญาตไม่เอ่ยนามให้แปดเปื้อนเนื้อเรื่องของผม
หูย อะไรจะขนาดนั้น) ก็โทรมา มันบอกว่ามันถึงแล้ว ผมเลยบอกว่าผมอยู่ตรงไหน
มันก็เลยเดินมาหาผม แหม อยากจะชกหน้ามันจริง ๆ โอ๊ตชวนก็เสือกมา น่าจะมีธุระที่ไหนก็ได้
เสือกว่างอีก มันน่า
จริง ๆ ระหว่างที่รอเจ้าโอ๊ตอยู่ผมกับไอ้ตัวเสือก (ขออนุญาตเรียกแบบนี้เถอะครับ
มันสะใจดีจริง ๆ) ก็ไปซื้อตั๋วหนังกัน ฮึ่ม
มึงห้ามนั่งข้างโอ๊ตเด็ดขาด
ผมมองมันด้วยสายตาอาฆาต แต่มันกลับทำเฉย แหม อยากมีพลังเจไดเหลือเกิน จะผลักมันออกไปไกล
ๆ เลย ให้ตายเหอะ นั่งเรื่องนี้มันใกล้ออกจากโรงแล้ว กว่าจะมีเข้าฉายก็อีกตั้ง
2 ชั่วโมงกว่า แต่ก็ยังอุตส่าห์จะดูอ่ะนะ ใครจะทำไม นั่งรอสักพักโอ๊ตก็โทรมาว่าอยู่หน้าเมเจอร์
ผมบอกว่าจะออกไปหา ผมเลยทิ้งให้ไอ้เสือกมันนั่งคนเดียว บอกมันว่าด้วยมา มันก็นั่งซื่อบื้ออยู่อย่างนั้น
ผมเลยวิ่งออกไปหาโอ๊ตข้างนอก แต่มองเท่าไหร่ก็ไม่เห็น ผมเลยนั่งรอตรงข้างหน้าเมเจอร์นั่นแหล่ะ
สักพักหนึ่งไอ้เสือกก็โทรเข้ามา (เบอร์มันฟ้อง) ฮัลโหล มู มึงออกไปไหนว่ะ
ไอ้โอ๊ตมันมาแล้วนะ ผมงง ๆ อ้าว ก็กูมารอมันข้างนอกไง ผมตอบแบบฉุน ๆ ไอ้เสือกมันเลยบอกว่าโอ๊ตโทรเข้ามือถือมัน
มันเลยบอกว่ามันอยู่ตรงไหน โอ๊ตเลยเดินมาหามัน แล้วมันบอกให้ผมเข้าไปได้แล้ว
ผมไปแบบโกรธจัด ๆ เลยครับ ทำไมว่ะ เราเป็นคนนัดแท้ ๆ แต่กลับไปหาไอ้เสือกมันซะได้
หนอยแน่
พอผมไปถึงพวกมัน โอ๊ตยิ้มทักทายผม ผมทำเฉย ๆ แล้วผมหันไปพูดกับไอ้เสือกว่า
เดี๋ยวกูกลับบ้านก่อนนะ อีกนานกว่าหนังจะเข้า พูดจบผมก็เดินหันหลังออกไปเลย
แล้ววิ่งไปขึ้นรถเมล์ โดยไม่สนใจมัน 2 ตัวที่ยืนแบบงง ๆ (เฮ้ย เรื่องนี้ทำไมคำว่า
งง ๆ มันเยอะจังว่ะ
เออ ไม่รู้ว่ะ กูก็งง ๆ อยู่เหมือนกัน แนะ
)
ขณะที่ผมนั่งรถเมล์กลับบ้านอยู่นั้น ผมก็คอยมองโทรศัพท์ว่า ดูซิ โอ๊ตจะโทรมาหาหรือเปล่า
แต่เปล่าครับ หมอนั่นไม่โทรมาเลย จนกระทั่งผมถึงบ้านแบบหน้ามุ่ย ๆ ไง หนังไม่สนุกเหรอ
แม่ผมถามขึ้น ยังไม่ได้ดูเลยแม่ ผมตอบ แล้วผมก็ไปนอนที่โซฟาตัวเก่ง แม่ผมก็คงงง
ๆ เหมือนกัน (อีกแหล่ะ หมอนี่ทำไมทำให้คนอื่นงง ๆ ได้บ่อยจัง อ่านไปอ่านมาชักเริ่มงง
ๆ แล้วนะ) สักพักโทรศัพท์ก็ดังขึ้น แม่ผมเรียกไปรับ ผมรับแบบงง ๆ (เฮ้ย พอซะที
ไอ้ งง ๆ เนี่ย
เออ ก็ได้ว่ะ) เป็นโอ๊ตโทรมาหน่ะเอง มูเหรอ อ้าว แล้วมึงขอสายใครล่ะ
อือ ผมตอบไป แต่ไม่ได้ตอบอย่างที่คิด (แหงแซะ) เป็นอะไรล่ะ อยู่ ๆ ก็กลับบ้าน
ดู๊ ดูมัน ไม่รู้ตัว แถมยังทำเสียงอ้อนใส่อีก ผมอยากจะพูดออกไปเลยนะว่า ทำไมนายไม่มาหาเรา
กลับไปหาไอ้เสือก ทั้ง ๆ ที่เรานัดนายแท้ ๆ แต่ทำไมพอเขาพูดอย่างนี้ผมถึงพูดไม่ออกนะ
พอดีหิวข้าว อีกตั้งนานกว่าหนังจะฉาย ก็เลยกลับมาก่อน ผมตอแหลไปเรื่อย
อืม งั้นกินเสร็จแล้วรีบมานะ โอ๊ตบอกผม ผมถามว่า แล้วไอ้จุดจุดจุด (ตัวเสือก)
ล่ะ มันไปกินข้าวหน่ะ พอดีเราไม่อยากกิน อยากโทรมาหามูมากกว่า อู๊ย
คุณผู้อ่านเอ๊ย
พ่อโอ๊ตที่แสนน่ารักของผมพูดแบบนี้ผมแทบลอยเลยครับ เออ เดี๋ยวสักพักเราออกไปนะ
ผมตอบไป แต่ใจเนี่ยเต้นแรงเชียวล่ะ ฮ่า ๆ ๆ พอผมวางเท่านั้นแหล่ะ ตัวลอยเลยครับ
รีบแจ้นออกจากบ้านไปเลย แม่ผมมองแบบแปลกใจ (เอ้อ ดีแหะ นึกว่าจะมองแบบ งง
ๆ อีก)
ผมกลับมาที่เดิมครับ (แหงล่ะ) ผมโทรไปหาไอ้เสือก ทั้ง ๆ ที่ไม่อยากจะโทรนักหรอก
แต่ทำไงได้ จะให้เดินหาหรือไง พอเจอกันผมก็ไม่ได้พูดอะไรกับโอ๊ต ผมเดินพูดอยู่แต่กะไอ้เสือก
นี่แน่ แกล้งซะเลย อยากชวนคนอื่นมาด้วยดีนัก พอหนังเข้า แน่นอนที่นั่งที่ผมจองไว้ต้องเป็นข้างโอ๊ตแน่นอน
แต่เราจะเดินไปแทรกมันจะน่าเกลียด (หน้ายังไม่ด้านอีกหรือไงเนี่ย) เป็นไปตามที่ผมคิดครับ
ไอ้เสือกกับโอ๊ตของผมนั่งติดกัน ผมไม่รอช้าครับ ปล่อยไว้งี้ไม่เหมาะแน่ ผมเดินไปดึงแขนไอ้เสือก
พร้อมกับบอกมันว่า ออกมานะ เราจะนั่งกับโอ๊ต ผมทำเสียงเด็ก ๆ แต่มันดูไม่น่ารักหรอกครับ
(เออ ไม่ต้องบอกหรอก) น่าถีบมากกว่า (เห็นด้วย) ไอ้เสือกมันคงรำคาญหน่ะครับ
แล้วก็อายคนรอบข้างด้วย แต่ผมไม่อายหรอกครับ ใครจะทำไม ไม่เคยได้ยินเหรอ
ด้านได้อายอด อ่ะ โด่
มันก็เลยลุกให้นั่ง โอ๊ตได้แต่ยิ้ม ๆ แต่ผมซิ เริ่มอาย
ๆ ยังไงไม่รู้ (พึ่งรู้ตัวเหรอ) แหม ดูหนังวันนี้ สนุกดีจังเลย เสียดายว่ามี
(มองไปทางไอ้เสือก) เสือกมาด้วย เฮ้อ
ไม่งั้นหนังคงสนุกกว่านี้ แล้วเราก็ไม่ต้องเปลืองค่ารถ
2 รอบด้วย แง ๆ
หลังจากนั้นผมก็ไม่มีโอกาสไปดูหนังกับโอ๊ตสองต่อสองเลยครับท่าน ฮือ ๆ ส่วนใหญ่จะไปกันเป็นก๊กมากกว่า
และก็ไม่ได้นั่งติดกันด้วย ไม่ไหวแล้วอาย (พึ่งคิดได้) ชีวิตก็ดำเนินไปตามปกติครับ
(ก็เห็นพิมพ์อย่างนี้ทุกทีเวลานึกไม่ออก
โธ่ รู้ทันอีก) จนวันที่เราเรียนจบก็มาถึง
ผมขออนุญาตผ่านตอนสอบไฟนอลไปเลยนะครับ ฮ่า ๆ เพราะขี้เกียจพิมพ์ เอ้ย
ไม่ใช่นะ
มันไม่มีเรื่องอะไรพิเศษนี่หน่า (เออ เล่นง่ายว่ะ) วันที่มารับผลเกรดเฉลี่ย
คงเป็นวันนี้แหล่ะที่พวกเราจะเจอกันเป็นวันสุดท้าย หลังจากนี้ ต่างคนก็ต่างไปเรียนมหาลัยต่างที่กันแล้ว
อาจมีบางคนที่ไปที่เดียวกัน ส่วนตอนวันเลี้ยงอำลาหน่ะไม่เท่าไรหรอก เพราะรู้
ๆ กันว่ายังไงต้องเจอกันอีกวันรับใบเกรด บางคนก็เศร้าร้องไห้ไปตั้งแต่วันอำลาแล้วครับ
โถ ๆ ไม่ได้จะไปตายกันซะหน่อย ยังไงถ้าไปเข้ามหาลัยที่เดียวกันก็ต้องยังเจอกันอีกอยู่ดี
หรือไม่ก็เบอร์โทรก็มี นัดออกมามีทติ้งกันก็ได้ สำหรับผมแล้วมิตรภาพความเป็นเพื่อนนี่แหล่ะครับ
ดีที่สุด อยากจะบอกทุกคนไว้เลยนะครับ เป็นแฟนเลิกกันก็หายกันไปเลย แต่กับเพื่อนต่อให้ทะเลาะกันหนักแค่ไหน
สุดท้ายก็กลับมากอดคอหัวเราะกันได้เหมือนเดิม จากกันไปแล้วก็ยังติดต่อหากันได้
มีอะไรช่วยเหลือกันไป แต่แหม ทำไมผมคิดแบบนี้กับคนอื่นได้ แต่กับโอ๊ตผมทำไม่ได้น๊าาาา
เวลานี้แหล่ะ มันทำให้ผมนึกถึงคำพูดของผมว่า จะบอกโอ๊ตว่า เราชอบนาย ตอนที่นายยังไม่มีใคร
นั่นแหล่ะ
To be continue
|